สนช.ผ่านฉลุย 160 เสียง 5 ข้อเสนอ แก้ร่าง รธน. จ่อส่ง กรธ.15 ก.พ.นี้ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

สนช.ผ่านฉลุย 160 เสียง 5 ข้อเสนอ แก้ร่าง รธน. จ่อส่ง กรธ.15 ก.พ.นี้

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 16:22
616 ครั้ง


“สนช.” ผ่านฉลุย 160 เสียง 5 ข้อเสนอ แก้ร่าง รธน.เตรียมส่งต่อให้ กรธ.15 ก.พ.นี้ หนุนสุดลิ่ม ส.ว.สรรหา ค้านบัตร ส.ส.ใบเดียว ขอ 2 ใบตามเดิม แถมแบ่งเขตใหญ่ พรรคการเมืองไม่ต้องเปิดชื่อนายกฯ ให้อำนาจรัฐสภา แก้ปัญหาหากเกิดวิกฤติ

เมื่อวันที่ 12 ก.พ. เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการสามัญศึกษาเสนอแนะ และรวมรวมความเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ขอรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อประกอบการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี นายสุรชัย เป็นประธาน

โดย นายกล้านรงค์ จันทิก รองประธาน กมธ. ได้นำเสนอรายงานว่า กมธ.มีความเห็น 5 ประเด็นสำคัญ คือ 1. ที่มา ส.ส. กมธ.เห็นว่าควรกำหนดให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เป็น ส.ส.แบบเขตและบัญชีรายชื่อ และควรกำหนดเขตเลือกตั้งแบบเขตใหญ่เรียงเบอร์ เพราะการทุ่มซื้อเสียงของพรรคการเมืองทำได้ยากขึ้น ส่วนการคิดคะแนน ส.ส.ควรใช้วิธีแบบสัดส่วนผสม เพราะทุกคะแนนจะถูกนำมาคำนวณหา ส.ส.ทั้งหมดที่พรรคการเมืองพึงมี

2. ที่มา ส.ว.เห็นควรให้มี ส.ว.จำนวน 200 คน มาจากการสรรหาทั้งหมด จากกลุ่มอาชีพและกลุ่มสังคมที่หลากหลาย และให้มีคณะกรรมการทำหน้าที่สรรหา ส่วนเหตุผลที่ไม่เห็นด้วย กับการกำหนดให้ ส.ว.มาจากการเลือกกันเองของกลุ่มต่างๆ เพราะการเลือกกันเองของกลุ่มต่างๆ แบบข้ามกลุ่ม เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน อาจถูกแทรกแซง และแลกเปลี่ยนตอบแทนผลประโยชน์ในกลุ่ม และระหว่างกลุ่มจากผู้มีอิทธิทางการเมืองได้

นายกล้านรงค์ กล่าวต่อว่า 3. ไม่เห็นด้วยกับหลักการที่ให้พรรคการเมือง เสนอรายชื่อนายกฯ พรรคละไม่เกิน 3 ชื่อ ถือเป็นการจำกัดสิทธิของสภาฯ 4. กมธ.เห็นว่า มีความจำเป็นที่ต้องมีกลไกลเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ เฉพาะในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายกำหนดแนวทางเอาไว้ หรือ ในกรณีที่สถาบันทางการเมืองไม่สามารถใช้อำนาจรัฐ หรือ อำนาจบริหารบริหารประเทศได้ แต่ควรกำหนดให้มีกลไกที่เป็นที่ยอมรับของสังคมเพื่อทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญญาวิกฤติของประเทศ โดยใช้เป็นอำนาจของรัฐสภาหรือวุฒิสภาในกรณีที่ไม่มีสภาหรือมีสภา แต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้เป็นอำนาจของ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เรียกประชุมร่วมกันของ ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตร. ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ปลัดกระทรวงกลาโหม และบุคคลอื่นใดตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยให้ที่ประชุมดังกล่าว มีอำนาจในการบริหารจัดการสถานการณ์เพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า 5. ประเด็นสำคัญอื่นๆ คือ การนำบทบัญญัติมาตรา 7 เดิมไว้ในบททั่วไป ตามเดิม การไปไว้ในมาตรา 207 ทำให้เกิดข้อจำกัด และควรเพิ่มบทบัญญัติให้รัฐต้องสนับสนุนส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนชาวไทย ควรให้คงหลักการเรื่องสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ควรเพิ่มความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดกำลังทหารเพื่อให้การรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของรัฐ รวมทั้งยกเลิกข้อจำกัดสิทธิการฟ้องร้องรัฐของประชาชนและกำหนดให้รัฐต้องมีหน้าที่ จัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นการบังคับให้รัฐบาลในอนาคตปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ

ส่วนการห้าม คสช. ครม. สนช.และ สปท. สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.หรือเป็น ส.ว. เว้นแต่ลาออกภายใน 90 วัน หลังรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ ถือเป็นการจำกัดสิทธิในการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ และกรอบเวลาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของ สนช. ตามบทเฉพาะกาลน้อยไปหรือไม่ จากนั้น ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ เห็นชอบ 160 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ให้ส่งรายงานฉบับนี้ไปให้ กรธ. ประกอบการพิจารณาในวันที่ 15 ก.พ.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    13.0%
  • ไม่ชอบ
    32.6%
  • สนุก
    4.3%
  • ประหลาดใจ
    15.2%
  • เสียใจ
    28.3%
  • ให้กำลังใจ
    6.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement