รวบแก๊งสกิมเมอร์ชาวยูเครน ใช้บัตรปลอม ตระเวนกดเงินจากเอทีเอ็ม - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

รวบแก๊งสกิมเมอร์ชาวยูเครน ใช้บัตรปลอม ตระเวนกดเงินจากเอทีเอ็ม

ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายชายชาวยูเครน แก๊งสกิมเมอร์บัตรเอทีเอ็ม ตระเวนถอนเงินทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พร้อมของกลางบัตรเอทีเอ็ม 40 ใบ สารภาพซื้อมาจากเพื่อนชาวยูเครนด้วยกัน

วันนี้ (12 ก.พ.59) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม แถลงข่าวการจับกุมตัว นายโรมาน โพม่า ไฮโกะ (Mr.Roman Pomah Heiko) อายุ 24 ปี สัญชาติยูเครน โดยกล่าวหาว่า “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมอันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ทำปลอมหรือแปลงขึ้น ในการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่บริเวณเครื่องกดเงินอัตโนมัติ ธนาคารกสิกรไทย ซอยลาดพร้าว 64 ย่านวังทองหลาง กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยว่ามีชาวต่างชาติ มีพฤติการณ์เป็นแก๊งสกิมเมอร์บัตรเอทีเอ็ม หรือคัดลอกข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม ในจังหวัดลำปาง และกระบี่ หลังจากนั้นจะทำการตระเวนใช้บัตรเอทีเอ็มปลอมถอนเงินจากเครื่องกดเงินอัตโนมัติในเขตกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วางกำลังสังเกตการณ์ในจุดต่างๆ จนกระทั่งพบชายชาวต่างชาติลักษณะตรงกับบุคคลตามภาพวงจรปิดมาใช้เครื่องกดเงินอัตโนมัติของธนาคารกสิกรไทย ภายในซอยลาดพร้าว 64 ใกล้กับตลาดนัด ในลักษณะใช้เครื่องกดเงินอัตโนมัตินานผิดปกติราว 10 นาที โดยใช้บัตรหลายใบ ภายหลังที่ใช้บริการเครื่องกดเงินอัตโนมัติเสร็จ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ซึ่งผู้ต้องหาแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ว่าไม่มีหนังสือเดินทาง
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจค้นตัว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงทำการตรวจค้นตัว ผลการตรวจค้นพบ บัตรอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น 40 ใบ โดยบัตรอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 12 ใบ พบในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าขวา บัตรอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 21 ใบ พบในซองบุหรี่ภายในกระเป๋ากางเกงด้านขวาหลัง และบัตรอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 7 ใบ พร้อมกระดาษจดรหัส

จากนั้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาและเชิญเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและตรวจสอบจากธนาคาร มาทำการตรวจสอบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ผลปรากฏว่าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดจำนวน 40 ใบ เป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม ซึ่งมีการบันทึกข้อมูลบัตรเอทีเอ็มของผู้อื่นไว้แล้ว โดยเป็นบัตรของธนาคารกรุงไทย 1 ใบ และที่เหลือเป็นบัตรของธนาคารอื่น ทั้งธนาคารในประเทศไทย และธนาคารในต่างประเทศ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า ตนได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยพร้อมเพื่อนหนึ่งรายชื่อ วิคเตอร์โดยตั้งใจมาทำการกดเงินจากเครื่องกดเงินอัตโนมัติ โดยก่อนเดินทางมาประเทศไทย ตนได้รู้จักกับเพื่อนรายหนึ่งซึ่งแนะนำว่าสามารถหาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมพร้อมรหัสให้ตนได้ ทำให้ตนสนใจ จากนั้นเพื่อนคนดังกล่าวได้โทรศัพท์มาตกลงกับตนว่าจะขายบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ลงข้อมูลแล้วจำนวน 80 ใบ พร้อมรหัส ในราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตนตกลงและได้โอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้ หลังจากนั้น ตนได้รับบัตรอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 80 ใบ ทางไปรษณีย์ และได้เดินทางมายังประเทศไทยในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้วจึงได้ออกทำการกดเงินบริเวณลาดพร้าวและบางกะปิ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในที่สุด และเคยเข้ามาก่อเหตุในประเทศไทยในลักษณะดังกล่าวนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.