ศก.ไม่ดีวาเลนไทน์ส่อซึม ขายกุหลาบไม่คึกคัก เตือนระวังหลอกรักออนไลน์ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ศก.ไม่ดีวาเลนไทน์ส่อซึม ขายกุหลาบไม่คึกคัก เตือนระวังหลอกรักออนไลน์

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ก.พ. 2559 05:15
2,372 ครั้ง


ภาพจาก : REUTERS

ผู้ค้าดอกไม้สดบ่นอุบ วาเลนไทน์ปีนี้ แม้คนยังนิยมซื้อหาดอกกุหลาบไปให้คนรัก แต่กลับไม่อู้ฟู่ เท่าที่ควร ทั้งเศรษฐกิจไม่ดี และคนเปลี่ยนไปซื้อของอื่นที่เก็บได้นานกว่า ขณะที่ “ประยุทธ์” ห่วงคู่รักวัยรุ่น ติงผู้ชายควรให้เกียรติผู้หญิง อย่าเอารัดเอาเปรียบ ทำให้ประเพณีไทยเสียหาย ส่วนผู้หญิงต้องระวังตัว ด้าน “ปอท.” ก็ออกโรงเตือนสาวใหญ่วัย 45-60 ปี ประเภท “โสด เหงา ตังค์เหลือ” ระวังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ “หลอกรักออนไลน์” แฉปี 58 เหยื่อถูกหลอกโอนเงินเสียหายกว่า 150 ล้านบาท ขณะที่ผู้ชายไม่น้อยหน้า โดนหลอกให้โชว์นกเขาผ่านกล้องก่อนบันทึกภาพส่งมาแบล็กเมล์

หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างขานรับจัดกิจกรรมรับวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. ตามชื่อนักบุญในคริสต์ศาสนา ขณะที่ “ดอกกุหลาบ” ก็ยังเป็นสื่อแทนใจที่คนนิยมซื้อหาให้บุคคลที่เป็นที่รัก โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 12 ก.พ.ถึงบรรยากาศการซื้อขายดอกกุหลาบและของขวัญสำหรับช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ.นี้ ที่ปากคลองตลาด กทม.ตลอดทั้งวันมีประชาชน นักศึกษาและเด็กนักเรียนแวะเวียนมาซื้อดอกไม้ไปให้เป็นของขวัญคนที่รัก รวมถึงบรรดาพ่อค้าแม่ค้าจากพื้นที่ต่างๆ มาสั่งซื้อดอกไม้เพื่อไปจำหน่ายในวันวาเลนไทน์อย่างต่อเนื่อง โดยดอกกุหลาบยังคงเป็นดอกไม้ที่ขายดีที่สุด ดอกกุหลาบที่นำเข้าจากฮอลแลนด์ จีน และดอกกุหลาบดอกใหญ่จากเชียงใหม่ ยังเป็นที่นิยมสูงสุดตามลำดับแม้จะมีราคาแพง ขายส่งอยู่ที่ดอกละ 40-150 บาท กระนั้นผู้ค้าร้านดอกไม้ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า การซื้อหาดอกไม้เป็นของขวัญในเทศกาลวาเลนไทน์ปีนี้ ถือว่าเงียบกว่าปีที่ผ่านมา โดยนายภูวนาท ชุ่มศรีขรินทร์ เจ้าของร้านจัดดอกไม้ ย่านปากคลองตลาด กล่าวว่า เทรนด์การสั่งซื้อดอกไม้เพื่อเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ปีนี้ไม่ต่างจากปีที่แล้ว ดอกไม้ยอดนิยมในปีนี้ ยังเป็นดอกกุหลาบฮอลแลนด์ เพียงแต่ไม่ค่อยคึกคักเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา ปีนี้ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำ เนื่องจากกระแสการซื้อดอกไม้เป็นของขวัญพิเศษให้คนรัก ไม่ได้ผูกขาดเฉพาะวันแห่งความรักเหมือนในอดีต และเปลี่ยนการซื้อของขวัญเป็นประเภทเครื่องประดับ ตุ๊กตา หรือสิ่งของที่เก็บได้นานกว่าดอกไม้สด แต่คาดว่าในวันที่ 14 ก.พ.จะคึกคักขึ้น


เช่นเดียวกับแหล่งขายดอกไม้ในตลาดสดสวรรคโลก บรรยากาศก็ยังไม่คึกคัก นายอุดอน แช่มชื่น อายุ 42 ปี เจ้าของร้านดอนดอกไม้สด กล่าวว่าบรรยากาศช่วงก่อนวันวาเลนไทน์ปีนี้เงียบเหงาไม่คึกคักเหมือนทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากวันวาเลนไทน์ตรงกับวันอาทิตย์และเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ยอดขายลดลงกว่าครึ่ง ปกติทุกปีที่ผ่านมาตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์จะมียอดขายดอกไม้รวมแล้วสี่ถึงห้าหมื่นบาท แต่ปีนี้เหลือแค่ห้าพันบาทเท่านั้น


ต่างจากในตลาดแม่กิมเฮง ถนนสุรนารี เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ย่านจำหน่ายดอกไม้และแผงดอกไม้สดกว่า 10 ร้าน ได้ตกแต่งหน้าร้านของตัวเองด้วยดอกไม้สีสันสดใส และรับจัดช่อดอกไม้เป็นรูปแบบต่างๆ ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ รวมทั้งตามห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ นครราชสีมา ก็มีการจัดบูธจำหน่ายดอกไม้วันแห่งความรัก และช็อกโกแลต ดอกไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุด อาทิ ดอกกุหลาบสีแดงสด สีชมพู และสีขาว มีการจัดเป็นช่อ ช่อละตั้งแต่ 100-700 บาท มีลูกค้าสั่งจองดอกไม้และเลือกซื้อดอกกุหลาบกันอย่างคึกคัก แม้ราคาปีนี้จะปรับสูงขึ้น 3 เท่าตัวจากปกติดอกละ 10 บาท เพิ่มเป็นดอกละ 30 บาท ดอกกุหลาบฮอลแลนด์ขนาดใหญ่ จากปกติดอกละ 100 บาท เพิ่มขึ้นเป็นดอกละ 300 บาท

ขณะเดียวกัน ในช่วงสาย ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่นโฮเทล กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับความรัก กับโครงการ “ตำรวจไซเบอร์ฉีกหน้ากากรักออนไลน์รับวาเลนไทน์” เปิดเผยความน่ากลัวของคดี “โรแมนซ์สแกม” การหลอกลวงผ่านโซเชียลมีเดีย โดย พ.ต.อ.ภาณุวัฒน์ ร่วมรักษ์ รอง ผบก.ปอท. กล่าวว่า ในปี 58 มีคดีโรแมนซ์สแกม ประมาณ 80 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 150 ล้านบาท จับผู้ต้องหา 20 ราย แนวโน้มสถิติผู้ถูกหลอกมีปริมาณเพิ่มขึ้น ตำรวจต้องออกมาประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันเหยื่อ อย่าได้หลงเชื่อคนร้าย

ทั้งนี้ รอง ผบก.ปอท.กล่าวถึงวิธีล่อลวงเหยื่อว่าคนร้ายที่ส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกัน จะเลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิงมีอายุ 45-60 มีฐานะดี การศึกษาดี ตามสโลแกน “โสด เหงา ตังค์เหลือ” เข้ามาทำความรู้จักผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก ใช้รูปประจำตัวของชาวยุโรปหรืออเมริกันที่หน้าตาดี แล้วจะทักทายเหยื่อในลักษณะการจีบ ทำให้ไว้เนื้อเชื่อใจ หากฝ่ายหญิงหลงเชื่อก็จะเข้าสู่ขั้นตอนสร้างเรื่องหลอกให้โอนเงิน กรณีที่เคยเจอโอนเงินให้คนรักออนไลน์ที่ไม่เคยพบหน้ากันแม้แต่ครั้งเดียวเป็นจำนวนถึง 26 ครั้ง คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 33 ล้านบาท ใช้เวลาถึงเกือบ 2 ปี ก่อนเหยื่อจะทราบว่าตัวเองถูกหลอก

ขณะที่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.2 ปอท. กล่าวว่า กลุ่มคนร้ายจะอาศัยอยู่ที่เมืองไทยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว หลอกลวงเป็นขบวนการ มีจิตวิทยาสูงสามารถหลอกเหยื่อตายใจได้ โดยถูกถ่ายทอดต่อๆกันมา การหาเหยื่อจะอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ใช้เฟซบุ๊กค้นหาผู้หญิงที่มีฐานะดี โพสต์ภาพแสดงความหรูหรา มักตั้งค่าความเป็นส่วนตัวแบบสาธารณะทำให้เห็นได้หมด เลยเป็นช่องทางให้คนร้ายได้เข้ามาทำการบ้านกันมาเป็นอย่างดี ทั้งนี้ คนร้ายจะสร้างเรื่องต่างๆขึ้นมาให้เหยื่อโอนเงิน เช่น ญาติป่วย ชักชวนลงทุน หรือขอให้โอนค่าธรรมเนียมในการรับของขวัญที่ส่งมาให้ ซึ่งขั้นตอนนี้จะมีคนไทยมาร่วมขบวนการด้วย อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากร ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับคนร้าย สมรู้ร่วมคิดกัน ส่วนฝ่ายหญิงคอยเปิดบัญชีเพื่อคอยรับโอนเงินจากเหยื่อแทน


พ.ต.อ.ศิริวัฒน์กล่าวอีกว่า ขอฝากเตือนผู้ใช้โซเชียลต้องระมัดระวัง ด้วยการสังเกต ดังนี้ ตกหลุมรักเราในระยะเวลาสั้น ขอแต่งงาน เรียกเราว่าที่รัก การเรียกแบบนี้เพื่อง่ายต่อการเรียกชื่อเหยื่ออีกหลายสิบคน เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับทางด้านการเงิน ขอให้เหยื่อช่วยเหลือ การใช้ภาษาอังกฤษที่อาจผิดไวยากรณ์ เพราะเป็นคนผิวดำปลอมตัวมา ใช้รูปโปรไฟล์ที่เป็นบุคคลหน้าตาดี จึงต้องขอให้มีการแสดงหน้าตาผ่านกล้องไปเลย หากบ่ายเบี่ยงเชื่อได้ว่าเป็นพวกหลอกลวง นอกจากนี้ ยังมีเคสที่ผู้ชายส่วนใหญ่เจอ คือการชักชวนให้แสดงโชว์อวัยวะเพศ ผ่านหน้ากล้อง สุดท้ายแบล็กเมล์ถูกขู่เรียกเงินไปเรื่อยๆ สำหรับผู้ที่กระทำผิดในลักษณะคดีโรแมนซ์สแกมจะถูกดำเนินคดีฉ้อโกง และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ

ต่อมาในช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า ในโอกาสวันแห่งความรัก เป็นห่วงบรรดาวัยรุ่น คู่รักต่างๆ ระมัดระวังตัวไปเที่ยวอะไรต่างๆ ผู้หญิงต้องระวังตัวมีคุณค่า ผู้ชายก็ให้เกียรติผู้หญิงบ้าง อย่าเอารัดเอาเปรียบ แล้วทำให้ประเพณีไทยเสียหาย เราไม่ใช่ต่างประเทศที่เลยไปแล้ว วัฒนธรรมเราดีงาม สวยงาม ต่างชาติก็เป็นแบบของเขา ไม่ใช่ดีหรือไม่ดี ตนไม่ว่าแต่ของเราเคยดีอยู่แล้ว อย่าทำ อย่าให้เดือดร้อนก็แล้วกัน

ด้านกรุงเทพโพล มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นวัยรุ่นเรื่อง “วัยเรียน วัยรุ่น ว้าวุ่นวันวาเลนไทน์” เก็บข้อมูลจากวัยรุ่นในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 1,203 คน พบว่ากลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 41.1 ระบุว่าตอนนี้มีแฟนแล้ว ร้อยละ 58.9 ระบุว่ายังไม่มีแฟน สิ่งที่อยากได้จากแฟนหรือคนรักมากที่สุดในวันวาเลนไทน์ ร้อยละ 47.5 ไปเที่ยวด้วยกัน รองลงมา ร้อยละ 33.9 อยากได้ดอกกุหลาบ และร้อยละ 31.2 อยากให้บอกรักด้วยคำพูด และมีเพียงร้อยละ 3.7 เท่านั้นที่ต้องการ มีเพศสัมพันธ์เพื่อแสดงความรักในวันวาเลนไทน์ ร้อยละ 53.4 ยังมองว่าการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แค่ต้องรู้จักป้องกัน ขณะที่ร้อยละ 46.6 เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ เพราะยังอยู่ในวัยเรียน และยังพบว่าร้อยละ 58.4 ระบุว่ามีความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์มาก ส่วนวิธีเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนที่ดีที่สุด ร้อยละ 35.6 ระบุว่า “ต้องระมัดระวังตัวเองเสมอ/ไม่ดื่มแอลกอฮอล์/ไม่เที่ยวผับบาร์”

สำหรับการจัดกิจกรรมล่วงหน้าก่อนถึงวันแห่งความรัก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์พัฒนาการจัดการสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งมอบความรักวันวาเลนไทน์ให้แก่ผู้สูงอายุ โดยนางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วย รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า วธ.มีแนวทางรณรงค์ให้เด็กและเยาวชน รวมทั้งประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการมอบความรักให้กันอย่างถูกต้องตามวิถีวัฒนธรรมไทย เพื่อให้เกิดการส่งมอบความรักสร้างสรรค์ ส่วนที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พ.ต.ท.สมเกษม จารักษ์ รอง ผกก.จร.สน.สำราญราษฎร์ แต่งกายเป็นคิวปิด เทพเจ้าแห่งความรัก นำ “จ่าตุ๊ก” หรือรถตุ๊กตุ๊กสายตรวจ ออกบริการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวต่างชาติหลงทางไปสู่เป้าหมาย รวมถึงตระเวนออกแจกลูกอมรูปหัวใจ และแผ่นพับขับขี่รถอย่างปลอดภัยไปยังพื้นที่ต่างๆ เป็นที่ชื่นชอบและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้สัญจรไปมาได้อย่างมาก

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    12.5%
  • ไม่ชอบ
    16.7%
  • สนุก
    29.2%
  • ประหลาดใจ
    12.5%
  • เสียใจ
    12.5%
  • ให้กำลังใจ
    16.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement