ให้สังคมตัดสิน มติของมส.-พศ. - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ให้สังคมตัดสิน มติของมส.-พศ.

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.พ. 2559 07:32
3,434 ครั้ง


กรณีธัมมชโย-รมต.ยํ้าเรื่องศรัทธาของคน

“บิ๊กต๊อก” เผยปม มส. ให้ “ธัมมชโย” ไม่ปาราชิก ดีเอสไอเป็นเพียงคนกลาง รอ พศ.ตอบหนังสือกลับ มาก่อนแจ้งไปยังผู้ร้อง ส่วน “สุวพันธุ์” ชี้มติไม่ วินิจฉัย “ธัมมชโย” อาบัติ ปาราชิก เกี่ยวข้องกับความศรัทธาองค์กรสงฆ์ ต้องแจงให้ชัด ขณะที่ “ไพบูลย์” ค้านมติ เล็งยื่น “ดีเอสไอ ผู้ตรวจฯ” เอาผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

กรณีที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติให้พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่อาบัติปาราชิก ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ต้องไปดูหนังสือชี้แจงของ มส. และ พศ.ที่จะทำไปถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะที่ทำเรื่องสอบถามเข้ามา ได้บอก พศ.ไปว่าสังคมไม่ได้มองว่าเป็นปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ข้อบังคับ หรือพระธรรมวินัย แต่เป็นคำถามเกี่ยวกับความศรัทธาต่อองค์กร สถาบันพระพุทธศาสนาจึงต้องชี้แจงให้สังคมเข้าใจ โดยยึดกฎหมายและพระธรรมวินัยเป็นหลัก

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เมื่อมีผู้ร้องมาที่ดีเอสไอ ต้องพิจารณาดูว่าหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบ พศ. เป็นหนึ่งใน หน่วยงานที่รับผิดชอบจึงทำหนังสือแจ้งไปเพื่อให้ดำเนินการและตอบกลับมา เมื่อทำหนังสือตอบกลับมา อธิบดีดีเอสไอจะทำหนังสือถึงผู้ร้อง ส่วนจะพอใจในคำตอบหรือไม่เป็นเรื่องที่เขาต้องไปดำเนินการกันเอง เพราะเราเปรียบเสมือนเป็นคนกลาง อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่แล้วเสร็จ ต้องทำต่อไป

ส่วน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ มส. และ พศ. เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ถ้าส่งเรื่องมาให้จะรับฟัง ส่วนผลจะออกมาตามที่ดีเอสไอส่งเรื่องไปหรือไม่นั้น คงต้องยอมรับผลของ มส. และ พศ. เพราะมีอำนาจโดยตรงในการพิจารณา ท้ายสุดสังคมจะตัดสินว่ารับได้หรือไม่กับมติดังกล่าว ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียน มส.และ พศ.เกี่ยวกับความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากผู้ร้องเห็นว่า มส. และ พศ. ผิดมาตรา 157 สามารถยื่นเรื่องกับ ป.ป.ช.ได้ ส่วนผู้ที่จะตีความในรายละเอียดที่ พศ. และ มส. ส่งมาให้ดีเอสไอเป็นไปตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์หรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสงฆ์ ดีเอสไอไม่มีความเชี่ยวชาญ จึงส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา และต้องยอมรับมติที่ออกมา แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ

ขณะที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรฐานปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และเครือข่ายปกป้องพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช และเครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนา แถลงถึงมติ มส. ที่ปฏิเสธดำเนินการตามหนังสือของดีเอสไอ ให้พระธัมมชโย ต้องอาบัติปาราชิกตามพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ว่า การที่ มส.ระบุว่า ไม่สามารถดำเนินการตามดีเอสไอได้ อ้างว่าคดีพระ ธัมมชโยสิ้นสุดในคณะผู้พิจารณาชั้นต้นแล้ว เห็นว่าการกระทำของ มส. และ พศ. เข้าข่ายปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการที่ประชุมมส.รับรองการดำเนินการให้คณะผู้พิจารณาชั้นต้นดำเนินการชอบด้วยกฎหมาย เห็นว่าผู้พิจารณาชั้นต้นไม่ได้รายงานข้อเท็จจริงของกฎหมายและธรรมวินัยที่เกี่ยวข้องต่อ มส. เพื่อให้พิจารณาตามกฎของ มส.ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2538) ข้อ 4 วรรคแรกและวรรคท้าย จึงอาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เพื่อให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายดำเนินการให้ได้ข้อยุติ จะยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อดีเอสไอ และผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยต่อไป

นายชยพล พงษ์สีดา รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน จะฟ้อง พศ. และ มส. หลัง พศ. ออกมาชี้แจงร่างหนังสือที่จะตอบกลับไปที่ดีเอสไอ กรณีการปฏิบัติตามพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช เกี่ยวกับพระธัมมชโย ว่าคดีสิ้นสุดตั้งแต่คณะผู้พิจารณาชั้นต้นของคณะสงฆ์แล้ว ยังไม่ถึงขั้นการพิจารณาว่าต้องอาบัติปาราชิกหรือไม่ ทำให้คดีไม่ต้องเข้าสู่การพิจารณาในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาของคณะสงฆ์ ขอยืนยันว่า พศ. และ มส. ปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช โดยยึดหลักตามกฎหมาย กฎมหาเถรฯ และพระธรรมวินัย ส่วนการที่นาย ไพบูลย์จะฟ้องร้องเป็นสิทธิทำได้ พศ.ไม่สามารถห้ามได้ ยืนยันได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว

ด้านพระราชปัญญามุนี เจ้าคณะ จ.ยะลา กล่าวว่า ยามนี้พระพุทธศาสนามีภัยทั้งจากภายในและภายนอก เช่น มีบางกลุ่มบางคนอย่างนายไพบูลย์ นิติตะวัน และพวก จะฟ้อง มส. ถามว่าคิดได้อย่างไร มส. มีแต่ช่วยเหลือพระสงฆ์และประชาชน โดยเฉพาะกับพระ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนพุทธอิสระที่มีหมายจับหลายคดีก็ด้วย มาให้ดีเอสไอเจอต่อหน้าแต่ดีเอสไอก็ไม่จับ แบบนี้ดีเอสไออาจโดนมาตรา 157 เองบ้างหรือไม่ ส่วนนายไพบูลย์และพวกเคยทำประโยชน์อะไรแก่พระพุทธศาสนาบ้าง มาดูดำดูดีพระสงฆ์ชายแดนใต้บ้างไหม หรือมีแต่หาเรื่องทะเลาะกับพระ หรือว่าท่านได้ประโยชน์อะไรจากการทำให้พระพุทธศาสนาอ่อนแอหรือไม่

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    83.8%
  • ไม่ชอบ
    12.3%
  • สนุก
    1.8%
  • ประหลาดใจ
    0.9%
  • เสียใจ
    0.9%
  • ให้กำลังใจ
    0.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement