โฆษก กอ.รมน.ฯ ย้ำ รายงานทรมานผู้ถูกควบคุมตัวเป็นข้อมูลเก่า - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
advertisement

โฆษก กอ.รมน.ฯ ย้ำ รายงานทรมานผู้ถูกควบคุมตัวเป็นข้อมูลเก่า

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 18:39
523 ครั้ง


(ภาพจาก กอ.รมน.ภาค 4 สน.)

โฆษก กอ.มน.ภ.4 สน. ตั้งโต๊ะแถลง กรณีมีการเปิดเผยรายงานการทรมานผู้ถูกควบคุมตัวใน จชต. ยืนยันที่ผ่านมาทำอย่างโปร่งใส เปิดกว้าง ตรวจสอบได้ ชี้ ส่วนใหญ่เป็นการนำข้อมูลเก่าในปี 47 มารายงานซ้ำ เผย แม่ทัพ ภ.4 สั่งตรวจสอบแล้ว...

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 ก.พ. 59 พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้แถลงกรณีกลุ่ม "ด้วยใจ องค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี" และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์การทรมาน และการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรีใน จชต. ปี 2557-2558 ซึ่งอ้างว่าได้พบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการซ้อมทรมานผู้ถูกควบคุมตัว จำนวน 54 คน ในห้วงปี 2557-2558 ดังปรากฏเป็นข่าวผ่านสื่อแขนงต่างๆ อย่างกว้างขวาง ทั้งในและต่างประเทศในห้วงที่ผ่านมานั้น

ขอชี้แจงว่า กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้ให้ความสำคัญ และตระหนักในสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่มาโดยตลอด ทั้งนี้ ได้กำหนดมาตรการและข้อเน้นย้ำในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ด้วยความระมัดระวัง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนของการบังคับใช้กฎหมาย ภายใต้การรับรู้และมีส่วนร่วมของผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และบุคคลในครอบครัวตามแนวทางสันติวิธี ตั้งแต่ขั้นตอนของการจับกุม โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ขั้นตอนการคุมตัวและซักถาม ที่เปิดโอกาสให้บุคคลในครอบครัวเข้าเยี่ยมได้ทุกวันตามเวลาที่กำหนด โดยไม่เคยกีดกันหรือขัดขวางตามที่ถูกกล่าวอ้าง

พร้อมกับมีการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ญาติ เช่น ที่พักในกรณีที่มีความต้องการ มีกิจกรรมนันทนาการ และการประกอบศาสนกิจตามหลักศาสนา นอกจากนี้ ยังคงเปิดโอกาสให้เครือข่ายองค์กรต่างๆ ทั้งองค์กรระหว่างประเทศ กาชาดสากล คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนสื่อมวลชน รวมทั้งมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กลุ่มด้วยใจฯ และเครือข่ายองค์กร สามารถเข้าเยี่ยมชมสถานที่ควบคุมตัวและซักถามในหน่วยทหารได้ตลอดเวลา โดยไม่เคยปิดกั้นแต่อย่างใด ซึ่งทุกองค์กรต่างให้การยอมรับในความพยายามปรับปรุงสถานที่ และวิธีการดำเนินการตามคำแนะนำ ทำให้ประเด็นการร้องเรียนจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ดีขึ้นโดยลำดับ

"รายงานสถานการณ์การซ้อมทรมานในพื้นที่ จชต. ของมูลนิธิผสานวัฒนธรรมและกลุ่มด้วยใจฯ โดย น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ และ น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ ได้ดำเนินการอย่างเป็นทางการมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2555 และ วันที่ 10 ก.พ. 2559 โดยมีกลุ่มเป้าหมายและการรายงานรูปแบบการทรมานที่เหมือนๆ กัน อย่างไรก็ตาม เมื่อศึกษาเนื้อหาอย่างละเอียด พบว่าส่วนใหญ่เป็นการนำข้อมูลเก่าตั้งแต่ปี 2547 มารายงานซ้ำ เป็นลักษณะการกล่าวอ้างจากคำบอกเล่าโดยขาดหลักฐานเชิงประจักษ์ และไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งๆ ที่เมื่อเกิดประเด็นปัญหาขึ้นมา รัฐจะเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยคณะกรรมการอิสระและโดยเครือข่ายองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ดังที่ปรากฏให้เห็นมาโดยตลอด"

ทั้งนี้ รูปแบบการซ้อมทรมานที่ระบุในรายงานทั้ง 2 ครั้ง นอกจากไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ยังมีข้อสังเกตในหลายประเด็นที่เป็นไปไม่ได้ เช่น การข่มขืน การผ่าตัดนำอวัยวะภายในออก บังคับให้ทานสารเคมี การเผาไหม้ และล่าสุดคือให้ทหารพรานหญิงใช้นมปิดใบหน้าให้ขาดอากาศหายใจ หรือการทำร้ายร่างกาย เช่น ใช้ลำกล้องปืนกระแทกจนฟันกรามหัก ศีรษะแตก เป็นต้น ซึ่งหากเป็นเรื่องจริงย่อมมีร่องรอย หรือหลักฐานให้ปรากฏต่อแพทย์ผู้ตรวจร่างกายทั้งก่อนและภายหลังการควบคุมตัว รวมทั้งปรากฏต่อญาติและครอบครัวที่เข้าเยี่ยมได้ทุกวัน ซึ่งเครือข่ายองค์กรเหล่านี้ต่างก็ทราบดี ดังนั้นหากพิจารณาจากพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลและองค์กรดังกล่าวตลอดเวลาที่ผ่านมา อาจถือได้ว่าเป็นการจงใจพยายามทำลายความน่าเชื่อถือในระบบอำนาจรัฐ และทำลายภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีสากล

ในการนี้ พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาค 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงของทุกเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวอ้างอย่างเร่งด่วน หากเป็นความจริงก็จะมีการลงโทษทั้งวินัยและอาญาทหารอย่างเด็ดขาด แต่หากไม่เป็นความจริงหรือมีเจตนาบิดเบือนข้อเท็จจริง บุคคลและองค์กรเหล่านี้ก็จะต้องยอมรับความจริงจากสิ่งที่ได้กระทำด้วยเช่นเดียวกัน และพร้อมกันนี้ต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชนบางสำนักให้เสนอข่าวด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ โดยขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างสมดุล เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังที่ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    100.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement