รักธรรมดา คือ รักที่แท้จริง? - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

รักธรรมดา คือ รักที่แท้จริง?

โดย พระมหาสมปอง 15 ก.พ. 2559 05:01
4,203 ครั้ง


ขอความสุขสวัสดี จงมีแด่ท่านผู้อ่านทุกท่าน ได้เวลาพบกับพระอีกแล้วนะโยม ได้เวลาเติมรอยยิ้มบนใบหน้า เติมธรรมะใส่หัวใจ สร้างความเบิกบานใจด้วยธรรม ใจที่มีธรรมะจะเป็นใจที่เป็นปกติ ไม่วูบวาบ ไม่คล้อยไปตามอารมณ์ที่มากระทบ ถ้าเราเป็นคนที่ไม่มีธรรม เมื่อเจอความทุกข์ ก็จะทำตัวเซ่อซ่า ซุ่มซ่าม เหมือนส้วมซึมที่ยังไม่ได้ซ่อมแซม ระวังชีวิตจะทรุดโทรม

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องความรักกันอีกแล้ว แต่อาตมาขอพูดเป็นความรักแบบพุทธิปัญญา คือ แบบพุทธศาสนา

โยมคงจะคุ้นเคยกับคำพูดที่ว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ ถ้าโยมไม่อยากมีทุกข์ ก็ให้ไปเฉพาะที่ใด อย่าไปที่นั่น เพราะที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์! เหมือนจะพูดเล่นคำนะโยม แต่มันเป็นเรื่องจริง ที่ใดคือที่มีความรักแบบเมตตา เป็นความรักที่ไม่ได้เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ความรักไม่จำเป็นต้องได้ครอบครองเสมอไป เวลามีความรัก ใครเอาตนเองเป็นที่ตั้ง อาตมาว่า อนาคตคงต้องไปขายลอตเตอรี่ เพราะความรักมันทำให้คนตาบอด!

ที่จริงแล้วความรักไม่เคยทำให้ใครตาบอด แต่คนเราต่างหากที่ยอมตาบอดเพราะความรัก ที่เป็นแบบนั้น ก็เพราะเราไม่เติมปัญญานำหน้าความรัก

โยมทั้งหลาย วันแห่งความรักในทางพระพุทธศาสนาคือ วันมาฆบูชา ซึ่งวันมาฆบูชาปีนี้ตรงกันวันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 ถือว่า เดือนนี้จึงถือเป็นเดือนแห่งความรักทั้งทางโลกและทางธรรม

โดยหลักธรรมที่แสดงให้เห็นถึงความรัก ความเมตตา คือ การลด ละ เลิก ทำบาปทั้งปวง อันได้แก่

อกุศลกรรมบถ 10 แนวทางแห่งความชั่ว 10 ประการ ได้แก่ ความชั่วทางกาย (การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม) , ทางวาจา (การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ), และทางใจ (การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูกพยาบาท และความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม)

การทำกุศลให้ถึงพร้อม คือ การทำความดีทุกอย่างตาม กุศลกรรมบถ 10 ทั้ง ความดีทางกาย (ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ประพฤติผิดในกาม) , ความดีทางวาจา (ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบคาย ไม่พูดเพ้อเจ้อ) , และความดีทางใจ (ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่น มีความเมตตาปรารถนาดี มีความเข้าใจถูกต้องตามทำนองคลองธรรม)

การทำจิตใจให้ผ่องใส คือ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลุดจาก นิวรณ์ ที่คอยขัดขวางจิตใจไม่ให้เข้าถึงความสงบ ได้แก่ ความพอใจในกาม, ความพยาบาท, ความหดหู่ท้อแท้, ความฟุ้งซ่าน และความลังเลสงสัย

ซึ่งทั้ง 3 หลักการข้างต้น สามารถสรุปใจความสำคัญได้ว่า ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์

โยมทุกท่าน ความรักที่แท้จริง ต้องการเกิดจากเมตตา ไม่เบียดเบียนตน ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถ้าโยมให้ธรรมะนำหน้าความรัก ความรักธรรมดาที่แสดงออกมาจากความเมตตาจิต จะลิขิตสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นเสมอ ที่เป็นแบบนั้น เพราะว่า เมตตาธรรมค้ำจุนโลก โลกนี้จะอยู่ได้เพราะความเมตตานะโยม เจริญพร.

พระมหาสมปอง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    86.2%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    13.8%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement