รภ.สวนสุนันทา อจ.แสบหนีทุนอีกราย พลตรีบ้านใกล้ค้ำให้โดนใช้หนี้ แจ้งตร.จัดการ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

รภ.สวนสุนันทา อจ.แสบหนีทุนอีกราย พลตรีบ้านใกล้ค้ำให้โดนใช้หนี้ แจ้งตร.จัดการ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.พ. 2559 05:05
8,660 ครั้ง


พบอาจารย์เรียนปริญญาเอกหนีทุนอีกราย เหยื่อเป็นนายทหารยศ พล.ต. และเพื่อนอาจารย์อีก 2 คน หอบหลักฐานโร่แจ้งความกองปราบฯ ร้องอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาหนีใช้หนี้ทุน 10 ล้านบาท ขณะไปเรียนระดับปริญญาเอกที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังเรียนจบกลับมาสอนได้เดือนเดียวก็ลาออกไปอยู่อเมริกา จนถูกฟ้องทั้งคนขอทุนและคนค้ำ เลยส่งเงินใช้หนี้ประมาณ 6 ล้านบาท แล้วขาดการติดต่อ คนค้ำเลยถูกฟ้องล้มละลายบังคับให้ใช้หนี้ที่เหลืออีก 4 ล้านบาท ต้องยอมเฉลี่ยกันชดใช้หนี้คนละ 1.34 ล้านบาท ด้านอธิการฯสวนสุนันทารับสงสัยเป็นนักเรียนทุนรุ่นเดียวกัน แต่ขอดูรายละเอียดของเรื่องก่อน ส่วนคดีหนีทุนของ ทพญ.ดลฤดี ทันตแพทยสภามีมติกล่าวโทษ และจะนำเข้าสู่การพิจารณาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ โทษหนักสุดถึงเพิกถอนใบอนุญาต พร้อมส่งผลการสอบสวนไปให้ต้นสังกัดมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดด้วย

ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 ก.พ. พล.ต.กิตติภพ มนูญนิมิตร รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมด้วยนางจันทิรา วิเศษณัฐ อาจารย์ประจำวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี เข้าพบ พ.ต.ท.วรพงษ์ ภคเวส พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ กก.1 บก.ป. ร้องทุกข์กรณีต้องตกเป็นหนี้จากการค้ำประกันทุนการศึกษาให้กับนางภัทรพร บัวทอง อดีตอาจารย์คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกหรือดุษฎีบัณฑิต ที่คณะบริหารธุรกิจการจัดการ มหาวิทยาลัยแห่งเมืองซาราโซตา รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 10 ล้านบาท โดยนำเอกสารการค้ำประกันทุนการศึกษาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน


พล.ต.กิตติภพ มนูญนิมิตร กล่าวว่า สาเหตุที่มาร้องทุกข์ครั้งนี้เนื่องจากตนพร้อมด้วยนางจันทิรา และนายภากิติ์ ตรีสกุล อาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาที่ไม่สะดวกเดินทางมาด้วยในวันนี้ ได้รับความเสียหายจากการค้ำประกันทุนการศึกษาให้กับนางภัทรพร ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของตน ไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2539 ตนเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษา ที่อาจารย์จะได้ศึกษาต่อและกลับมาพัฒนาเรื่องการศึกษาของประเทศชาติจึงยินยอมค้ำประกันให้ แต่หลังจากจบการศึกษากลับมาแล้ว นางภัทรพรมารายงานตัวกับทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาต้นสังกัด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2546 แต่เพียง 1 เดือนเศษได้ลาออกจากราชการ

พล.ต.กิตติภพกล่าวต่อไปว่า เมื่อทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาอนุมัติให้นางภัทรพรลาออกได้ ตนไม่ทราบว่ามีการติดตามทวงถามกรณีการใช้คืนทุนการศึกษาต่อด้วยหรือไม่ และไม่มีการแจ้งมายังตนในฐานะผู้ค้ำประกันให้ทราบ กระทั่งปี 2547 มหาวิทยาลัยได้ฟ้องคดีกับตน เพื่อบังคับให้ตนกับอาจารย์อีก 2 ท่านในฐานะผู้ค้ำประกันชดใช้ค่าเสียหาย ที่ผ่านมาเราติดตามทวงถามกับนางภัทรพร ซึ่งนางภัทรพรมีหนังสือมายังมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาและตน แจ้งว่ายินดีจะชดใช้เงินคืนให้ หลังจากนั้นทราบว่านางภัทรพรชดใช้ทุนการศึกษาให้มหาวิทยาลัยไปแล้วประมาณ 6 ล้านบาท

พล.ต.กิตติภพกล่าวอีกว่า ขณะนั้นตนยังเชื่อมั่นว่านางภัทรพรจะชดใช้ทุนให้หมด แต่เมื่อปี 2557 กลับมีหนังสือจากมหาวิทยาลัยไปฟ้องต่อศาลล้มละลายกับผู้ค้ำประกันทั้ง 3 คนรวมถึงนางภัทรพรด้วย ให้เป็นบุคคลล้มละลาย ตนยังรับราชการอยู่จะปล่อยให้เป็นบุคคลล้มละลายไม่ได้ จึงเห็นว่าสิ่งที่นางภัทรพรกระทำมาตลอดคือการหลอกลวง พวกตนจึงไปขอความเห็นใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชดใช้คืนเฉพาะเงินต้น หลังจากนางภัทรพรผ่อนชำระมาแล้วประมาณ 6 ล้านบาท เราจึงขอชำระคืนต่อในส่วนที่เหลือโดยไม่ต้องเสียค่าปรับ

“มีการตกลงกันระหว่างทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทากับกรมบัญชีกลาง ให้เราชดใช้เงินคืนในส่วนที่เหลืออีกประมาณ 4 ล้านบาท โดยให้ผู้ค้ำประกันทั้ง 3 หารเฉลี่ยกัน ตกเป็นเงินคนละประมาณ 1.34 ล้านบาทเศษ ให้ผ่อนชำระเป็นเวลา 8 และ 12 ปี พอเรารับสภาพหนี้ดังกล่าวมหาวิทยาลัยก็ถอนฟ้อง ซึ่งเรารับสภาพนี้แล้ว แต่ตัวนางภัทรพรปัจจุบันศาลตัดสินให้ล้มละลาย โดยคดีล้มละลายจะพ้นอายุความภายใน 3 ปี เขาก็สบายไม่ต้องเดือดร้อนอะไร เพราะใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่เราต้องเดือดร้อนด้วยภาระหนี้ที่ไม่ได้ก่อ” พล.ต.กิตติภพกล่าว

รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก กล่าวต่อไปว่า ตนอยากให้ทางตำรวจดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะหากไม่เป็นคดีคงดำเนินการอะไรไม่ได้ ที่ผ่านมาตนเคยไปขอความเห็นใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ไม่มีใครช่วยเหลือ หวังว่ากองปราบปรามจะช่วยนำเรื่องนี้แจ้งต่อกระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อติดตามตัวนางภัทรพรกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา หากสามารถประสานงานให้เขากลับมาก็จะจัดการเรื่องหนี้สินตรงนี้ได้ ที่สำคัญตนทราบมาว่านางภัทรพรได้สัญชาติอเมริกันแล้ว จึงอยากให้ตรวจสอบด้วย เพราะคนที่มีปัญหาหรือมีประวัติอยู่ในเมืองไทย ไม่น่าจะได้รับการพิจารณาให้ได้รับสัญชาติ


ด้านนางจันทิรา วิเศษณัฐ อาจารย์ประจำวิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี กล่าวว่า ค้ำประกันให้กับนางภัทรพร เนื่องจากเป็นเพื่อนสนิทกัน เขาตกปากรับคำว่าจะกลับมาทำงานใช้ทุน ถ้าหากไม่ทำงานเพื่อใช้ทุนจะชำระเงินคืนให้ หลังครอบครัวเขาที่ประเทศไทยเสียชีวิตกันไปหมด นางภัทรพรก็ไม่มีครอบครัวเหลืออยู่แล้ว จึงไปตั้งต้นชีวิตใหม่อยู่ที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐฯ โดยไม่ได้สนใจจะใช้ทุนในส่วนที่เหลือ ทำให้ตนต้องถูกฟ้องดำเนินคดี ทุกวันนี้ต้องคอยโทรศัพท์ไปหา แรกๆเขาก็รับสาย แต่ระยะหลังเริ่มไม่รับและขาดการติดต่อ ทำให้ตนรู้สึกเครียดมาก ไม่เป็นอันสอนหนังสือ เพราะต้องเสียเวลาและทุนทรัพย์กับการสู้คดีนี้

พ.ต.ท.วรพงษ์ ภคเวส พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ กก.1 บก.ป.กล่าวว่า เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้ แต่เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นคดีความไปแล้ว หลังจากนี้จะประสานไปยังกรมบังคับคดีและกระทรวงการต่างประเทศเพื่อติดตามเรื่องนี้ต่อไป

ด้านนายฤาเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กล่าวว่า กรณีนางภัทรพรเกิดขึ้นนานมากแล้ว กระบวนการฟ้องร้องต่อเนื่องยาวนานก่อนที่ตนจะเป็นอธิการบดีฯ ขอเวลาตรวจสอบก่อน เนื่องจากทุนพัฒนาอาจารย์ของมหาวิทยาลัยจะมีอยู่ 2 ทุน ทุนแรกเป็นกองทุนของมหาวิทยาลัยเองส่งอาจารย์ไปศึกษาต่อ ทุนที่สองเป็นทุนของสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ที่คัดเลือกบุคคลและบุคคลนั้นเลือกว่า เมื่อเรียนจบแล้วจะมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เมื่อ สกอ.ส่งเรื่องมาเราต้องหาอัตรารองรับ หรือไม่ สกอ.จะแจ้งมาว่าบุคคลที่มอบทุนให้หนีทุนแล้ว ขอให้มหาวิทยาลัยฯดำเนินการฟ้องร้อง กรณีของนางภัทรพรอาจจะเป็นทุนดังกล่าว ตนขอตรวจสอบอีกครั้งให้แน่ใจ หากมีกรณีการฟ้องร้องเรียกเงินชดใช้กรณีมีอาจารย์หนีทุน ตนมอบฝ่ายนิติกรดำเนินการกับผู้รับทุนโดยตรงอย่างถึงที่สุด ส่วนผู้ค้ำประกันนั้นเราเห็นใจจะช่วยเหลือ แต่คงต้องชดใช้เงินคืนอย่างน้อยที่สุดขอให้คืนเงินต้น เพื่อให้กระทบผู้ค้ำประกันทุนน้อยที่สุด

นายฤาเดช กล่าวด้วยว่า เท่าที่จำได้ดูเหมือนนางภัทรพรจะได้รับทุนไปเรียนต่อประเทศสหรัฐอเมริการุ่นเดียวกับตน และคงเคยพบหน้ากันครั้งหนึ่ง แต่นานมากแล้ว รู้เพียงว่ามีอายุมากกว่า แต่ก็ไม่เจอกันอีกเลย

ส่วนความคืบหน้ากรณี ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ ผิดสัญญาไม่ชดใช้ทุนการศึกษาที่สถาบันทันตแพทยสภา มีการประชุมพิจารณาวาระพิเศษกรณีดังกล่าว หลังประชุม ทพ.ธรณินทร์ จรัสจรุงเกียรติ นายกทันตแพทยสภา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีผู้ร้องเรียนเข้ามา แต่เนื่องจากปรากฏเป็นข่าวและสังคมให้ความสนใจ คณะกรรมการทั้งคณะมีมติเอกฉันท์ ในการกล่าวโทษ และจะนำเข้าสู่การพิจารณาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ส่งเรื่องให้แก่ คณะอนุกรรมการจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรมสืบสวนสอบสวนต่อไป ขั้นตอนจากนี้อนุกรรมการฯจะรวบรวมข้อมูล มีหนังสือเรียกผู้เสียหายที่ค้ำประกันทั้ง 4 คน หากอนุกรรมการฯเห็นว่าความผิดมีมูลจะดำเนินการส่งต่อมายังคณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณาตัดสินโทษความผิดมี 4 ขั้นตอนคือ ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใบอนุญาต และร้ายแรงสุดคือ เพิกถอนใบอนุญาต

นายกทันตแพทยสภากล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้หากพิสูจน์ทราบในขั้นสุดท้าย และมีมติของคณะกรรมการทันตแพทยสภาเห็นว่า ทพญ.ดลฤดีทำผิดข้อบังคับทันตแพทยสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพทันตกรรม 2538 กรณีสร้างความเสื่อมเสียและไม่ดำรงตนสร้างความถูกต้องในสังคม ไม่เคารพกฎหมาย จนทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ จะส่งผลให้มีโอกาสขาดการเป็นสมาชิกภาพของทันต-แพทยสภาโดยสิ้นเชิง หากศาลตัดสินล้มละลายจะมีน้ำหนักมากขึ้นในการนำมาพิจารณาให้สิ้นสภาพความเป็นสมาชิกของทันตแพทยสภา ประกอบกับมีเรื่องการสร้างความเสื่อมเสียยิ่งมีน้ำหนักสูง แต่ขณะนี้ศาลยังไม่ตัดสิน จึงต้องพิจารณาตามขั้นตอนไปก่อน เบื้องต้นอนุกรรมการฯจะทำหนังสือถึงผู้เสียหายที่ไปค้ำประกัน รวมทั้งผู้ถูกร้องคือทพญ.ดลฤดี แต่ขั้นตอนต้องส่งไปตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ในประเทศไทย

“แต่ถ้าติดต่อไม่ได้จะประสานต่อไป หากผู้ถูกร้องไม่มาถือว่าสละสิทธิ ทางอนุกรรมการฯจะพิจารณาตามขั้นตอน อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลจะดำเนินการภายในเดือน ก.พ.นี้ แม้สุดท้ายมีการเพิกถอนใบอนุญาตก็จะมีผลในไทย เพราะทพญ.ดลฤดีเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา แต่ในเรื่องจรรยาบรรณมีผลทุกประเทศ ดังนั้น หากอนุกรรมการฯ สอบสวนข้อมูลไปสักระยะ คณะกรรมการฯจะทำหนังสือไปยังมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพื่อแจ้งให้ทราบถึงกรณีจรรยาบรรณ เนื่องจากสหรัฐฯเข้มงวดเรื่องนี้ เพียงแต่ที่ผ่านมาตามข่าวระบุว่า ทางฮาร์วาร์ดบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เข้าใจว่าน่าจะเป็นเรื่องค้ำประกันแต่กรณีจรรยาบรรณถือว่าสำคัญมาก” ทพ.ธรณินทร์กล่าว

ที่ห้องเอ็ม 4 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เรื่องการพิจารณาให้ทุนของรัฐบาลว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. สั่งการ ตั้งแต่เดือน ธ.ค.58 ก่อนเกิดเรื่อง ทพญ.ดลฤดี จำลองราษฎร์ ทันตแพทย์มหาวิทยาลัยมหิดลหนีการใช้ทุนคืน โดยออกเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ทุนที่ส่งคนไปเรียนต่อให้ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ใช่อยากเรียนอะไรก็ไป ต้องวางแผนอัตรากำลังล่วงหน้าไม่ใช่ขอเป็นรายปี วางแผนบริหารจัดการภายใน ตนจะเชิญหน่วยงานที่ให้ทุนในไทย 20 หน่วยงานมาคุยวางระเบียบแบบแผน ปรับปรุงการทำสัญญาค้ำประกัน และอาจผูกโยงการลาออกจากราชการที่เดิมทำไม่ได้

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    8.8%
  • ไม่ชอบ
    50.9%
  • สนุก
    8.8%
  • ประหลาดใจ
    12.3%
  • เสียใจ
    8.8%
  • ให้กำลังใจ
    10.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement