ต้าน พรบ.ฯ บังคับ รปภ.ต้องจบ ม.3 ชี้ปิดกั้นคนเรียนน้อย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ต้าน พรบ.ฯ บังคับ รปภ.ต้องจบ ม.3 ชี้ปิดกั้นคนเรียนน้อย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 23:55
4,341 ครั้ง


รปภ.สองแควค้าน พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย 2558 ขอให้ชะลอการบังคับใช้ในวันที่ 5 มี.ค.นี้ไปก่อน ชี้ข้อกำหนดปิดกั้นผู้มีการศึกษาน้อย เพราะต้องจบ ม.3 เสียค่าอบรมกับตร.อีก2-6พันบาท อาจมีบริษัทฯ ต้องเลิกกิจการ...    

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่หน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เครือข่ายผู้ประกอบธุรกิจและพนักงานรักษาความปลอดภัยพื้นที่ภาคเหนือ นำโดย พ.อ.อ.นพดุล ใจอารีย์ ผอ.หจก.รักษาความปลอดภัยนพกัจน์ กรุ๊ป และ พ.ท.ชัยพร คุ้มสุพรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สเปเชียลไทยการ์ด แอนด์เซอร์วิส จำกัด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ในสังกัดจำนวน 200 คน เดินถือป้ายประท้วงพร้อมมายื่นหนังสือคัดค้านและขอให้ชะลอการบังคับใช้ พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายไพโรจน์ แก้วแดง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้รับหนังสือข้อเรียกร้อง

กลุ่มผู้ประกอบการ รปภ.เมืองสองแคว ยืนประท้วงที่หน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ค้าน พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย 2558


พ.อ.อ.นพดุล ใจอารีย์ ผอ.หจก.รักษาความปลอดภัยนพกัจน์ กรุ๊ป กล่าวว่า ขอให้ชะลอการบังคับใช้ พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558 ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 5 มี.ค. นี้ ออกไปก่อน ซึ่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการควบคุมกำกับการประกอบธุรกิจ ยกระดับมาตรฐานของผู้ประกอบธุรกิจและพนักงานรักษาความปลอดภัย โดยไม่เข้าใจ หรือไม่คำนึงถึงสภาพข้อเท็จจริง ในการประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยในประเทศไทย อาทิ การกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องเสียค่าธรรมเนียมในการขออนุญาต และพนักงาน รปภ.ต้องมีวุฒิม.3 อีกทั้งกำหนดให้พนักงาน รปภ.เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการอบรมผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องไปรับการฝึกอบรมเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 – 6,000 บาทต่อคน และไม่ตรงความต้องการในการประกอบธุรกิจ

ทั้งนี้ ข้อกำหนดดังกล่าว ได้เพิ่มความยุ่งยากและปิดโอกาสสำหรับผู้มีการศึกษาน้อย ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานที่ไม่มีวุฒิ ม.3 และไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมตามที่กำหนด นอกจากนี้ยังกำหนดโทษความผิดทางอาญาต่อผู้ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับในกฎหมาย เช่นกรณีเอาผู้ที่ไม่ใช่พนักงาน รปภ. รับอนุญาตไปปฏิบัติงาน จะมีโทษทั้งจำและปรับ ดังนั้น จึงเห็นว่า การบังคับใช้ พ.ร.บ.นี้ ในวันที่ 5 มี.ค. นี้ ทุกฝ่ายยังไม่พร้อมและมีปัญหาสับสนยุ่งยากในการปฏิบัติตามข้อกฎหมายต่างๆ ดังกล่าวมานี้

"จะเป็นการซ้ำเติม ทำความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้ว่าจ้าง และ พนักงาน รปภ. ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอยู่แล้ว และอาจจะทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ไม่มีความพร้อมในการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ต้องเลิกกิจการ ส่งผลให้มีพนักงานตกงานและครอบครัวเดือดร้อนจำนวนมาก" พ.อ.อ.นพดุล กล่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    16.4%
  • ไม่ชอบ
    44.5%
  • สนุก
    1.7%
  • ประหลาดใจ
    20.5%
  • เสียใจ
    9.2%
  • ให้กำลังใจ
    7.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement