ให้กู้รายละแสนเลี้ยงกระบือ รัฐหวังลดทำนาหันมาปลูกหญ้าให้ควายกิน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ให้กู้รายละแสนเลี้ยงกระบือ รัฐหวังลดทำนาหันมาปลูกหญ้าให้ควายกิน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ก.พ. 2559 06:05
6,392 ครั้ง


เกษตรหนุนควายไทยให้มีที่ยืนในสังคม จับมือ ธ.ก.ส.ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรรายละแสนไปซื้อควายมาเลี้ยง สศก.คาดชาวนาหันมาเลี้ยงควายเพิ่ม ลดพื้นที่นาข้าวหันปลูกหญ้าแทน ด้านกองทุนหมู่บ้านชง “บิ๊กตู่” กดปุ่มปล่อยเงินประชารัฐ 35,000 ล้านบาทให้กองทุนหมู่บ้านนำไปสร้างประโยชน์ 19 ก.พ.นี้

นายสุรพงษ์ เจียสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายเร่งด่วนในการอนุรักษ์และเพิ่มผลผลิตกระบือ โดยได้จัดทำโครงการอนุรักษ์และพัฒนาการผลิตกระบือ เพื่อเร่งรัดเพิ่มจำนวนกระบือและปกป้องพันธุ์กระบือ ในพื้นที่ จ.อุทัยธานี แพร่ และเชียงราย เนื่องจากขณะนี้จำนวนกระบือในประเทศไทยลดลงจากการบริโภคในประเทศและส่งออก โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยสินเชื่อผ่านวิสาหกิจชุมชน แห่งละ 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2%ต่อปี เพื่อจัดสรรให้สมาชิกจำนวน 10 ราย รายละ 100,000 บาท เพื่อนำไปซื้อกระบือมาเลี้ยงเพิ่มในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังได้คัดเลือกพ่อพันธุ์กระบือที่มีลักษณะและคุณสมบัติที่ดีให้แต่ละกลุ่มใช้เป็นพ่อพันธุ์ 1 ตัวต่อ 1 กลุ่ม รวมทั้งพัฒนาพืชอาหารสัตว์ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรจัดทำแปลงหญ้าไว้ให้กระบือมีอาหารกินตลอดปี รวมทั้งยังได้ทำเครื่องหมายประจำตัวกระบือที่เข้าร่วมโครงการทุกตัว เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์และปกป้องพันธุ์กระบือ สะดวกต่อการจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อควบคุมตรวจสอบการเคลื่อนย้ายกระบือด้วย

ด้านนางสาวจริยา สุทธิไชยา รองเลขาธิการสศก. กล่าวว่า ผลจากโครงการอนุรักษ์และพัฒนาการผลิตกระบือ จะทำให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวลดพื้นที่ทำนาลงเพื่อเปลี่ยนเป็นแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์มากขึ้น เนื่องจากตลาดมีความต้องการกระบือสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ใช้แรงงานน้อย และมีความมั่นคงทางอาชีพมากกว่า ประกอบกับการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราเพียง 2% ต่อปีจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรร่วมโครงการ นอกจากนี้การเลี้ยงกระบือยังเป็นการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูงและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเกษตรกรสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากมูลกระบือใช้เองและจำหน่าย ซึ่งกระบือจะปล่อยมูลสดเฉลี่ย 25 กก. ต่อตัวใน 1 วัน โดยกระบือที่เข้าร่วมโครงการ 100,000 ตัว จะได้มูลกระบือแห้งเพื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ประมาณ 260,000 ตันต่อปี


ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการออกระเบียบการใช้เงินของกองทุนหมู่บ้านที่เกี่ยวกับ โครงการประชารัฐ วงเงิน 35,000 ล้านบาท โดยหลักการสำคัญของระเบียบประกอบด้วย โครงการที่กองทุนจะเสนอขึ้นมาต้องผ่านการทำประชาคมที่ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน และจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นชุดหนึ่งมาดำเนินโครงการนี้ ประกอบด้วย ผู้แทนจากภาคราชการ ภาคประชาชน และจากภาคเอกชนคือธนาคาร ในพื้นที่ที่จะมาประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาโครงการ และอนุมัติโครงการ โดยจะได้กองทุนละไม่เกิน 500,000 บาท และเมื่อโครงการได้รับการอนุมัติแล้ว การโอนเงินไปจะต้องทำผ่านธนาคารซึ่งกองทุนหมู่บ้านฯต้องเปิดบัญชีใหม่ชื่อว่าบัญชีประชารัฐ ในธนาคาร 4 แห่ง คือ ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่อให้กองทุนฯรู้จักการจัดการบริหารงบประมาณส่วนนี้ให้ถูกต้อง และเพื่อรองรับกรณีมีโครงการใหม่ๆเกิดขึ้นในอนาคต

ขณะเดียวกัน จะต้องมีการตรวจสอบและประเมินผลการสอบทานโครงการในพื้นที่ด้วยว่า โครงการได้ผ่านกระบวนการจัดทำตามระเบียบที่ออกหรือไม่และต้องมีการประเมินผลว่าทำแล้วได้เกิดผลสัมฤทธิ์หรือไม่ ซึ่งได้ขอให้เพิ่มลงไปด้วยว่าขอให้สื่อสารในพื้นที่เข้าใจด้วยว่า การดำเนินโครงการนี้ต้องการให้โปร่งใสสุจริต ไม่มีข้อครหาโดยเฉพาะการฮั้ว ซึ่งในระเบียบจะมีข้อกำหนดไว้ว่า หากพบความผิดปกติไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดก็จะระงับการจ่ายเงินแล้วเรียกเงินคืนและระงับโครงการได้

ด้านนายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสถาบันการเงินของรัฐหลายแห่ง เช่น ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอส–เอ็มอีแบงก์) พร้อมเข้ามาสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่ต้องการเงินทุนไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในท้องถิ่น หากวงเงินที่รัฐบาลจัดสรรลงไปให้กองทุนละ 500,000 บาท ตามโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐไม่เพียงพอ โดยในรายละเอียดของความร่วมมือนั้น สทบ.จะสรุปความชัดเจนอีกครั้งก่อนถึงวันที่ 19 ก.พ.นี้ ที่นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปกดปุ่มเริ่มต้นโครงการ.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    51.0%
  • ไม่ชอบ
    40.6%
  • สนุก
    2.0%
  • ประหลาดใจ
    2.0%
  • เสียใจ
    4.4%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement