ทูตเยาวชนออสเตรเลียน-ไทย ทัวร์ไทยวันสุดท้าย ผอ. ขอบคุณหน่วยงานหนุนโครงการ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ทูตเยาวชนออสเตรเลียน-ไทย ทัวร์ไทยวันสุดท้าย ผอ. ขอบคุณหน่วยงานหนุนโครงการ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 03:30
251 ครั้ง


คณะทูตเยาวชนออสเตรเลียน-ไทย ทัวร์ไทยวันสุดท้ายเที่ยวเมืองโบราณ เก็บเกี่ยวข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ชาติไทย 4 ภาค ซึมซับกับความงดงามของพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ด้าน ผอ.โครงการ ขอบคุณหลายหน่วยงานสนับสนุนด้วยดี

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 59 นายณัฐพันธ์ ตรีเมฆ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย รายงานถึงการร่วมทำกิจกรรมของคณะนักศึกษาที่ร่วมโครงการทูตเยาวชนไทยออสเตรเลียน-ไทย Australian Thai Youth Ambassador Program (ATYAP) หลังจากที่คณะนักศึกษาได้ทำกิจกรรมต่างๆ ในกรุงเทพฯ มาอย่างมากมาย จนถึงวันสุดท้ายของโปรแกรมในวันนี้

เวลาประมาณ 11.30 น. คณะนักศึกษาเดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เป็นที่แรก โดยมีเจ้าหน้าที่บรรยายถึงความเป็นมาว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 12 ไร่ ใน ต.บางเมืองใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ เป็นสถานที่เก็บรักษาศิลปวัตถุ มรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ และเพื่อสืบสานอนุรักษ์งานศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบชั่วลูกชั่วหลานสืบไป ช้างเอราวัณ หรือช้างสามเศียร เป็นประติมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำจากโลหะทองแดง แผ่นเล็กสุดขนาดเท่าฝ่ามือ นำมาเรียงต่อกันด้วยความประณีตนับแสนชิ้น ตัวช้างรวมอาคารมีความสูง 43.60 เมตร (หรือประมาณตึก 14-17 ชั้น)

คณะทูตเยาวชนออสเตรเลียน-ไทย ไหว้พระพุทธรูป และรอยพระพุทธบาทจำลอง


อาคารพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนบนของตัวช้าง เฉพาะส่วนหัวมีน้ำหนักประมาณ 100 ตัน ลำตัวช้างหนัก 150 ตัน สูง 29 เมตร กว้าง 12 เมตร และยาว 39 เมตร ตัวช้างออกแบบให้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวัตถุมีค่า เช่น ภาพวาดสีฝุ่นรูปจักรวาล พระพุทธรูปปางลีลา บริเวณท้องช้างปูด้วยไม้มะเกลือสีออกดำ ส่วนล่างของตัวช้างเป็นฐาน โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กอาคารศาลามีความสูง 14.60 เมตร กระจายน้ำหนักตัวช้างด้วยคานวงแหวนรอบนอกและรอบในบนอาคาร ถ่ายน้ำหนักลงเสาแปดเสาภายนอกและเสาภายในอาคารศาลาการตกแต่งภายในเป็นการผสมผสานศิลปะ หลากหลายรูปแบบ เช่น การใช้กระจกสีแบบศิลปะตะวันตก, เครื่องเบญจรงค์สลับลวดลายสอดสี, การดุนโลหะบนแผ่นดีบุกของช่างเมืองนครศรีธรรมราช และรูปปั้นโบราณชนิดต่างๆ อาทิ คนธรรพ์บรรเลงดนตรี รูปพญานาค ของช่างเมืองเพชร ส่วนชั้นใต้ดินที่เรียกว่า “ชั้นบาดาล” เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการและโบราณวัตถุจำนวนมาก อาทิ พระพุทธรูป เทวรูปสมัยต่างๆ และเครื่องลายครามของจีน ระเบียงรอบนอกตัวอาคารประกอบด้วยซุ้มแปดซุ้มรอบพิพิธภัณฑ์เป็นอุทยานพรรณไม้ในวรรณคดี และพันธุ์ไม้หายากจากทุกภูมิภาคของประเทศ มีงานประติมากรรมลอยตัวเรื่อง รามเกียรติ์ วางเรียงรายล้อมรอบอาคารอีกด้วย

คณะทูตเยาวชนออสเตรเลียน-ไทย เดินทางมาเยี่ยมชมเมืองโบราณ และนั่งรถแทรมที่มาเจ้าภาพจัดให้


จากนั้นเวลา 11.30 น. เดินทางไปรับประทานอาหารกลางวันที่ฟาร์มจระเข้ จ.สมุทรปราการ และเที่ยวชมภายในจนกระทั่งเวลา 13.20 น. คณะนักศึกษาเดินทางมาถึงเมืองโบราณ และเปลี่ยนรถโดยสารเป็นรถแทรมของทางสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ท่องเที่ยว โดยมีเจ้าหน้าที่เมืองโบราณเป็นผู้ขับ และมีมัคคุเทศก์ผู้ชำนาญการมาบรรยายให้นักศึกษาฟังว่า พุทธศาสนามหายาน เป็นศาสนาสำหรับชนหมู่มาก ที่มีความเข้าใจในเรื่องคุณธรรมและจิตวิญญาณที่ต่างระดับกัน การสั่งสอนและอบรมทางพระศาสนา จึงต้องใช้กุศโลบายให้เหมาะสม ตามยุคสมัย การสร้างเรื่องพระอรหันต์ นับเป็นอุบายที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพื่อชี้ให้เห็นว่า ผู้คนที่มีความหลากหลายในชาติกำเนิด และที่ประพฤติคุณธรรมที่แตกต่างกันนั้น ก็สามารถบรรลุความเป็นอรหันต์และพระนิพพานได้เช่นเดียวกันนั้นเอง ทำให้นักศึกษาเข้าใจถึงพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น โดยก่อนจะออกจากเมืองโบราณ ก็ได้แวะตลาดโบราณหรือตลาดบก เพื่อบรรยายเป็นที่สุดท้ายว่า ลักษณะของชุมชนเมือง ในอดีตภายในตลาดมีร้านต่างๆ ทั้งร้านขายสิ่งของจำเป็น ร้านให้การบริการต่างๆ แหล่งมหรสพแหล่งอบายมุข รวมทั้งศาลเจ้า และที่สิงสถิตของเจ้าที่เจ้าทางซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธา ของผู้คนในชุมชน อาคารบ้านเรือนในตลาดโบราณแห่งนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากถนนสายเก่าในจังหวัดตากผสมผสานกับ บ้านเรือน และร้านค้าที่ถนนในเมืองกำแพงเพชร โดยเมืองโบราณ นำอาคารบ้านเรือน ย่านเก่าในกรุงเทพฯ แถบยานนาวามาปลูกสร้างขึ้น จากนั้นให้นักศึกษาเดินเข้าตลาดเพื่อซื้อของที่ระลึก ต่อมาเวลา 15.30 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อส่งคณะนักศึกษากลับที่พัก

เดินชมเมืองโบราณ


น.ส.แอนเจลิกา คาซาโด ผู้อำนวยการโครงการคณะทูตเยาวชนออสเตรเลียน-ไทย หรือ Australian Thai Youth Ambassador Program (ATYAP) กล่าวแสดงความขอบคุณหน่วยงานราชการต่างๆ ในประเทศไทย ที่ได้ให้การสนับสนุนโครงการด้วยดีมาโดยตลอด ร่วมไปถึงสื่อมวลชนทุกสำนักที่ให้ความสนใจประชาสัมพันธ์โครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และ นายดําฤทธิ์ วิริยะกุล หัวหน้าข่าวภูมิภาคหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่ปรึกษาโครงการทูตเยาวชนไทยออสเตรเลียน-ไทย ที่สนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด และหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนด้วยดีต่อไปในอนาคต.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement