แกรมมี่ ตั้งโต๊ะสวนกลับ มิวสิคบั๊ค เปล่าละเมิดลิขสิทธิ์เพลง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

แกรมมี่ ตั้งโต๊ะสวนกลับ มิวสิคบั๊ค เปล่าละเมิดลิขสิทธิ์เพลง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 09:30
6,176 ครั้ง


แกรมมี่ชี้แจง เล็งเห็นความสำคัญของลิขสิทธิ์ทางปัญญา ยืนยันจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลงให้มิวสิคบั๊ค สวนชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์ น่าจะเข้าใจผิด

หลังจากที่ ชนินทร วรากุลนุเคราะห์ กรรมการบริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ จำกัด ที่ดูแลค่ายเพลงมิวสิคบั๊ค ยื่นฟ้องบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) MPI วงลาบานูนและพวกรวม 6 คน ฐานละเมิดลิขสิทธิ์ 7 อัลบั้ม และเรียกค่าเสียหายกว่า 50 ล้านบาทไปเมื่อเย็นวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และในช่วงบ่าย ของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กษมา อดิศัยปัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล และ ประธาน สมฤดี ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายกฎหมาย จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้เดินทางไปแจ้งความกลับต่อมิวสิคบั๊คในคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาททำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ที่ สน.ทองหล่อ และยืนยันว่าทางแกรมมี่ไม่ได้ทำผิดสัญญาใดทั้งสิ้นๆ ทำทุกถูกตามกฎหมาย 

และในเย็นของวันเดียวกัน ทางผู้บริการที่นำทีมโดย บุษบา ดาวเรือง กษม อดิศัยปัญญา ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ วิเชียร ฤกษ์ไพศาล และ อ๊อฟ-กบ บิ๊กแอส ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ณ สตูดิโอ 1 ช่อง วัน ตึก GMM STUDIO

ซึ่งบุษบา ดาวเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยว่าถึงกรณีพิพาทระหว่างแกรมมี่และมิวสิคบั๊คว่า

“ขอชี้แจงก่อนนะคะ ทางคุณไพบูลย์เล็งเห็นถึงความสำคัญของเรื่องลิขสิทธิ์มาตลอด ทางแกรมมี่ของเราให้เกียรติและเคารพทรัพย์สินทางปัญญามากๆ เราตอบแทนผลประโยชน์ให้กับเจ้าของลิขสิทธิ์ทุกครั้ง ทางแกรมมี่เรามีทีมที่จะตรวจสอบและตามไปตอบแทนตลอดชั่วอายุของเค้า หรือส่งต่อไปถึงทายาท ทางแกรมมี่จะโทรตามเจ้าของลิขสิทธิ์ให้มารับเงินทุกครั้ง เราภูมิใจที่ได้ตอบแทน และภูมิใจที่ทำถูกต้อง อันนี้คือเจตนารมณ์ของบริษัท”

ชี้แจงข้อพิพาทระหว่าง แกรมมี่ กับ มิวสิค บั๊ค

ทางแกรมมี่ถูกฟ้อง 50 ล้าน เรื่องละเมิดลิขสิทธิ์?
บุษบา : “เป็นเรื่องเข้าใจผิดค่ะ เดี๋ยวเราจะให้คุณ กษม เป็นคนชี้แจงให้ทราบ 

กษมา อดิศัยปัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดว่า
“เราทำธุรกิจจัดเก็บตามค่ายต่างๆ และบริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ หรือ มิวสิคบั๊ค กับบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (MPI) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของแกรมมี่ ได้ร่วมกันทำธุรกรรม โดยที่บริษัท เพาเวอร์ เทรเซอร์ ได้อนุญาตในการจัดเก็บภาพเผยแพร่ลิขสิทธิ์ของมิวสิคบั๊คทั้งหมด ให้กับบริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (MPI) ไปดำเนินการจัดเก็บภาพเผยแพร่ต่างๆ รวมถึงทั้งเรื่องของการแสดงสดด้วย โดยมีพี่เอก เห็นชอบ เป็นคนอนุญาต 13 ปีที่ผ่านมาเราเป็นคู่ค้าที่ดีต่อกัน พูดคุยตกลงทำตามสัญญามาตลอด มีการจ่ายตังค์กันเรียบร้อย จนกระทั่งมิวสิคบั๊คมีการเปลี่ยนผู้บริหาร ผู้บริหารคนใหม่อาจจะไม่เข้าใจ เราก็อธิบายชี้แจงกลับไปเช่นกัน ทางนั้นมีเจตนารมณ์ขอให้มีการเปลี่ยนแปลงสัญญากลับมาทางเรา เราก็แจ้งกลับไปว่าขอให้หมดสัญญาแล้วค่อยมาคุยกันใหม่ ซึ่งสัญญาจะหมดในปี 2560 นั่นก็คือปีหน้า ซึ่งเราก็ได้รับจดหมายมาเป็นระยะ”

กษมา อดิศัยปัญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค พับลิชชิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล

อดีตผู้บริหารค่ายมิวสิคบั๊ค คุณธเนศ วรากุลนุเคราะห์ รู้สึกอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น?
เอก : “ผมไม่รู้ เพิ่งรู้เรื่องเมื่อคืน ไม่รู้จะบอกอะไร คุณชนินทร์เป็นน้องชายผม แต่ผมไม่ได้โทรคุยเรื่องนี้ แต่วันนั้นเซ็นจริง อนุญาตจริง รายละเอียดแกรมมี่ปฏิบัติตามจริงหรือเปล่าไม่รู้”

ธเนศ วรากุลนุเคราะห์

กษม : “เรามีการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ตามอัตราสากลที่ใช้ทั่วโลกกัน คือศิลปินร้องเพลงก็ได้ค่าตัวไป แต่ศิลปินต้องจ่ายค่าร้องเพลงของผู้สร้างสรรค์ หักค่าลิขสิทธิ์ให้ผู้สร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้สร้างสรรค์มีกำลังใจ”

วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ผู้บริหารของค่าย genie records เผยถึงกรณีฟ้องร้องในครั้งนี้ว่า

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ศิลปินที่ย้ายมาอยู่จีนี่ไม่ใช่ลาบานูนวงแรก ถึงจะย้ายค่ายแต่สิ่งที่ตามติดตัวศิลปินมาด้วยคือเพลงเดิมที่เคยร้อง เค้าต้องร้องเพลงที่เคยสร้างชื่อมาก่อน จะให้มาร้องเพลงทัวร์คอนเสิร์ตแค่เพลงเดียว หรือ 2 เพลง หรือ 3 เพลงไม่ได้ คนฟังก็ต้องคาดหวังให้เค้าร้องเพลงเดิม เชื่อว่าคนที่ไปฟังก็ต้องอยากฟังลาบานูนร้องเพลงยาม เพราะฉะนั้นผมจะถามตลอดว่าได้ส่งเงินให้คนแต่งหรือไม่ เช็กตลอด เรามองว่าเรื่องแบบนี้มันพลาดกันไม่ได้”

วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ผู้บริหารของค่าย genie records

คุณชนินทร์ให้สัมภาษณ์ว่า ลาบานูนมีการเอาเพลงไปร้องทั้งหมด 250 ครั้ง?
“เราจ่ายครบถ้วน จ่ายเหมา เพราะเราเจรจากันตั้งแต่แรก วันที่ลาบานูนเข้ามาที่ค่ายเรา เราก็ได้มีการเช็กแล้วว่าสามารถร้องเพลงเดิมได้มั้ย เมื่อเช็กสัญญาก็รู้ว่าร้องได้ ใช้ได้ ซึ่งเราได้จ่ายในราคาเหมามีในข้อตกลง ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”

ในฐานะที่อ๊อฟและกบเคยเป็นนักร้องที่เคยอยู่มิวสิคบั๊คมาก่อนมีความคิดเห็นอย่างไร?
อ๊อฟ : “เราย้ายค่ายก็เช็กตลอดว่าเพลงของเราจากที่เดิมใช่ได้มั้ยทุกครั้ง เพราะเราไม่อยากจะไปทัวร์คอนเสิร์ตหรือว่าร้องเพลงในผับแล้วถูกตำรวจจับ ทั้งๆ ที่มันเป็นเพลงของเราเอง การเก็บค่าลิขสิทธิ์มันก็ได้ประโยชน์ แต่มันก็ต้องก้าวผ่านจุดที่มันขลุกขลักนี้ไปก่อน”
กบ : “วันที่เรามาแกรมมี่ เราถือสัญญาของมิวสิคบั๊คมาด้วย เพราะในกฎหมายระบุว่าถ้าเราทำผิดจ่ายค่าปรับ 1 ล้านบาท เพราะฉะนั้นเราต้องทำการบ้านให้ดีที่สุด และเหตุการณ์นี้ก็เคยเกิดขึ้นกับบอดี้สแลม และก็มาเกิดกับลาบานูนอีกครั้ง”

แกรมมี่ยืนยันว่าทำถูกต้องตามลิขสิทธิ์ทุกประการ

ทราบเรื่องเมื่อไหร่ว่าถูกคุณชนินทร์ฟ้องร้อง?
เมธี : “ทราบเรื่องเมื่อ 6 โมงเย็นของเมื่อวานนี้ ก็ตกใจ ไม่รู้จะพูดยังไง ส่วนตัวผมมิวสิคบั๊คเหมือนคนสร้างลาบานนูน เจอแบบนี้ก็ตกใจ เกิดความเข้าใจผิดรึเปล่า ส่วนความรู้สึกก็เสียใจ แต่ก็ดีหมือนกันในเรื่องของลิขสิทธิ์ คนร้องก็ได้ค่าร้องไป คนสร้างสรรค์ก็ต้องได้เหมือนกัน ผมยินดีให้หักค่าลิขสิทธิ์ให้คนแต่งเพลงอยู่แล้วครับ ส่วนถามว่าเสียกำลังใจมั้ย มีบ้าง แต่ก็คงมีทางออก ไม่ได้ท้อ บอกกับเพื่อนๆ ในวงว่าเรามีความสุขในการเขียนเพลง นำเสนอเพลงก็มีความสุข เรื่องลิขสิทธิ์ก็ว่ากันไปตามกติกา”


พอทราบเรื่องได้โทรหาพี่หนุ่ยมั้ย?
“ไม่ได้โทรครับ นั่งนิ่งๆ อยู่บ้าน แต่พี่เอกโทรมาหา ก็ดีใจเพราะพี่เอกเป็นคนปลุกปั้นลาบานูนขึ้นมา”

โฟนอิน เมธี นักร้องนำลาบานูน


เพราะอะไรแกรมมี่ถึงแจ้งความกลับ?
กษมา : “คุณชนินทร์แจ้งความต่อทรัพย์สินทางปัญญาไม่เป็นความจริง พาดพิงในเรื่องของศีลธรรม ว่าแกรมมี่ไม่มีให้ แกรมมี่รังแกค่ายเล็ก อยากจะบอกว่าเราเป็นพี่น้องกันในอุตสาหกรรมเพลง ถ้าในเรื่องของการแข่งขันตรงนี้เราให้ผู้ฟังเป็นคนตัดสินเอง แต่นอกจากนั้นเราเป็นพี่น้องกัน สิ่งที่เค้าพูดมันทำให้แกรมมี่เสียหาย และลาบานูนก็ร้องเพลงเก่าของเค้าได้ เช็กตามสัญญาที่เซ็นไว้ อนุญาตให้แสดงสดได้”


ป้องกันยังไงในอนาคต?
วิเชียร์ : “เราทำงานตรงนี้มานาน จะมาตายน้ำตื่นมันคงไม่ใช่ การแสดงคอนเสิร์ตเป็นรายได้หลักของศิลปินไปแล้ว เราทำให้เค้าดังแต่ทำให้เค้าหาเงินไม่ได้ มันก็ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องตรวจสอบอยู่แล้ว”

นารากร ติยายน ผู้สัมภาษณ์ในวันนี้

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    4.1%
  • ไม่ชอบ
    12.3%
  • สนุก
    17.8%
  • ประหลาดใจ
    32.9%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    32.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement