'เจ้าสัวเจริญ' เปิดทาง เขยเล็ก หัวเรือใหญ่ BJC ดูแลดีลหุ้นสามัญบิ๊กซี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

'เจ้าสัวเจริญ' เปิดทาง เขยเล็ก หัวเรือใหญ่ BJC ดูแลดีลหุ้นสามัญบิ๊กซี

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 16:18
8,372 ครั้ง


บอร์ดเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ไฟเขียว ซื้อหุ้นสามัญบิ๊กซี ทั้งทางตรง-อ้อม จำนวน 58.56% ราคาซื้อขายหุ้นละ 252.88 บาท มูลค่าประมาณ 1.22 แสนล้านบาท ด้าน เจ้าสัวเจริญ เปิดทางให้เขยเล็ก หัวเรือใหญ่เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ดูแลดีล...

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 59 มีรายงานว่า คณะกรรมการ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) อนุมัติให้บริษัทเข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งทางตรงและทางอ้อมใน บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) จำนวน 58.56% ในราคาซื้อขายหุ้นละ 252.88 บาท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.22 แสนล้านบาท ตามเงื่อนไขที่บริษัท ทีซีซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (TCC) ได้ทำสัญญากับกลุ่มกาสิโน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ BIGC ก่อนหน้านี้

หลังจากนั้น BJC จะเป็นผู้ทำคำเสนอซื้อหุ้นสามัญส่วนที่เหลือสัดส่วน 41.44% ใน BIGC ที่ราคาไม่เกิน 252.88 บาท/หุ้น โดยคาดว่าการทำธุรกรรมซื้อขายหุ้นดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 มี.ค. 59 พร้อมทั้งอนุมัติให้ BJC กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนระยะสั้น ไม่เกิน 12 เดือน ในการเข้าซื้อหุ้น BIGC ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดด้วย ในวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 2.2 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจพิจารณาให้มีการเพิ่มทุนในจำนวนและสัดส่วนที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการใช้เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อชำระคืนหนี้กู้ยืมดังกล่าว ซึ่งจะต้องมีการนำเสนอเพื่อขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัท ยังอนุมัติให้เข้าซื้อหุ้น C-Distribution Asia Pte Ltd. (C-Distribution Asia) สัดส่วน 60% จาก CdiscountInternation BV ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มเดียวกันกับ Geant International BV ในกลุ่มกาสิโน ในราคาซื้อขายรวม 856 ล้านบาท ซึ่งจะชำระเป็นเงินสกุลยูโร ขณะที่ C-Distribution Asia เป็นผู้ถือหุ้นในซี-ดิสเค้าต์ (C-discount) ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรับสินค้าที่ BIGC สาขาต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยทำรายการผ่านช่องทางออนไลน์

BJC ระบุว่าการเข้าซื้อหุ้น BIGC ทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการซื้อหุ้น C-Distribution Asia ตามเงื่อนไขของสัญญาจะทำการขายหุ้น BIGC ดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท เนื่องจากการยื่นข้อเสนอเข้าร่วมประมูลและเข้าทำสัญญาจะทำการขายหุ้น BIGC ในคราวนี้เป็นกรณีที่บริษัทอาศัยชื่อของ TCC ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ให้ดำเนินการยื่นประมูลและเข้าทำสัญญาไปก่อนแทนบริษัท จึงเป็นกรณีที่ TCC กระทำไปตามที่ได้รับมอบหมายในฐานะตัวแทนของบริษัท ซึ่งบริษัทในฐานะตัวการจึงมีสิทธิเข้าซื้อหุ้นและ/หรือให้บริษัทย่อยเข้าซื้อหุ้นตามสัญญาจะทำการขายหุ้น BIGC จากผู้ขายได้โดยตรงตามเงื่อนไขของกฎหมายและหลักการของสัญญาที่ทำขึ้นไว้

ทั้งนี้ ได้แต่งตั้ง บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) และบริษัท เจดีย์ พาร์ทเนอร์ จำกัด ให้เป็นที่ปรึกษาทางการอิสระของบริษัทเพื่อร่วมกันให้ความเห็นการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ดังกล่าวแต่ผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยบริษัทกำหนดวันประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาการเรื่องการเข้าซื้อหุ้น BIGC ในวันที่ 21 มี.ค. 59

สำหรับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับการจากการ ลงทุนใน BIGC นั้น คาดว่า จะทำให้บริษัทมีช่องทางในการเข้าสู่ตลาดค้าปลีกขนาดใหญ่ในไทย และจะมีช่องทางในการกระจายสินค้าของบริษัท อีกทั้งการเข้าซื้อ BIGC เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทในส่วนของธุรกิจค้าปลีก รวมถึงจะเป็นการขยายขนาดของบริษัทให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้มีจุดยืนที่ดีในยุคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ตลอดจนประหยัดเงินทุน และสร้างโอกาสในการทำกำไรในอนาคตของบริษัท รวมทั้งการเริ่มต้นสร้างธุรกิจด้านอื่นๆ ของบริษัท

อย่างไรก็ดี การเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทางอ้อม (Back Door Listing) เนื่องจากธุรกิจของ BIGC มีลักษณะที่คล้ายคลึงหรือเสริมกันกับธุรกิจของบริษัท และบริษัทไม่มีนโยบายที่จะเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในธุรกิจหลักของบริษัท นอกจากนี้กลุ่มบริษัทภายหลังการได้มาซึ่งหุ้น BIGC จะยังคงมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องจาก BIGC มีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่แล้ว ซึ่งการเข้าทำรายการครั้งนี้ จะไม่ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในคณะกรรมการและอำนาจควบคุม ของบริษัทหรือผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมบริษัทแต่อย่างใด ดังนั้น บริษัทจึงได้รับยกเว้นไม่ต้องยื่นขอให้พิจารณารับหลักทรัพย์ของบริษัทเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ใหม่อีกครั้ง ตามประกาศรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์

มีรายงานเพิ่มเติมว่า นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) มีฐานะเป็นเขยเล็กของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี หรือเจ้าสัวเจริญ เจ้าของอาณาจักรทีซีซี คอร์ปอเรชั่น และไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน).

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    44.5%
  • ไม่ชอบ
    33.6%
  • สนุก
    4.4%
  • ประหลาดใจ
    2.2%
  • เสียใจ
    8.8%
  • ให้กำลังใจ
    6.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement