บิ๊กป้อมตีธง เลือกแน่ กค.ถึงธค.60 - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

บิ๊กป้อมตีธง เลือกแน่ กค.ถึงธค.60

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.พ. 2559 07:29
1,422 ครั้ง


เผยประชามติ! ให้‘รณรงค์’ได้ ทั้งรับและควํ่า

ย้ำหนักแน่นเลือกตั้งตามโรดแม็ปปี 2560 “ประวิตร” ลั่นไม่ต้องมาถามเซ้าซี้อีกแล้ว ระบุ ก.ค.60 เริ่มกระบวนการเสร็จเมื่อไหร่เลือกเมื่อนั้นแต่ไม่เกิน ธ.ค.60 แน่นอน มั่นใจไม่มีเหตุวุ่นวายเพราะบทเฉพาะกาลคุมไว้แล้ว “มีชัย” ย้ำเจตนายกร่างสร้างกฎเหล็กคุมเข้มรัฐบาล-ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนอกลู่นอกทางไม่ปฏิบัติตามเจอยื่นฟ้องอุตลุด พวกโกงเจอยาแรงตัดสิทธิยันตาย ตรวจพบจบทันทีไม่ต้องเสียเวลาถอดถอน หาก ครม.ทุจริตหายวับทั้งคณะไม่มีสิทธิ์อยู่รักษาการ “วิษณุ” แย้มประชามติอาจมีคำถามพ่วง ย้ำหากคว่ำแบบเฉียดฉิว คะแนนไม่ขาดอาจหยิบฉบับ กรธ.มาแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นสังคมกังขาแล้วประกาศใช้ เปรยจะเฉลยหลังผลประชามติ หรือก่อนหน้า 1-2 วัน สนช.ส่ง 20 ประเด็นปรุงแต่ง รธน. ย้ำรณรงค์ประชามติได้ทั้งรับและคว่ำ “บิ๊กตู่” ยังเล่นบทนิ่งสยบเคลื่อนไหว ประหยัดถ้อยคำ แต่เหน็บสื่อเบาๆ

หลังจากรัฐบาลประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดเตรียมการทำประชามติเสร็จสิ้นโดยมีข้อสรุปเบื้องต้นในเรื่องของการยึดเสียงข้างมากของผู้ออกมาใช้สิทธิ์ การกำหนดโทษในขั้นตอนการรณรงค์ การเปลี่ยนแปลงการจัดพิมพ์ร่าง รวมทั้งงบประมาณที่ใช้นั้น ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เผยว่า ได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาความเป็นไปได้ในการถามพ่วงประเด็นอื่นๆในขั้นตอนการทำประชามติ

“บิ๊กป้อม” จี้คนวิจารณ์ให้ข้อมูล กรธ.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 ก.พ. ที่กระทรวง กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุสามารถรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญได้ว่า นายวิษณุคงจะให้ความคิดเห็นถึงเนื้อหาอะไรที่ไม่ดีของร่างรัฐธรรมนูญมากกว่าจะส่งสัญญาณให้คว่ำร่าง ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเปิดรับฟังแสดงความคิดเห็นอยู่ ถ้าใครมีความคิดเห็นเช่นใดก็สามารถส่งไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พิจารณาให้แก้ไขได้ ถ้าเอาแต่ พูดไม่ส่งความคิดเห็นไปก็ไม่เกิดประโยชน์

แนะ “มีชัย” ฟังความเห็นทุกฝ่าย

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ส่วนประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไปนั้น คิดว่าไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะเป็นหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการถอดถอนที่บางฝ่ายอาจไม่ยอมรับก็ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตีความ หรือถ้ามีวิกฤติประเทศเดินต่อไปไม่ได้ ถ้ามีองค์กรที่จะมาตัดสินให้เกิดความชัดเจนว่า รัฐบาลจะมีหน้าที่ทำอย่างไรให้ประเทศเดินต่อได้ ก็คิดว่าน่าจะดี เมื่อถามว่า ฝ่ายการเมืองวิจารณ์ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญสามารถถอดถอน ส.ส. ส.ว. และนายกฯได้ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ถ้าประเด็นใดไม่เห็นด้วยก็ส่งความเห็นไปยัง กรธ. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ก็ต้องยอมรับความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆด้วย คณะรัฐมนตรีก็ต้องร่วมพิจารณาด้วยว่าอะไรที่สมควรหรือไม่สมควร

ไม่ขอชี้นำแต่อยากให้ยอมรับ รธน.

เมื่อถามว่า ในส่วนของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ ได้ส่งความคิดเห็นไปให้ กรธ.หรือยัง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ส่งไปแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเรามีกฎหมาย พ.ร.บ.ด้านนี้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า งบประมาณจัดทำประชามติกว่า 3,400 ล้าน ถ้าหากไม่ผ่านใครจะเป็นคนรับผิดชอบ พล.อ.ประวิตรตอบว่า งบประมาณที่ใช้ไปก็อยากให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนทุกคนยอมรับในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รัฐธรรมนูญชั่วคราวระบุไว้ว่า ต้องมีการทำประชามติ จะเสียงบประมาณหรือไม่เสียอย่างไรก็ต้องทำ โดยการทำประชามติต้องนับคนที่ออกมาใช้สิทธิ์ จะไปนับคนไม่มาใช้สิทธิ์ไม่ได้ เมื่อถามว่า เพื่อไม่ให้งบประมาณสูญเปล่าต้องรับร่างรัฐธรรมนูญ รองนายกฯตอบว่า ก็ต้องดูให้ดีตนไม่ขอชี้นำ

ย้ำเลือกตั้งภายในปี 2560 ชัวร์

เมื่อถามว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านจะเอาฉบับใดมาใช้ก่อนเพื่อให้เกิดการเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เตรียมแผนรับมือไว้หมด ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความเป็นประชาธิปไตยแน่นอน ส่วนบทเฉพาะกาลจะเป็นอย่างไรในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน ก็ต้องดูที่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คิดว่าประชาชนทั่วไปอยาก ให้ประเทศชาติเจริญ ขณะเดียวกันก็อยากให้เป็นประชาธิปไตย 100% ยืนยันว่าเราจะมีการเลือกตั้งในปี 2560 อย่างแน่นอน เรื่องเลือกตั้งจบแล้วไม่ต้องมาถามอีก จะเริ่มที่เดือน ก.ค. ถ้าออกกฎหมายลูกอะไรต่างๆเสร็จก็จะเลือกตั้งในเดือนนั้น แต่ถ้าไม่เสร็จก็จะไม่เกินเดือน ธ.ค.2560 อย่างแน่นอน บางทีมันอาจจะเร็วกว่านั้นก็ได้ ซึ่งถ้าหากผลการเลือกตั้งออกมาเป็นอย่างไร เราก็ต้องยอมรับในกติกา เมื่อถามว่า หลังเลือกตั้งอาจจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้นจะเตรียมรับมืออย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า คิดว่าไม่มี เพราะร่างรัฐธรรมนูญอาจจะมีบท เฉพาะกาลที่เอาไว้ควบคุมสถานการณ์อยู่แล้ว

“มีชัย” ย้ำร่าง รธน.กฎเหล็กเข้มข้น

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องรับรอง อาคารรัฐสภา 2 คณะกรรมาธิการสังคม กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดงานสัมมนาหัวข้อ “บทบาทของผู้หญิงกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่” โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐ-ธรรมนูญ (กรธ.) เป็นประธานกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ขอยกสิ่งที่คิดว่าเป็นความก้าวหน้าของรัฐธรรมนูญ เช่น สิทธิและเสรีภาพจะกว้างขวางขึ้น เรื่องใดสำคัญจะกำหนดเป็นหน้าที่รัฐ ใครมาเป็นรัฐบาลไม่ปฏิบัติตาม ก็ฟ้องร้อง หรือเอารัฐบาลนั้นออกได้ นอกจากนี้ หากพบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือองค์กรอิสระ จงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำหน้าที่ตรวจสอบได้ หากพบว่ามีมูลต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ที่ผ่านมาเราบ่นตลอดว่าได้ใช้สิทธิเพียง 2 วินาทีตอนหย่อนบัตร ด้วยระบบเลือกตั้งแบบเดิมคะแนนเสียง 40 เปอร์เซ็นต์ของคนทั้งประเทศจะหายไป แต่การใช้บัตรใบเดียวเป็นการเคารพ ยอมรับนับถือทุกคะแนนเสียงของประชาชน ส่วนข้อกล่าวหาการเสนอชื่อนายกฯ 3 คน เพื่อเตรียมเอาคนนอกมาเป็นนายกฯ คงไม่ใช่แบบนั้น พรรคการเมืองเป็นผู้เสนอ ไม่มีใครเอาปืนไปจี้ หรือหากกลัวใจอ่อนเพราะมีคนเอาปืนมาจี้ ก็ไปเขียนในข้อบังคับพรรคกันเองได้

ทุจริตกระเด็นทันทีไม่ต้องถอดถอน

นายมีชัยกล่าวว่า การป้องกันและปราบปรามการทุจริตเป็นไฟต์บังคับ เพื่อสร้างกลไกขจัดคนไม่ดีหรือทุจริตให้ออกจากวงการเมืองตลอดชีวิต ส่วนกระบวนการถอดถอนที่ให้โหวตคะแนนว่าให้ออกหรือไม่ คงไม่ถูกต้อง ถ้าทำผิดต้องรับผลกรรม ไม่ใช่ลงคะแนนว่าจะอยู่หรือไป โดยเฉพาะถอดถอนแบบไทยๆมักเต็มไปด้วยพรหมวิหาร 4 มี เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา วางเฉยไม่ลงคะแนน สุดท้ายต่อให้ผิดเห็นๆก็ถอดถอนไม่ได้ เราจึงคิดว่า ต่อไป ถ้าองค์กรตรวจสอบยุติแล้วส่งศาล และศาลตัดสินว่าผิดก็ไปจากตำแหน่งเลยโดยไม่ต้องโหวต ส่วนข้อกังขาว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ให้ ส.ส.ช่วยประชาชน ถือเป็นการบิดเบือน ในอดีตจะใช้วิธีการแปรญัตติ เป็นการร่วมมือกันทำผิดรัฐธรรมนูญทุกองคาพยพ กรธ.จึงเติมจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 40-50 ว่า ถ้าทำแล้วจับได้ ต้องพ้นจากตำแหน่งหมดทุกคน ส.ส.ช่วยราษฎรได้ แต่ห้ามไม่ให้แปรญัตติเข้ากระเป๋าตัวเอง สำหรับประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชน ถ้ายังไม่อุ่นใจเราจะไปทำให้อุ่นใจ ตรงไหนใส่เพิ่มในร่างรัฐธรรมนูญได้ เราจะไปใส่ไม่ใช่ปัญหา

ครม.โกงไปทั้งคณะห้ามรักษาการ

“ที่ผ่านมาเวลา ครม.พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ให้อยู่ไปก่อนจนกว่าจะมีชุดใหม่ทำหน้าที่ แต่เรายังไม่เคยคิดว่าถ้า ครม.พ้นทั้งคณะเพราะทุจริต จะให้เขารักษาการอย่างนั้นหรือ ผมคิดว่าไม่ควร ถ้าพ้นเพราะทุจริตจากหน้าที่เขาควรไปเลย กรธ.จึงไปนำบทบัญญัติฉบับของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มาว่าในช่วงช่องว่าง 5-10 วัน ต้องให้ปลัดกระทรวงดูแลไปก่อนได้ ครม.ใหม่” นายมีชัยกล่าว

ประชามติไม่ผ่านรัฐบาลต้องคิดต่อ

นายมีชัยให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม กรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 31 ก.ค.59 ว่า คงอยู่ในช่วงนั้น อาจจะก่อนหรือหลังวันที่ 31 ก.ค.ประมาณ 1 สัปดาห์ ก็ได้คงไม่มีปัญหาอะไร ส่วนถ้าไม่ผ่านจะนำรัฐธรรมนูญฉบับใดมาใช้นั้น เป็นเรื่องของอนาคต และเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องคิด ไม่ใช่หน้าที่ของ กรธ. เราเพียงแต่ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ผลประชามติออกมาอย่างไรค่อยว่ากัน อย่ากังวล ในสังคมประชาธิปไตยย่อมมีทั้งเห็นด้วยและเห็นต่าง แต่ขอให้อยู่ในกติกาไม่บิดเบือน โดย กรธ.จะใช้ทุกเวทีในการชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญต่อประชาชน

คน กทม.-ภาคกลางห่วงบัตรใบเดียว

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาทบทวนความเห็นและข้อเสนอแนะ จากนั้นนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. แถลงภายหลังการประชุมว่า กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเวทีภาคกลาง และ กทม. ประเด็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยโดยภาพรวมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจ เนื่องจากได้กำหนดไว้อย่างครอบคลุม แต่มีข้อสังเกตอยากให้กำหนดสิทธิของแรงงานให้มีความชัดเจนให้เท่ากับมาตรฐานสากล และอยากให้กำหนดสิทธิความเท่าเทียมของหญิงชายไว้ให้ชัดเจนเช่นเดียวกัน ส่วนกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ส.และ ส.ว. ผู้เข้าร่วมเสวนาเห็นด้วยกับการออกแบบระบบการเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม แต่มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับการกำหนดให้มีบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว ส่วนที่มา ส.ว. กังวลวิธีการเลือกไขว้ ควรที่จะกำหนดเลือกกันเองภายในกลุ่มน่าจะเหมาะสมกว่า ส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับศาลและองค์กรอิสระเสนอให้เพิ่มองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจาก 9 คน เพิ่มเป็น 11 คน รวมถึงอายุของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญควรให้อยู่ดำรงตำแหน่งถึงอายุ 70 ปี เหมือนกับองค์กรอื่นๆ และอยากให้กรรมการสรรหามีตัวแทนของภาคประชาชนด้วย

กรธ.หวั่นประชาชนรับรู้ไม่ทั่วถึง

นายชาติชายกล่าวว่า ส่วนกระบวนการการทำงานของ กรธ.หลังจากนี้ที่ทุกภาคส่วนได้ส่งความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 15 ก.พ.แล้ว ทาง กรธ.จะนำทุกความเห็นและข้อเสนอแนะมาพิจารณาไล่เรียงไปตามหมวดและมาตราต่างๆ และเปรียบเทียบว่า ในแต่ละมาตรามีการเสนอประเด็นใดบ้าง และเมื่อปรับแก้ไขประเด็นใดก็จะชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ จะเร่งดำเนินการให้ทัน เพื่อที่จะได้ส่งร่างสุดท้ายให้ ครม.ภายในวันที่ 29 มี.ค. เมื่อถามว่า รัฐบาลมีข้อสรุปเบื้องต้นว่าจะไม่แจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้ครบร้อยละ 80 ของครัวเรือนทั่วประเทศ จะส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของประชาชนต่อการลงประชามติหรือไม่ นายชาติชายตอบว่า มีผลกระทบอยู่บ้าง อาจนำเสนอในรูปของอินโฟกราฟฟิกและแอพลิเคชั่น แต่อยากให้รัฐบาลทบทวน ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับมาตรา 44 ตนเชื่อว่า คสช.คงไม่ใช้ไปในทางมิชอบ เพราะที่ผ่านมาก็ไม่ได้ใช้อำนาจในทางที่ไม่ดี

“วิษณุ” แย้มประชามติอาจมีถามพ่วง

วันเดียวกัน เวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หลังได้ข้อสรุปจากการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ว่า ประเด็นที่จะส่งคณะกรรมการกฤษฎีกาทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 คือ ทำอย่างไรให้การออกคะแนนเสียงมีความชัดเจน ปรับลดหลักเกณฑ์แจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้ครบ 80 เปอร์เซ็นต์ และอาจต้องทบทวนว่าจะยังให้มีประเด็นแถมถามประชามติในเรื่องอื่นๆอีกหรือไม่ รวมถึงบทลงโทษกรณีฝ่าฝืนกฎระเบียบ กกต.ในการลงประชามติ ต้องใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวด้วย แต่จะออกมาเป็น พ.ร.บ. พ.ร.ก.หรือมาตรา 44 ตรงนี้รัฐบาลตัดสินใจเอง ส่วนบัตรลงคะแนนขณะนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ ที่หารือกันเบื้องต้นอาจมีแค่ 2 ช่องคือเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย หรือมีช่องไม่ประสงค์ลงประชามติด้วยก็ได้ กกต.ต้องไปออกรูปแบบบัตร แต่ความจริงส่วนของการงดออกเสียงก็ไม่ได้นำมาคิดอยู่แล้ว เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ หากประชามติไม่ผ่าน เสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ นายวิษณุกล่าวย้อนถามว่า “คุณเสียดายไหมละ แต่เมื่อจะเป็นประชาธิปไตยก็ต้องยอมสูญเสียเงิน”

ไม่ผ่านใช้ฉบับ กรธ.แก้ไขเพิ่มเติม

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าตนระบุหากประชามติไม่ผ่านจะนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 59 ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.ขึ้นมาปรับปรุงใช้ ตนไม่ได้ยืนยันอย่างนั้น แต่เป็นการตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าทำไมไม่แก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวไปคราวเดียวกันหากไม่ผ่านประชามติ จึงบอกว่าแก้ในคราวเดียวกันก็ได้ หรือรอความชัดเจนก่อน ค่อยแก้ไม่เสียหายอะไร เพราะใช้เวลาไม่นาน ความจริงไม่จำเป็นต้องเอาฉบับไหนมาก็ได้ เพราะฉบับของนายมีชัยครึ่งหนึ่งก็เอามาจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 และ 50 ไม่มีใครคิดประดิษฐ์อะไรใหม่ 100 เปอร์เซ็นต์ทั้งหมด ขณะที่คะแนนเสียงประชามติก็เป็นตัวแปรตัวหนึ่งให้คิดว่าถ้าไม่ผ่านแล้วทำอย่างไร ถ้าผ่านเกินครึ่งก็จบ แต่ถ้าไม่ผ่านโดยคะแนนต่างไม่มาก ก็ต้องแปลผลว่าเขาไม่เห็นด้วยเป็นส่วนน้อย ประเด็นไหนที่ติดใจไม่ให้ผ่าน เราก็รับฟังความเห็นคน หรืออ่านจากหนังสือพิมพ์ แล้วแก้ประเด็นนั้นเสีย จะแก้ให้กลับไปเหมือนปี 40 หรือ 50 ก็แล้วแต่ คะแนนประชามติจะเป็นตัววัด แต่ไม่ใช่ถึงขั้นว่าจะนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 59 ขึ้นมาใช้แน่ๆ

อาจเปิดเผยก่อนประชามติ 1-2 วัน

นายวิษณุกล่าวด้วยว่า ถ้าฟันธงใช้แนวทางไหนตอนนี้เลย กรณีประชามติไม่ผ่าน เกิดความขัดแย้งซ้อนความขัดแย้งแน่ จึงเป็นตัวแปรหนึ่งที่ยังไม่คิดตอนนี้ หรือคิดแล้วแต่ยังไม่บอก จะไม่พูดจนกว่าผลประชามติจะออกมา หรืออาจจะเซอร์ไพรส์แก้ก่อนประชามติ 1-2 วันก็ได้ โดยหัวหน้า คสช.จะตัดสินใจ ส่วนข้อเสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญเมื่อได้ครบ ตนจะเรียบเรียงใหม่ให้เข้ารูปแบบของกฎหมาย พร้อมบอกเหตุผลว่าทำไมไม่เห็นด้วย นำรายงานนายกฯ ก่อนไปประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ-อาเซียน ที่สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 14-18 ก.พ. แล้วจะส่งให้กรธ. วันที่ 15 ก.พ. และตนจะรายงาน ครม.วันที่ 16 ก.พ.ด้วย ส่วนประเด็นที่ฝ่ายการเมืองถกเถียงเรื่องนายกฯคนนอก ตนไม่สนุกที่จะเล่นด้วย และที่นิ่งไม่ได้แปลว่ายอมรับ เพราะจะไปตอบหมดทุกมาตราไม่ได้

สนช.ส่ง 20 ประเด็นปรุงแต่ง รธน.

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการส่งความเห็นและข้อเสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญของ สนช.ให้ กรธ.พิจารณาทบทวนว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช. ที่มีตนเป็นประธาน รวบรวมความเห็นของสมาชิกสนช. และบุคคลภายนอกที่ได้เสนอแนะความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำเข้าสู่ที่ประชุม สนช.ในวันที่ 12 ก.พ. เพื่อให้สมาชิก สนช.ลงมติให้ความเห็นชอบรายงานความเห็นและข้อเสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญของ สนช. เพื่อส่งต่อไปให้ กรธ.ภายในวันที่ 15 ก.พ. สำหรับข้อเสนอที่จะส่งให้ กรธ.มีประมาณ 20 ประเด็น อาทิ การปรับปรุงเนื้อหาเกี่ยวกับโครงสร้างทางการเมือง การปรับปรุงเรื่องสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชนที่ยังขาดหายไปในร่างรัฐธรรมนูญ จึงควรปรับปรุงเพื่อให้รัฐธรรมนูญมีความเป็นสากล เชื่อว่า กรธ.จะทบทวนสิ่งที่ สนช.เสนอไป เพื่อให้รัฐธรรมนูญออกมาดีที่สุด

รณรงค์ประชามติได้ทั้งรับทั้งคว่ำ

นายสุรชัยกล่าวว่า สำหรับการรณรงค์ประชามติ ตามกฎหมายระบุว่า สามารถแสดงความเห็นได้ทั้งการรับร่างและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่การรณรงค์ต้องอยู่ในเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ โดยมีผลต่างประมาณ 1 ล้านเสียง สามารถนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ.มาแก้ไข เพื่อประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญได้นั้น เป็นความเห็นส่วนตัวของนายวิษณุ หากทำเช่นนั้นอาจต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 แต่ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป

“นิพิฏฐ์” หนุน “วิษณุ” แก้แล้วใช้เลย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ.ไม่ผ่านการทำประชามติด้วยคะแนนเสียงที่ห่างกันไม่มาก จะนำร่างนี้ไปปรับแก้แล้วประกาศใช้เลยว่า หากเป็นไปตามนั้นก็ควรจะปรับแก้ในส่วนที่เป็นปัญหา แต่การปรับแก้ต้องกำหนดกรอบระยะเวลาให้ชัดเจนว่าจะแก้เสร็จเมื่อไหร่ และประกาศใช้เมื่อไหร่ โดยควรนำไปใช้ได้เลย ไม่ต้องมาทำประชามติอีกรอบ ส่วนกรณีแกนนำ นปช.และพรรคเพื่อไทยระบุให้ใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 แทนหากร่างนี้ไม่ผ่านประชามตินั้น คงเป็นไปไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญ 2540 มีปัญหาจึงถูกปรับแก้มาเป็นฉบับ 2550 เมื่อครั้งรัฐประหารปี 2549 เมื่อเปรียบเทียบทั้งสองฉบับ รัฐธรรมนูญปี 2550 มีความสมบูรณ์กว่ามาก

เชียร์เต็มแรงฉบับ กรธ.ดีกว่าปี 50

เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์เคยเสนอว่า หากร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ผ่านให้นำเอารัฐธรรมนูญปี 2550 มาปรับแก้และนำมาใช้แทน นายนิพิฏฐ์ตอบว่า ตอนนี้คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับของ กรธ.คือการแก้รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ปรับให้ดีขึ้นไปอีก อาทิ การปรับแก้เรื่องการป้องกันการทุจริต มีการนำเอาหลักการของฉบับ 2550 มาปรับหรือเรื่องการถอดถอน เป็นต้น เพียงแต่ว่าติดใจเรื่องที่มาของ ส.ว. ตนเห็นว่า รัฐธรรมนูญปี 2550 ดีอยู่แล้ว ส่วนที่มา ส.ส.ก็ควรแก้กรณีการนับคะแนนเป็นแบบจัดสรรปันส่วนผสมตามที่ กรธ.คิด แต่ให้ใช้บัตรเลือกตั้งสองใบเช่นเดิม เพราะสะท้อนความต้องการของประชาชนได้ดีกว่า

บัตรใบเดียวทำรัฐบาลอ่อนแอ

ขณะที่นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร. คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายมีชัยถามผู้วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญว่า การเลือกตั้งแบบกาบัตรใบเดียวทำให้รัฐบาลอ่อนแอตรงไหนนั้น บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่จะทำให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งอ่อนแอ ไม่ได้มีเพียงการเลือกตั้งแบบกาบัตรใบเดียวเพียงปัจจัยเดียว แต่การให้กาบัตรใบเดียวทำให้ยากที่พรรคใดพรรคหนึ่งจะครองเสียงข้างมากเด็ดขาดในสภา เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้ พรรคการเมืองที่มีที่นั่งมากที่สุดในสภาอาจถูกผลักให้เป็นฝ่ายค้าน โดยพรรคอันดับสองและพรรคที่เหลือทั้งหมดจับมือกัน ทำให้เกิดรัฐบาลผสมที่อ่อนแอและตกอยู่ในวังวนของการแย่งชิง กดดัน ต่อรองตำแหน่ง และผลประโยชน์จนผู้นำรัฐบาลทนต่อแรงเสียดทานไม่ไหว ไม่ว่าจะเป็นนายกฯคนนอก หรือนายกฯที่เป็น ส.ส. ยิ่งถ้าเป็นนายกฯ คนนอกยิ่งจะโดนกดดันหนักจากพรรคร่วมรัฐบาล

วีรชน ปชต.จี้ กรธ.แก้ร่าง รธน.7ปม

ที่รัฐสภา มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย นำโดย นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานมูลนิธิฯ ยื่นหนังสือต่อ กรธ. ผ่านทางเจ้าหน้าที่รัฐสภา ขอให้พิจารณาปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นใน 7 ประเด็น ดังนี้ 1.นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส. เพราะเป็นผลสัมฤทธิ์สำคัญที่มาจากการเสียสละชีวิตและเลือดเนื้อของวีรชน ประชาธิปไตยในเหตุการณ์ พฤษภาคม 2535 2.ส.ว.มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน 3.ส.ส.ต้องแยกเป็นแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 4.อำนาจอธิปไตยต้องเป็นของประชาชนโดยให้ฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ถ่วงดุลกันได้ และต้องไม่มีอำนาจศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเข้ามาแทรกแซง เพราะองค์กรเหล่านี้มีความเกี่ยวโยงกับ คสช. ไม่ผูกพันกับประชาชน 5.มาตรา 253 ของร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกือบเป็นไปไม่ได้ 6.สิทธิและเสรีภาพของประชาชน ชุมชน และท้องถิ่นต้องไม่ถูกลิดรอน 7.คสช.จะต้องหมดอำนาจลงหลังรัฐธรรมนูญบังคับใช้แล้ว

คสช.เตือน “จตุพร” ระวังปาก

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.กล่าวว่ากรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ออกมาให้ข้อมูลลักษณะที่บิดเบือนต่อร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานแห่งข้อเท็จจริง ไม่มีเหตุผลข้อพิสูจน์รองรับเช่นคำว่า “ไม่เป็นประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญขี้โกงและปล้นอำนาจประชาชน หรือใช้คำว่ารัฐธรรมนูญเผด็จการ” อยากขอความร่วมมือในการเสนอความเห็นใดๆควรระมัดระวัง การใช้คำพูดเชิงดูหมิ่นดูแคลนผู้อื่น มีหลายๆบุคคลที่ได้นำเสนอความเห็นมาควรจะปรับอย่างนั้นอย่างนี้ แต่บางคนไม่พูดถึงรายละเอียดการปรับอะไรพูดแต่จะคว่ำลูกเดียว กรธ.ได้อธิบายทำความเข้าใจไปบ้างแล้ว ไม่ได้เป็นรัฐธรรมนูญขี้โกงอย่างที่บางคนกล่าวอ้าง

“บิ๊กตู่” ถกปัญหาทรัพย์สินทางปัญญา

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (คทป.) ครั้งที่ 1/2559 โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเกิดจากการที่มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ การทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีความชัดเจน งานด้านการปราบปรามยังไม่เข้าใจในรายละเอียดมากนัก ต้องสร้างความ น่าเชื่อถือ และให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนปัญหาขาดแคลนบุคลากรทุกหน่วยงานต้องปรับการทำงานให้สอดรับกับบุคลากรที่มี เพราะรัฐไม่มีงบประมาณเพียงพอ หากต้องเพิ่มข้าราชการ 1 คน ต้องใช้เงินถึง 25 ล้านบาท แต่หากยังมีความจำเป็นที่หน่วยงานต้องขออัตราบุคคลเพิ่มอาจต้องให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รื้อระบบข้าราชการใหม่ทุกกระทรวงเพื่อพิจารณาปรับโครงสร้างส่วนราชการต่อไป

ปลุกสำนึกเลิกใช้ของก๊อบ–ฟุ้งเฟ้อ

จากนั้นเวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมเรื่องที่จะแก้ไขปรับปรุงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของไทย สิ่งสำคัญที่สุดคือการปลุกจิตสำนึกว่าทำอย่างไรจะไม่ใช้ของปลอม กฎหมายว่าอย่างไรต้องเรียนรู้ ขณะเดียวกันถ้าไม่ใช้ของปลอมต้องส่งเสริมสินค้าโอทอปให้ตรงกับสิ่งที่อยากใช้ เพียงแต่ยี่ห้อไม่เหมือน วันหน้าอาจต้องทำยี่ห้อที่ติดตาติดปาก ติดหูคนเพราะของดีอยู่แล้ว อย่าใช้ของปลอม และต่อไปต้องมีมาตรการสำหรับผู้ใช้ด้วยจะเอาเพียงคนขายอย่างเดียวไม่พอ ส่วนเรื่องการปราบปรามต้องบูรณาการกันทุกภาคส่วน ผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ รวมถึงการบริการและจดสิทธิบัตรที่ค้างเป็นหมื่นรายการ หากเจ้าหน้าที่น้อยต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้จะต้องดูเรื่องกฎหมาย อย่าคิดว่าเราทำกฎหมายแรงที่สุดแล้วมันจะจบเพราะคนไทยไม่ชอบกฎหมาย คนไทยรักอิสระ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน แต่วันนี้จะรสนิยมสูงในขณะที่มีรายได้น้อยไม่ได้ รายได้น้อยต้องใช้ของที่เพียงพอ พอเพียง

ยังประหยัดถ้อยคำสัมภาษณ์สื่อ

ผู้สื่อข่าวสอบถามประเด็นการเมือง ถึงการกำหนดวันออกเสียงทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ ที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะมีขึ้นในวันที่ 31 ก.ค.59 พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ทราบวันจากข่าว เพราะเห็นข่าวตามหน้าสื่อ เมื่อถามว่า จะมีการประชุมแม่น้ำ 5 สายเพื่อหารือถึงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์หันไปสั่งให้คณะทำงานหยิบกระดาษแผนผังการทำงานแม่น้ำ 5 สายกางโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดู ก่อนกล่าวว่า “นี่เขาทำงานกันแบบนี้ ไม่ใช่มาถามคำตอบคำ จะได้รู้กันบ้างว่าประเทศเดินกันอยู่แบบนี้” เมื่อผู้สื่อข่าวระบุว่า สามารถมอบแผนผังการทำงานของแม่น้ำ 5 สาย ให้สื่อมวลชนได้ศึกษาและเผยแพร่ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ส่ายหัวพร้อมพูดไปเดินไปพลางระหว่างเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าว่า “สื่อไม่สนใจหรอก เพราะสนใจแต่เรื่องจะเลือกตั้งไม่ไหร่ จะมีประชามติเมื่อไหร่”

นายกฯประชุมสหรัฐฯ 15–16 ก.พ.

พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกาสมัยพิเศษระหว่าง 15-16 ก.พ. ที่สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกที่มีการจัดการประชุม สหรัฐฯมีความจริงจังในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-สหรัฐฯ ในฐานะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (The ASEAN-US Strategic Partnership) สำหรับไทยถือเป็นโอกาสดีในการสานต่อประเด็นที่นายกฯได้นำเสนอในการประชุมสุดยอดที่ผ่านมา ขอยืนยันว่ารัฐบาลไทยมีเกียรติ ศักดิ์ศรี มารยาทมากพอที่จะไม่แสวงประโยชน์ใดๆจากการเข้าร่วมประชุมตามที่มีอดีตนักการเมืองบางคนกล่าวอ้าง

“บิ๊กป้อม” ยันเปล่าซื้อรถถังรัสเซีย

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้การต้อนรับนาย นิโคไล ปาตรูเซฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสาธารณรัฐรัสเซีย และคณะที่เดินทางเข้ามาปรึกษาหารือด้านความมั่นคง โดย พล.อ.ประวิตรเผยว่า การหารือไม่มีการพูดคุยถึงการจัดซื้อรถถังของประเทศรัสเซีย ส่วนกำหนดการเดินทางไปเยือนประเทศรัสเซียในช่วงวันที่ 23-27 ก.พ.จะไปเจรจาด้านการแลกเปลี่ยนยุทโธปกรณ์ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯและทีมเศรษฐกิจ ร่วมคณะเดินทางไปด้วย

ฉุนพวกแอบอ้างชื่อหาผลประโยชน์

พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลแอบอ้างชื่อเพื่อไปแสวงหาผลประโยชน์ว่า ถ้าใครเชื่อก็แย่มาก อย่าไปเชื่อเพราะตนไม่เคยทำ และไม่เคยสั่งใดๆ ถ้ารู้ว่ามีคนใกล้ชิดไปแอบอ้างชื่อตน ก็ออกไปเลยไม่ต้องมาอยู่กับตน ขอยืนยันว่าคนใกล้ชิดตนไม่มีแบบนั้นแน่นอน สำหรับกรณี ดร.ที่แอบอ้างชื่อตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ การแอบอ้างแบบนี้ทำให้ตนเสียหาย ทั้งยังแอบอ้างว่าองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ตนไม่เกี่ยวข้องเลย อาจจะเป็นพลเรือนรวมกับทหารก็ได้ที่มาแอบอ้างชื่อตน คิดว่าคงมีผลประโยชน์ร่วมกัน ตนพูดไปหลายครั้งแล้ว ถ้าจะทำอะไรตนพูดเอง จะไม่ฝากใครไปบอก อยากย้ำว่าที่มาทำงานไม่มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น

“ถาวร” จ่อส่งหลักฐานให้ “ไพบูลย์”

นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้รับเหมารับงานจ้างจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ในพื้นที่จังหวัดสงขลาร้องว่าถูกหักหัวคิวส่อทุจริตไม่โปร่งใสในการดำเนินงานว่า มีการชักค่าหัวคิวบอกว่าต้องส่งให้นาย ซึ่งเป็นนายไหนไม่ทราบ โครงการนี้เป็นการทำนิติกรรมอำพรางที่ อผศ.ไม่ได้ทำงานเอง แต่ใช้นอมินีเข้ามาทำแทน ส่อให้เห็นว่าไม่โปร่งใส ทุจริตกับการใช้งบประมาณในโครงการขุดลอกแหล่งน้ำ ทราบว่า อผศ.รับผิดชอบเกือบทั่วประเทศ ในสัปดาห์หน้าตนจะทำหนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช.) นอกจากนี้ขอเรียกร้องถึงสนช.อ้างว่าเข้ามาทำหน้าที่แทน ส.ส.ประกาศว่าจะปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ให้หมดไป ควรจะยกเรื่องขุดลอกแหล่งน้ำของ อผศ. ที่ทำทั่วประเทศไปตรวจสอบ ตั้งเป็นญัตติชงเข้าคณะกรรมาธิการปราบปรามการทุจริต หรือการใช้งบประมาณของรัฐว่า มีการหักหัวคิวส่อทุจริตจริงตามที่มีคนร้องเรียนหรือไม่ และพื้นที่อื่นๆมีเรื่องเช่นนี้หรือไม่ ให้สมกับที่รับเบี้ยหวัดเงินเดือนจากประชาชน

“ปึ้ง” จี้ คสช.สอบงาน อผศ.ขุดลอก

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าขอเรียกร้องให้ คสช.ตรวจสอบขบวนการเรียกเก็บเงินค่าหัวคิวและวิธีการถ่ายโอนงานขุดลอกคูคลอง และการปรับปรุงแหล่งน้ำที่ อผศ.ได้รับสิทธิพิเศษและได้รับอนุมัติเห็นชอบจาก คสช. ให้ทำงานรับเหมาจากหน่วยงานของรัฐได้ ซึ่งมีข้อกำหนดไว้ค่อนข้างชัดเจนว่าห้ามไม่ให้ อผศ.จ้างเหมาช่วงต่อ ต้องทำงานเองเท่านั้น ขณะที่ อผศ.ไม่มีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ ในการทำการรับเหมาก่อสร้างได้เอง มีการตรวจพบว่าได้มีการดำเนินการหลายรูปแบบที่ขัดต่อกฎเกณฑ์และระเบียบที่กำหนดไว้ของทางราชการและขณะนี้มีการกล่าวหาว่ามีผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลชุดนี้ ถูกนำชื่อไปแอบอ้างหาผลประโยชน์ สังคมเกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาลชุดนี้จะมาปราบโกง จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯรีบตรวจสอบและชี้แจงในเรื่องนี้เป็นการด่วน อย่าปล่อยให้ขบวนการเหลือบของแผ่นดินมาหากินบนความทุกข์ยากลำบากของชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ที่ไม่มีน้ำใช้เพื่อทำเกษตรกรรม ซ้ำเติมชีวิตอันรันทดของพี่น้องเกษตรกรอีกเลย

“ยิ่งลักษณ์” บอกทหารอย่ากังวล

วันเดียวกัน นิตยสารเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล และ นสพ.เดอะ สเตรทส์ ไทม์ส เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งอยู่ระหว่างลุ้นผลคดีถูกกล่าวหาพัวพันทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและถูกห้ามเล่นการเมือง 5 ปี ว่า พยายามเก็บตัวเงียบไม่แสดงบทบาทมาเกือบ 2 ปี เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง พวกเราปล่อยให้รัฐบาลบริหารประเทศ แต่บางครั้งก็ต้องออกมาพูดเพราะห่วงสาธารณชนจะเข้าใจผิดบางเรื่อง ยืนยันไม่ได้เป็นภัยต่อรัฐบาลทหาร เป็นแค่แม่ลูกหนึ่ง ที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง จึงไม่ต้องมาวิตกอะไรกับตน ส่วนข้อสงสัยที่ว่าอาจพยายามหลบหนี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า ถ้าต้องการหนีก็ต้องทำตั้งแต่แรกๆ ไม่ต้องมาเข้าสู่กระบวนการศาล ส่วนประเด็นที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการให้คนตระกูลชินวัตรออกจากการเมืองไทยทั้งหมด น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า ให้ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ตัดสิน ต่อข้อถามถึงแนวคิดการร่างรัฐธรรมนูญควบคุมเข้มงวดนักการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า นักการเมืองมาจากการเลือกตั้งเป็นผู้แทนของประชาชน ถ้าไม่เชื่อมั่นนักการเมืองก็หมายถึงไม่เชื่อมั่นประชาชน และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะยังได้รับการสนับสนุนอยู่ต่อไป

“เรืองไกร” เย้ยยังระบุไม่ได้ “ปู” ผิด

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว ระบุตัวโครงการจำนำข้าวไม่ก่อความเสียหาย แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผิดพฤติการณ์ว่า ผิดหรือไม่ยังพูดไม่ได้ เพราะต้องย้อนไปดูว่าที่ปิดบัญชีไม่ได้เพราะไม่มีบัญชีให้ปิด ไม่มีเอกสารรับ-จ่ายจำนำข้าวในนามโครงการรับจำนำข้าวใช่หรือไม่ จากที่ ป.ป.ช.กล่าวหามาจะเห็นว่าไม่เคยเห็นเรื่องนี้บรรจุเป็นวาระเพื่อทราบให้ สนช.เลย ดังนั้นเวลาไปฟ้องเรื่องความรับผิดทางละเมิด ถ้ามีการถามหาว่าบัญชีอยู่ไหนก็ตายเลย ทุกวันนี้ที่ยังงมกันอยู่เพราะไม่มีต้นเรื่องให้ทำ ที่บอกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ผิด แล้วผิดจากอะไร วันนี้ถ้าแน่ใจก็ให้ สตง.รับรองออกมา

ชง ออส.ส่งฟ้องจีทูจี 15 เอกชน

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เสนอความเห็นเพิ่มเติมไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด ที่จะทำสำนวนส่งฟ้องเอกชน 15 ราย ในคดีการทุจริตขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และพวกรวม 22 ราย โดยเอกชน 15 รายที่เกี่ยวข้องจะต้องทำสำนวนส่งฟ้องทางแพ่งให้ทันภายในสิ้นเดือน ก.พ. ทั้งนี้เมื่อส่งฟ้องไปแล้วผู้ถูกฟ้องมีสิทธิ์อุทธรณ์ตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนคดีของนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับจีทูจีข้าวมีอายุความส่งฟ้อง 2 ปี หรือหมดอายุความสิ้นเดือน ก.พ.60 นานกว่าคดีของเอกชน โดยฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็กำลังเร่งดำเนินการส่งฟ้องให้ทันภายในปีนี้เช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ความผิดทางละเมิดตามคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ และคำสั่งกระทรวงการคลัง ได้คิดมูลค่าเบื้องต้นของความเสียหายระบายข้าวจีทูจีที่จะฟ้องจากนักการเมืองข้าราชการ และเอกชนรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท

ออกหมายจับแก๊ง “จ่านิว” รอบ 2

เมื่อเวลา 15.45 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ พนักงานสอบสวน สน.สถานีรถไฟธนบุรี ได้นำสำนวนในคดีมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 มาส่งต่ออัยการศาลทหาร โดยมี น.ส.กรกนก คำตา นายกิตติธัช สุมาลย์ นายวิจิตร หันหาบุญ นายวิศรุต อนุกุลการย์ และนายอานนท์ นำภา เดินทางมารายงานตัว ขณะที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นายกรกช แสงเย็นพันธ์ นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธุ์ ไม่เดินทางมารายงานตัว ส่วนนายธเนตร อนันตวงษ์ ได้หลบหนี คดี พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับเลขที่ 10-14/2559 กับบุคคลที่ยังไม่มารายงานตัว เพื่อประกอบสำนวนคดี ส่งให้อัยการในการดำเนินคดีต่อไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    33.7%
  • ไม่ชอบ
    18.8%
  • สนุก
    39.7%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.3%
  • ให้กำลังใจ
    7.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement