หนุนโอทอปสู้แบรนด์เนม "บิ๊กตู่” ขู่ลั่นเตรียมเอาผิดคนใช้ของปลอม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

หนุนโอทอปสู้แบรนด์เนม "บิ๊กตู่” ขู่ลั่นเตรียมเอาผิดคนใช้ของปลอม

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 ก.พ. 2559 06:15
1,825 ครั้ง


“บิ๊กตู่” สั่งเพิ่มประสิทธิภาพปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หวั่นกระทบการตัดสินใจของนักลงทุนและข้อตกลงการค้าระดับโลก พร้อมหนุนสินค้าค้าโอทอปไทยสร้างแบรนด์ สร้างชื่อ แข่งอินเตอร์แบรนด์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นปัญหาของประเทศไทยมาโดยตลอดในหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากการที่มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ รวมทั้งการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่มีความชัดเจน ส่วนงานด้านการปราบปรามก็ยังไม่เข้าใจในรายละเอียดมากนัก จึงได้หารือกับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ปัญหา โดยเฉพาะงานด้านปราบปรามที่ต้องสร้างความน่าเชื่อถือ และให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับปัญหาขาดแคลนบุคลากรในทุกหน่วยงานนั้น ทุกหน่วยงานต้องหาทางทำงานร่วมกัน ปรับการทำงานให้สอดรับกับบุคลากรที่มีอยู่ เพราะรัฐไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะจัดสรรข้าราชการให้ครบตามอัตราที่ร้องขอทุกตำแหน่ง ตัวอย่างเช่น หากต้องเพิ่มข้าราชการ 1 คน ต้องใช้เงินถึง 25 ล้านบาท แต่หากยังมีความจำเป็นที่หน่วยงานต้องขออัตราบุคคลเพิ่ม ก็อาจต้องให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ.รื้อระบบข้าราชการใหม่ทุกกระทรวง เพื่อพิจารณาปรับโครงสร้างส่วนราชการต่อไป

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติด้วยว่า ได้หารือเรื่องการแก้ไขปรับปรุงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของไทย เพราะต้องเตรียมการประชุมกับหลายประเทศในประชาคมโลกช่วงเดือน เม.ย. ซึ่งแม้ประเทศไทยจะดำเนินการมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี แต่จำเป็นต้องขับเคลื่อนให้เร็วขึ้น เพราะวันนี้โลกเปลี่ยนแปลง เรื่องพันธสัญญาที่เกี่ยวข้องมีมาก

“การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งสำคัญที่สุด คือ การปลูกจิตสำนึกว่าทำอย่างไรจะไม่ใช้ของปลอม กฎหมายว่าอย่างไรต้องเรียนรู้ ขณะเดียวกันถ้าไม่ใช้ของปลอม ก็ต้องส่งเสริมสินค้าโอทอปให้ตรงกับสิ่งที่อยากใช้ และคิดว่าเราสามารถทำได้ดีกว่า เพียงแต่ยี่ห้อไม่เหมือน วันหน้าอาจต้องทำยี่ห้อที่ติดตา ติดปาก ติดหูคน เพราะของดีอยู่แล้ว และต่อไปต้องมีมาตรการสำหรับผู้ใช้ด้วย จะเอาเพียงคนขายอย่างเดียวไม่พอ ส่วนเรื่องการปราบปรามก็จะต้องบูรณาการกันทุกภาคส่วน ทางฝ่ายตำรวจก็มีฝ่ายที่รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่แล้วเฉพาะด้าน ถ้าเป็นในพื้นที่ กทม.ก็ต้องใช้กลไกร่วมกับหน่วยงานของ กทม.และผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ”

ด้านนางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ที่ประชุมฯ ได้หารือกันในประเด็นสำคัญ คือการให้ความคุ้มครองปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาให้อยู่ในมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ และเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล มุ่งเน้นส่งเสริมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม หากประเทศไทยถูกมองว่าให้การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาได้ไม่ดีพอ จะมีผลต่อการดึงดูดนักลงทุนใหม่

“ยังได้หารือถึงปัญหาเรื่องประสิทธิภาพการจดทะเบียนสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า เนื่องจากปัจจุบันกรมทรัพย์สินทางปัญญามีบุคลากรที่ดูแลเรื่องนี้แค่ 20 คน ทำให้คำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรค้างสะสมอยู่ประมาณ 20,000 รายการ และคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าค้างอยู่ 40,000 รายการ ซึ่งแต่ละปีมีผู้ยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรประมาณ 8,000 รายการ เจ้าหน้าที่อนุมัติให้ได้ประมาณปีละ 2,000 รายการเท่านั้น”.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    42.4%
  • ไม่ชอบ
    41.1%
  • สนุก
    0.6%
  • ประหลาดใจ
    15.8%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement