น้องดีเจกินน้ำ-เริ่มคุยได้ ตร. ตั้ง 2 ประเด็น ไขปมหายเข้าป่าลึก 6 วัน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

น้องดีเจกินน้ำ-เริ่มคุยได้ ตร. ตั้ง 2 ประเด็น ไขปมหายเข้าป่าลึก 6 วัน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 16:30
36,949 ครั้ง


น้องดีเจ กินน้ำได้แล้ว แต่ยังงดอาหาร เพราะต้องรอให้แผลที่กระเพาะอาหารหายก่อน พร้อมอนุญาติให้เยี่ยมได้เฉพาะญาติ-เจ้าหน้าที่ ด้าน พงส. เชิญเจ้าของสวนผลไม้ พบเด็กมาสอบปากคำเพิ่ม ให้น้ำหนัก 2 ประเด็นหลัก เดินหลงเข้าไปเอง หรือมีคนพาไป ...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 ก.พ. 59 นพ.เจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต เปิดเผยถึงอาการของน้องดีเจ หรือ ด.ช.เจษฎากร ไชโย อายุ 3 ขวบ 9 เดือน ที่หายตัวไปในป่าลึกนานกว่า 6 วัน หลังมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด และมีเลือดไหลบริเวณกระเพาะอาหาร ตลอดจนตามร่ายกายมีแผลยุงและแมลงกัด โดยพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องผู้ป่วยวิกฤติกุมารเวชกรรม ชั้น 4 ตึกคุณพุ่ม รพ.วชิระภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 59 ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้อาการของน้องดีเจ ดีขึ้นตามลำดับ แพทย์ได้ให้น้ำดื่มแล้ว แต่ยังคงงดอาหาร เนื่องจากต้องรอให้แผลที่กระเพาะอาหารหาย สภาพร่างกายโดยทั่วไปเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เด็กสามารถพูดคุยได้แล้ว แต่ยังคงต้องการให้เด็กนอนพักให้มากๆ เพื่อที่ร่างกายจะฟื้นเร็วขึ้น โดยจะอนุญาตให้เฉพาะญาติและเจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าเยี่ยมอาการและพูดคุยกับเด็กได้เท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์พึ่งได้ รพ.วชิระภูเก็ต จะค่อยๆ เริ่มมีการพูดคุยกับเด็ก เพื่อเป็นการสอบถามข้อมูล โดยจะร่วมกับสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับสิทธิการคุ้มครองเด็กตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ส่วนเด็กจะคงนอนรักษาตัวไปอีกสักระยะ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเด็กจะฟื้นตัวเร็วมากน้อยเพียงใด

ต่อมา เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.ท.พีรพันธ์ มีมาก พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต ได้เชิญตัวนายไพโรจน์ เทพบุตร อายุ 60 ปี เจ้าของสวนผลไม้บริเวณจุดที่พบน้องดีเจเข้าให้ปากคำ เพื่อสอบถามภาพรวมต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ. 59 ที่เคยพบตัวน้องครั้งแรก แต่คิดว่าเป็นลูกของแรงงานต่างด้าว จึงไล่ให้ออกจากพื้นที่ไป เนื่องจากเกรงว่าจะถูกสุนัขที่เลี้ยงไว้กัด จนกระทั่งมาพบตัวน้องดีเจอีกครั้ง ในวันที่ 9 ก.พ. 59 โดยพนักงานสอบสวน ใช้เวลากว่า 4 ชม. ในการพูดคุยและบันทึกถ้อยคำต่างๆ

โดยนายไพโรจน์ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งได้เริ่มเล่าเหตุการณ์ให้พนักงานสอบสวนฟัง ตั้งแต่เริ่มแรกจนวันที่พบตัวน้อง โดยก่อนหน้านี้เคยเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งการสอบสวนปากคำนายไพโรจน์ครั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะรวบรวมการให้ปากคำในฐานะพยานบุคคลที่พบน้องดีเจเป็นครั้งแรกในสวน และถือว่าเป็นคนแรกที่พบตัวน้องในวันที่มีการค้นหาอีกด้วย

ซึ่งแนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนที่เกี่ยวข้องยังคงให้น้ำหนักแนวทางการทำงานไปที่ 2 ประเด็นหลักๆ คือ เด็กเดินพลัดหลงเข้าไปในป่าเอง และมีผู้นำพาตัวเด็กเข้าไปในป่าหรือสวน โดยขณะนี้การสอบสวน คืบหน้าไปมากแล้ว เหลือเพียงการหาคำตอบและหลักฐานมาเชื่อมโยงกับบุคคลที่คาดว่าอาจเกี่ยวข้อง เพื่อแก้โจทย์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งไว้ ซึ่งถ้าไม่พบหลักฐานหรือความเชื่อมโยงในตัวบุคคลต่างๆ ตามข้อสมมติฐานที่ตั้งไว้ดังกล่าว แนวทางการสอบสวนก็จะเข้าสู่ประเด็นการเดินพลัดหลงเข้าไปในป่าหรือสวนของเด็กต่อไป. 

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    24.5%
  • ไม่ชอบ
    2.6%
  • สนุก
    0.3%
  • ประหลาดใจ
    12.9%
  • เสียใจ
    2.6%
  • ให้กำลังใจ
    57.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement