คอนคัสชั่น ภัยเงียบของนักกีฬา - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

คอนคัสชั่น ภัยเงียบของนักกีฬา

โดย ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูน 14 ก.พ. 2559 05:01
3,391 ครั้ง


โอกาสที่หัวกระแทกพื้นเกิดขึ้นได้เสมอ.

ที่ทราบกันดีว่าหลายปีมานี้สมาคมฟุตบอลไทยมีปัญหามาตลอด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับการบริหารงาน ปัญหาเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกสมาคม ยังมีเรื่องการเพิ่มจำนวนทีมในฟุตบอลโตโยต้าลีก ซึ่งกลายเป็นประเด็นใหม่ขึ้นมาให้กับวงการฟุตบอลอาชีพของไทยอีก ไม่เพียงเท่านั้น สมาคมยิงปืนก็เป็นอีกสมาคมหนึ่งที่มีปัญหาเรื้อรังมานาน ไม่นับอีกหลายๆสมาคมที่ก็มีความขัดแย้งอยู่ภายในเช่นกัน

การกระทบกระทั่งอย่างรุนแรงของอเมริกันฟุตบอล.

แต่ใช่ว่าปัญหาในวงการกีฬาจะมีแค่ในไทยเท่านั้น เพราะแม้แต่ฟีฟ่าซึ่งเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ของวงการฟุตบอลระดับนานาชาติ ก็ยังมีปัญหาเรื่องการคอร์รัปชันจนมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนถูกตำรวจสากลจับแบบสายฟ้าแลบ เมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวเกี่ยวกับปัญหาการล้มเทนนิสระดับโลกเกิดขึ้นตามมาอีก จนกระทบไปถึงมือหนึ่งของโลกลูกสักหลาด ว่าเคยแกล้งเล่นแพ้มาแล้วเมื่อหลายปีก่อน

แต่ถ้าย้อนไปดูเรื่องราวเกี่ยวกับกีฬาที่เคยเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกเมื่อหลายปีก่อน มีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นเรื่องของหมอคนหนึ่งที่อาจหาญไปต่อกรกับองค์กรใหญ่ที่สุดของวงการกีฬาเมืองลุงแซม เนื่องจากพบและเปิดเผยว่ากีฬาชนิดนั้นทำให้นักกีฬาหลายคนป่วยเป็นโรคทางสมองจนถึงขั้นเสียชีวิตได้อย่างกะทันหันได้โดยไม่รู้ตัว การต่อสู้ของเขาซึ่งหัวเดียวกระเทียมลีบจึงเปรียบเหมือนสุนัขตัวหนึ่งที่หาญไปเห่าใส่ราชสีห์ทั้งฝูง

ดร.เบนเน็ต โอมาลู.

เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อปี 2002 เมื่อ ดร.เบนเน็ต โอมาลู (Dr.Bennet Omalu) แพทย์ชาวไนจีเรียผู้อพยพไปอยู่ที่สหรัฐฯ ได้ชันสูตรศพของอดีตนักอเมริกันฟุตบอลคนหนึ่ง ชื่อ ไมค์ เวบสเตอร์ (Mike Webster) ซึ่งเสียชีวิตอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุในรถบรรทุกของตนเอง การชันสูตรพบว่ามีความบอบช้ำที่สมองมาก ด้วยความสนใจต้องการทราบสาเหตุที่คร่าชีวิตของชายผู้เคยเป็นนักกีฬาที่แข็งแรงมาก นพ.โอมาลูจึงศึกษาอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเช็กประวัติการใช้ชีวิตของผู้ตาย และใช้เงินส่วนตัวในการนำเนื้อเยื่อสมองไปตรวจด้วย ในที่สุดเขาก็มั่นใจว่าสาเหตุที่ทำให้เวบสเตอร์ตายคือ CTE (chronic traumatic encephalopathy) หรือการบาดเจ็บของสมอง เพราะศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนซ้ำแล้วซ้ำอีกจากเกมการปะทะที่รุนแรงของอเมริกันฟุตบอล ด้วยความร่วมมือของอดีตแพทย์ประจำทีมที่เวบสเตอร์เคยเล่น และแพทย์ด้านประสาทพยาธิวิทยาที่ทำงานร่วมกัน เขาส่งบทความชื่อ “Chronic Traumatic Encephalopathy in a National Football League Player” ตีพิมพ์ในหนังสือ Neurosurgery เพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬานี้หันมาสนใจโรคนี้ แต่ผู้บริหาร NFL (National Football League-ลีกกีฬาอเมริกันฟุตบอลอาชีพในสหรัฐอเมริกา) กลับเมินเฉยโดยไม่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญแม้แต่น้อย

การกระทบกระทั่งอย่างรุนแรงของอเมริกันฟุตบอล.

ภายในเวลาสองสามปีต่อมา นพ.โอมาลูก็พบว่ามีอดีตนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลระดับ NFL เสียชีวิตในวัยกลางคนอีกสามคน ซึ่งล้วนแต่พบว่าสมองได้รับความเสียหายเช่นเดียวกับที่เขาพบในการชันสูตรศพของไมค์ เวบสเตอร์ ทั้งสิ้น เมื่อมีหลักฐานที่ชัดมากขึ้นอย่างนั้น นพ.โอมาลูจึงเดินหน้าที่จะพยายามให้ทางผู้บริหาร NFL เห็นความสำคัญของเรื่องนี้และหาวิธีป้องกัน แต่นั่นกลับเป็นผลร้ายแก่เขาและครอบครัว รวมทั้งแพทย์คนอื่นที่ร่วมมือกับเขา

แม้จะมีหมวกป้องกันอย่างดี แต่สมองก็ยังมีโอกาสกระทบกระเทือน.

เพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้น มาดูอาการของโรค CTE นี้ สักนิดนะครับ ดร.แรนดอล์พ อีแวนส์ (Dr. Randolph W Evans, MD) ประสาทแพทย์ประจำโรงพยาบาลพาร์คพลาซา (Park Plaza Hospital) ที่เมืองฮิวส์ตัน สหรัฐฯ อธิบายไว้ดังนี้

เวลาที่ศีรษะกระทบกระเทือนจากการกระแทก หากการกระแทกนั้นรุนแรงก็จะส่งผลไปถึงสมอง ทำให้สมองได้รับบาดเจ็บไปด้วย นอกจากแรงกระแทกแล้วยังเกิดจากความเร่งหรือความหน่วงขณะที่เราเดินทางด้วยความเร็วมากพอได้เช่นกัน เช่นเวลาที่เรานั่งอยู่ในรถที่แล่นด้วยความเร็วพอสมควร หากรถคันนั้นเบรกอย่างกะทันหัน ศีรษะของเราก็จะคะมำไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีผลต่อสมองซึ่งอยู่ในกะโหลกด้วยเช่นกัน

แพทย์ผู้กล้าท้าทายกับอิทธิพลในวงการกีฬา (ภาพจาก Concussion)

การบาดเจ็บที่สมองนี้ถ้ารุนแรงไม่มากก็มีศัพท์เรียกเฉพาะว่าคอนคัสชั่น (concussion) ซึ่งการบาดเจ็บทางสมองระดับนี้นั้น โดยทั่วไปจะหมายถึงการบาดเจ็บที่ไม่รุนแรงมากนัก อาจเกิดความบกพร่องของการทำงานในระบบประสาทสมองขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วก็ค่อยๆหายไปได้เอง บางรายที่มีอาการมากหน่อยก็อาจถึงขั้นสลบได้ เมื่อไปตรวจทางรังสีหรือการเอกซเรย์ก็มักจะไม่พบความผิดปกติใดๆ

สมองนั้น ถูกยึดให้อยู่ในกะโหลกด้วยเส้นประสาท เส้นเลือด เยื่อหุ้มสมอง รวมทั้งเนื้อเยื่อต่างๆ เมื่อใดที่ศีรษะไปกระทบกับอะไรหรือถูกกระแทกแรงพอ สมองก็อาจจะขยับตัวไปชนกับกะโหลกจนเกิดการบาดเจ็บได้ หรือแม้แต่เส้นประสาทที่ยึดสมองอยู่นั้นก็อาจเกิดการบาดเจ็บเนื่องจากการขยับตัวของสมองนั้นทำให้เส้นประสาทยืดตึงออกได้ นอกจากนี้ยังอาจมีการหลั่งสารเคมีบางอย่างออกมา ทำให้สมองได้รับบาดเจ็บมากขึ้น ซึ่งอาการสำคัญของการบาดเจ็บของสมองที่ว่าก็คือ เกิดอาการสับสน ความจำเสื่อม ซึ่งจะสลบหรือไม่ก็ได้ และโดยส่วนมากก็ไม่ได้สลบ ซึ่งอาการดังกล่าวนี้อาจเกิดขึ้นทันที หรือหลายนาทีหลังจากเกิดเหตุการณ์ โดยสรุปแล้ว ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทางสมองแบบคอนคัสชั่นนั้น อาจมีอาการดังต่อไปนี้ มีสีหน้าลอยๆ ดูงงๆ, การพูดตอบช้าลง จนผิดสังเกต, ทำงานไม่ได้เนื่องจากไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งใดได้นานๆ, เกิดอาการเหมือนคนหลงทาง ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ไหน, สื่อสารไม่เข้าใจหรือถามคำถามเดิมซ้ำๆ, ความจำมีปัญหาบอกวันเวลาไม่ได้, เดินเซ, อารมณ์แปรปรวน เช่น ร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล, อาจสลบได้หลังจากกระแทก หรืออาจมีอาการชักได้เช่นกัน แต่พบไม่มากนัก

ไมค์ เวบสเตอร์ ผู้จากไปเพราะสมองกระทบกระเทือน.

นอกจากนั้น จากการศึกษาของ พญ.แอน แมคคี แห่งศูนย์ศึกษาโรคสมองและระบบประสาท มหาวิทยาลัยบอสตัน ยังยืนยันว่า โรค CTE เกิดจากศีรษะถูกกระแทกซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ไม่ปรากฏอาการใดๆให้เห็นอย่างรวดเร็ว ใช้เวลานับสิบปีกว่าอาการจะสำแดง ผู้ที่เป็นโรคนี้ซึ่งส่วนมากจะเป็นนักกีฬา มักมีอาการกำเริบในช่วงวัยกลางคนหลังจากเลิกอาชีพนักกีฬาแล้ว เริ่มต้นจากอาการไม่หนักนัก เช่น มีภาวะไร้อารมณ์ หดหู่ หงุดหงิดง่าย กระทั่งทวีความรุนแรงจนทำให้ความจำเสื่อม ร่างกายสั่น สมองเสื่อม หรือถึงขั้นฆ่าตัวตาย พญ.แมคคีบอกว่า ใครก็ตามที่ศีรษะถูกกระแทกซ้ำๆ แม้ไม่รุนแรงนัก ก็มีโอกาสเป็นโรคนี้ โดยกลุ่มเสี่ยงมากที่สุดได้แก่นักมวย และจากการศึกษาของเธอพบว่า สมองนักอเมริกันฟุตบอลอาชีพที่เสียชีวิตระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2551ถึงมิถุนายน 2553 จำนวน 321 คน มี 12 คนแสดงสัญญาณของการเป็นโรค CTE

หากได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะก็มีโอกาสเป็น CTE.

เนื่องจากอเมริกันฟุตบอลอาชีพเป็นมากกว่าเรื่องของกีฬา มากกว่าเรื่องของธุรกิจ มันเป็นสถาบันทางวัฒนธรรมของชาติ การพบปัญหาที่เกิดขึ้นของ นพ.โอมาลู จึงไม่เพียงแต่เป็นการสะกิดทำให้เกิดแผลต่อธุรกิจที่ทำเงินมหาศาล เพราะเป็นกีฬาอันดับหนึ่งของชาวอเมริกันเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงหัวใจของกีฬาชนิดนี้ คือการกระทบกระทั่งและความรุนแรงนั่นเอง (เช่นเดียวกับที่กีฬาชกมวยเป็นกีฬายอดนิยมอันดับต้นๆของไทยเรา และนักมวยก็มีโอกาสที่จะป่วยเป็น CTE สูงมาก)

การต่อสู้เพื่อเปิดเผยความจริงให้สังคมรู้นั้นส่งผลต่อชีวิตและครอบครัวของคุณหมอเบนเน็ตเป็นอย่างมาก ทว่าการต่อสู้ของเขาก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการอเมริกันฟุตบอลได้ด้วยเช่นกัน เบื้องลึกเบื้องหลังและความยากลำบากของการทำงานใหญ่ระดับสะเทือนวงการในครั้งนี้มีการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง “Concussion” นำแสดงโดย วิล สมิธ ที่กำลังจะเข้าโรงฉายปลายสัปดาห์นี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงชายยอดเยี่ยมในปีนี้ ซึ่งเนื้อหาของหนังก็สร้างมาจากเรื่องจริงของ ดร.เบนเน็ต โอมาลู กับภารกิจอันเหลือเชื่อแบบมดล้มช้าง ระหว่างแพทย์ผู้อพยพชาวอเมริกัน ที่ต้องประจันหน้าท้าทายกับหนึ่งในสถาบันที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก ด้วยความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะยืนหยัดสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะถูกกระหน่ำโจมตีด้วยวิธีต่างๆนานา กลายเป็นเหยื่อของแคมเปญที่เหี้ยมโหดและสั่นประสาท เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของเขาโดยกลุ่มผู้ทรงอิทธิพล แต่ไม่ว่าจะโดนขนาดไหนเขาก็ยังไม่ยอมถอย จนกว่า
ความจริงจะได้รับการพิสูจน์และยอมรับเชื่อว่าเรื่องราวของชายผิวสีผู้มีหัวใจบริสุทธิ์คนนี้ จะสร้างแรงบันดาลใจในการทำสิ่งที่ถูกต้องให้กับพวกเราได้เป็นอย่างดีครับ.

โดย:แสงเทียน
ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    83.3%
  • ไม่ชอบ
    2.8%
  • สนุก
    8.3%
  • ประหลาดใจ
    5.6%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement