วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อธิการบดีสวนสุนันทา แจง อาจารย์หนีทุน สังกัด มรภ.อุดรฯ

อธิการบดีราชภัฏสวนสุนันทา แจงกรณี อ.หนีทุน ไม่ได้สังกัดสวนสุนันทา แต่เป็นอาจารย์ มรภ.อุดรธานี ด้านเลขาธิการ กกอ. เผยเร่งตรวจสอบข้อมูลผู้ผิดสัญญาเสนอ รมว.ศธ. ชี้ ผู้ค้ำประกันต้องยอมรับความเสี่ยง...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี พล.ต.กิตติภพ มนูญนิมิต รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารกองบัญชาการกองทัพไทย (รอง.จก.กร.ทหาร) นางจันทิรา วิเศษณัฐ อาจารย์ประจำวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี, นายภากิติ์ ตรีสกุล อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา แจ้งความกองบังคับการปราบปรามเพื่อร้องทุกข์กรณีที่ต้องตกเป็นหนี้ หลังจากค้ำประกันทุนการศึกษาจำนวน 10 ล้านบาทให้กับ นางภัทรพร บัวทอง อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งได้รับทุนและเมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกแล้วแต่ไม่กลับประเทศไทย และไม่ชดใช้ทุน ทำให้ผู้ค้ำประกันต้องแบกรับหนี้สินแทนกว่า 4 ล้านบาทนั้น

นายฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า นางภัทรพร เคยเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจริง แต่ขณะนั้น มรภ.สวนสุนันทา ยังเป็นเพียงสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา สังกัดสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่ง นางภัทรพรก็ได้รับทุนจากสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ และเลือกที่จะได้ใช้ทุนโดยรับราชการที่สถาบันราชภัฏอุดรธานี การเซ็นสัญญาค้ำประกันของผู้ค้ำประกันได้ดำเนินการกับสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ เนื่องจากสถาบันราชภัฏสวนสุนันทาขณะนั้นยังไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ซึ่งทันทีที่เซ็นรับทุนก็ถือว่า นางภัทรพร ขาดจากการเป็นอาจารย์ของสถาบันราชภัฏสวนสุนันทา ไปสังกัดกับสถาบันราชภัฏอุดรธานี และต่อมาสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏก็ได้รวมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. ในช่วงของการปฏิรูปการศึกษาที่ได้รวมทบวงมหาวิทยาลัยเข้ากับกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อสำเร็จการศึกษานางภัทรพรจึงต้องไปใช้ทุนโดยเป็นอาจารย์ในสถาบันราชภัฏอุดรธานี หรือ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีในปัจจุบัน

"กรณีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติให้ลาออก หรือการดำเนินการฟ้องร้องผู้ค้ำประกันทั้ง 3 ราย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสวนสุนันทา เพราะสถานภาพของนางภัทรพรในขณะนั้นมิได้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของสวนสุนันทา และทันทีที่เซ็นสัญญารับทุน นางภัทรพร ก็ถือเป็นคนของสถาบันราชภัฏอุดรธานี และมหาวิทยาลัยที่ฟ้องร้องผู้ค้ำประกันทั้งสามรายคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ส่วนที่ข่าวระบุว่านางภัทรพร ทำหนังสือชดใช้ทุนแล้วกว่า 6 ล้านบาท ก็ไม่มีข้อมูลเช่นกัน" นายฤาเดช กล่าว

นายฤาเดช กล่าวด้วยว่า กรณีที่มีข้อสงสัยว่าในขณะที่อาจารย์ยังมีปัญหาค้างทุนการศึกษา แต่มหาวิทยาลัยกลับอนุมัติให้ลาออกได้นั้น โดยทั่วไปแล้วเป็นไปตามระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยการลาออกจากราชการของข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ. 2551 ซึ่งผู้บังคับบัญชาไม่มีอำนาจจะยับยั้งได้ มีอำนาจเต็มที่ที่จะยับยั้งได้ก็แค่ 90 วันเท่านั้น และเป็นคนละส่วนกับการชดใช้ทุน แต่ถ้าเป็นอาจารย์หรือบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หากจะลาออกจะให้กองคลังตรวจสอบภาระหนี้สินก่อนทุกครั้ง

ด้าน น.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่า ตนทราบข่าวจากสื่อมวลชนแล้ว จึงได้มอบให้สำนักนิติการ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว ซึ่งโดยปกติหากผู้รับทุนผิดสัญญาการรับทุนทางต้นสังกัดก็จะดำเนินการฟ้องร้องผู้รับทุนก่อน แต่หากไม่สามารถตามตัวผู้รับทุนมารับผิดชอบได้จริงๆ ก็จำเป็นต้องฟ้องร้องผู้ค้ำประกันต่อไป ซึ่งทุกหน่วยงานก็รู้สึกเห็นใจผู้ค้ำประกันเพราะมีเจตนาดีที่ช่วยค้ำประกันให้ แต่ต้องกลับมาใช้ทุนคืนแทน ดังนั้นจึงมีการช่วยเหลือไกล่เกลี่ยให้ผู้ค้ำประกันชำระเงินคืนเฉพาะเงินต้น ไม่คิดค่าเบี้ยปรับหรือดอกเบี้ย แต่จะไม่ให้ผู้ค้ำประกันใช้เงินแทนเลยคงไม่ได้ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ค้ำประกันก็มีความเสี่ยงอยู่แล้วที่จะต้องรับผิดชอบร่วม ดังนั้นการที่จะเป็นผู้ค้ำประกันให้ใครก็ควรคิดให้ดีก่อนที่จะเซ็นค้ำประกัน

เลขาธิการ กกอ. กล่าวต่อไปว่า หลังจากเกิดกรณีที่ผู้รับทุนไม่กลับมาใช้ทุนคืน ทาง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบให้ สกอ. เชิญสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน กระทรวงการคลัง และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดสรรทุนของรัฐบาลแล้วว่า ในอนาคตจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขอะไรหรือไม่อย่างไร ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ว่าจะหารือเรื่องดังกล่าวได้ในวันใด อย่างไรก็ตามในส่วนของ สกอ. ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลกรณีการผิดสัญญาการรับทุนของ สกอ. ทั้งหมด เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมในครั้งนี้ด้วย.