'กรธ.' โวคนภาคกลางพอใจ รธน. พร้อมคลอดร่างสุดท้าย ให้ ครม. 29 มี.ค.นี้ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'กรธ.' โวคนภาคกลางพอใจ รธน. พร้อมคลอดร่างสุดท้าย ให้ ครม. 29 มี.ค.นี้

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 20:50
634 ครั้ง


"ชาติชาย"เผย คน กทม.-ภาคกลาง พอใจ ร่าง รธน. แนะควรเลือก ส.ว.กันเองในกลุ่ม วอน รบ.ทบทวนพิมพ์ร่างฯ แจก ปชช. หวั่นกระทบประชามติ เชื่อใจ คสช. ไม่ใช้ ม.44 แบบไร้เหตุผล ด้าน "อมร" เชื่อแก้ รธน.ชั่วคราวทำประชามติบรรยากาศดีขึ้น ชี้หากโดนคว่ำ ก็แล้วแต่รัฐจะทำไงต่อ มั่นใจถ้า ปชช.อ่านละเอียด จะเข้าใจสาระชัดเจน

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 59 ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เวทีภาคกลาง ตลอด 2 วันที่ผ่านมาว่า ประเด็นสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยนั้น โดยภาพรวมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจ เนื่องจากได้กำหนดบทบัญญัติสิทธิเสรีภาพไว้อย่างครอบคลุม แต่มีข้อสังเกตอยากให้กำหนดสิทธิของแรงงาน ให้มีความชัดเจนเท่ากับมาตรฐานสากล และอยากให้กำหนดสิทธิความเท่าเทียมของหญิง-ชายไว้ให้ชัดเจน เช่นเดียวกัน ส่วนกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ส. และ ส.ว.นั้น ผู้เข้าร่วมเสวนา ก็เห็นด้วยกับการออกแบบระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม แต่มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับการกำหนดให้มีบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียว เพราะเกรงว่าจะมีการทุ่มเงินเพื่อซื้อเสียง ดังนั้นจึงอยากให้ กรธ.อธิบายวิธีการลงคะแนนบัตรเลือกตั้งใบเดียวให้รอบคอบ และชี้แจงว่าไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิของประชาชน เพราะอดีตที่ผ่านมา ประชาชนจะคุ้นเคยกับการลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง จำนวน 2 ใบ

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า ส่วนกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว.เป็นประเด็นที่ผู้เข้าร่วมเสวนาถกเถียงกันมาก แต่ส่วนใหญ่ก็รู้สึกดีใจที่กำหนดให้ ส.ว. มาจากกลุ่มประชาชนในสาขาอาชีพด้านต่างๆ จำนวน 20 กลุ่ม โดยที่ไม่ได้อิงกับพรรคการเมือง แต่ได้ฝากข้อสังเกตเกี่ยวกับวิธีการเลือกข้ามกลุ่มหรือเลือกไขว้ เพราะเกรงว่าวิธีการเช่นนี้ จะทำให้ผู้เลือกไม่สามารถรู้ได้ว่า คนไหนมีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ควรที่จะกำหนดเลือกกันเองภายในกลุ่มน่าจะเหมาะสมกว่า ขณะเดียวกันอยากให้ กรธ.ออกแบบวิธีการคัดกรองคุณสมบัติของผู้ที่จะลงสมัคร ส.ว.เพื่อจะได้คนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง เข้ามาทำหน้าที่

โฆษก กรธ. กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่เกี่ยวกับศาลและองค์กรอิสระ มีการเสนอให้เพิ่มองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จาก 9 คน เพิ่มเป็น 11 คน รวมถึงอายุของตุลาการฯ ควรให้อยู่ดำรงตำแหน่งถึงอายุ 70 ปี เหมือนกับองค์กรอื่นๆ ส่วนศาลปกครองก็มีการเสนอให้ปรับองค์ประกอบผู้ทรงคุณวุฒิของตุลาการศาลปกครอง ให้มีความครอบคลุมทุกมิติ เพื่อที่จะได้ทำหน้าที่ในการพิจารณาคดี ตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชน ส่วนองค์กรอิสระขอให้มีตัวแทนของภาคประชาชน เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสรรหาด้วย ขณะที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า ควรปรับลดวาระการดำรงตำแหน่งจากเดิมที่กำหนดไว้ 9 ปี เป็น 7 ปี เหมือนองค์กรอื่นๆ

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า กระบวนการการทำงานของ กรธ.หลังจากนี้ที่ทุกภาคส่วนได้ส่งความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญมายัง กรธ. ในวันที่ 15 ก.พ.แล้ว จะนำทุกความเห็นและข้อเสนอแนะ มาพิจารณาไล่เรียงไปตามหมวดและมาตราต่างๆ และเปรียบเทียบว่าในแต่ละหมวดแต่ละมาตรา มีการเสนอประเด็นใดบ้าง และเมื่อ กรธ.ได้ปรับแก้ไขประเด็นใด ก็จะชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ โดยจะเร่งดำเนินการให้ทัน เพื่อที่จะได้ส่งร่างสุดท้ายให้ ครม.ภายในวันที่ 29 มี.ค.นี้

เมื่อถามว่า รัฐบาลมีข้อสรุปเบื้องต้นว่า จะไม่แจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้ครบร้อยละ 80 ของครัวเรือนทั่วประเทศ จะส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของประชาชนต่อการลงประชามติหรือไม่ นายชาติชาย กล่าวยอมรับว่ามีผลกระทบอยู่บ้าง เพราะหลักการสำคัญของ กรธ.ตั้งใจที่จะทำให้ประชาชน ทั้งผู้มีสิทธิออกเสียงและผู้ไม่มีสิทธิ ได้สนใจและเข้าหาข้อมูลเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญได้ง่าย แต่เมื่อมีแนวคิดที่จะไม่แจกจ่ายให้ครบทุกครัวเรือน ก็ไม่เป็นไร ทาง กรธ. ก็คงต้องหาวิธีการเพื่อส่งต่อข้อมูลออกไปให้ประชาชนได้รับรู้มากที่สุด ซึ่งเบื้องต้นอาจนำเสนอในรูปแบบของอินโฟกราฟิก สรุปสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งจะมีการจัดทำในรูปแบบของแอพพลิเคชั่น แต่ถ้ามีความเป็นไปก็อยากให้รัฐบาลทบทวน โดยอาจจะจัดทำเป็นฉบับย่อๆ ที่บรรจุเนื้อหาสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญอย่างครบถ้วน ก็จะเป็นผลดีต่อประชาชน

ด้าน นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ประเด็นการทำประชามติ ว่า เห็นด้วยกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ตัดสินใจปรับแก้ไข เพราะประเด็นนี้หลายฝ่ายก็เรียกร้องให้ดำเนินการปรับปรุงเพื่อให้เกิดความชัดเจน และเมื่อปรับแก้ไขแล้วก็เชื่อว่าจะช่วยทำให้บรรยากาศหลังจากนี้ดีขึ้น ส่วนถ้าหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านการทำประชามติแล้วจะหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดขึ้นมาพิจารณานั้นก็แล้วแต่ความเหมาะสม แต่หากจะนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ กรธ.จัดทำขึ้นมา ก็คงต้องย้อนถามกลับไปว่าเมื่อจะใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เหตุใดไม่ช่วยกันทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการทำประชามติไปเสียเลย ส่วนตัวมองว่าหากทุกคนอ่านร่างรัฐธรรมนูญอย่างละเอียด ก็เชื่อว่าประชาชน พรรคการเมือง รวมทั้งคนที่เห็นแย้ง จะมีความเข้าใจสาระร่างรัฐธรรมนูญที่ชัดเจนมากขึ้น.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    9.4%
  • ไม่ชอบ
    88.6%
  • สนุก
    0.8%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.4%
  • ให้กำลังใจ
    0.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement