นายกฯ สะกดอารมณ์ งดโต้การเมือง โชว์ผังทำงานแม่น้ำ 5 สาย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

นายกฯ สะกดอารมณ์ งดโต้การเมือง โชว์ผังทำงานแม่น้ำ 5 สาย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ก.พ. 2559 15:56
1,049 ครั้ง


“บิ๊กตู่” สะกดอารมณ์ งดตอบโต้ประเด็นการเมือง โชว์ผังการทำงานแม่น้ำ 5 สาย เหน็บสื่อ สนแต่วันเลือกตั้ง นั่งหัวโต๊ะประชุม สั่งเข้มงวดการทำงาน โดยเฉพาะเลือกตั้ง แนะ คนไทยไม่ใช้ของปลอม จ่อยกระดับ สินค้าโอทอปขึ้นแท่น

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ประเด็นทางการเมือง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง กำหนดวันออกเสียงทำประชามติในร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเบื้องต้น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะมีขึ้นในวันที่ 31 กรกฎาคม 2559 โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ทราบวันจากข่าว เพราะเห็นข่าวตามหน้าสื่อ จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการประชุมแม่น้ำ 5 สาย เพื่อหารือถึงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดแล้วหันไปสั่งคณะทำงานให้หยิบกราฟแผนผังการทำงานแม่น้ำ 5 สาย แล้วกางให้สื่อมวลชนดู พร้อมอธิบายว่า “นี่เขาทำงานกันแบบนี้ ไม่ใช่มาถามคำตอบคำ จะได้รู้กันบ้างว่า ประเทศเดินกันอยู่แบบนี้”

เมื่อถามว่า สามารถมอบกราฟแผนผังการทำงานของแม่น้ำ 5 สาย ให้สื่อมวลชนได้ศึกษาและเผยแพร่ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหัวพร้อมกล่าวระหว่างเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าว่า “สื่อไม่สนใจหรอก เพราะสนใจแต่เรื่องจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ จะมีประชามติเมื่อไหร่”

ขณะที่ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นประธาน ประชุมคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ หรือ คทป. ครั้งที่ 1/2559 โดยก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหาการละเมิดทรัพทย์สินทางปัญญา เป็นปัญหาของประเทศไทยมาโดยตลอด ในหลายรัฐบาลที่ผ่านมา ซึ่งเกิดจากการที่มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ รวมทั้งการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่มีความชัดเจน ส่วนงานด้านการปราบปราม ก็ยังไม่เข้าใจในรายละเอียดมากนัก จึงได้หารือกับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะงานด้านปราบปรามที่ต้องสร้างความน่าเชื่อถือ และให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้จำเป็นต้องเข้มงวดการทำงานในทุกเรื่องมากยิ่งขึ้น เพราะเวลาทำงานเหลือน้อยลง เพราะวันข้างจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ก็ไม่อาจทราบได้ ซึ่งรวมถึงการเลือกตั้งด้วย จึงต้องทำงานอย่างเต็มที่ ตามกรอบที่วางไว้ พร้อมโชว์แผ่นพับ แสดงแผนการดำเนินงานของรัฐ เพื่อให้ทุกกระทรวง และทุกหน่วยงาน รับรู้ว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ และปรับกรอบการทำงานให้สอดคล้องกับแผนงานดังกล่าว รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเดินหน้างานตามเป้าหมายที่วางไว้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับปัญหาขาดแคลนบุคลากรในทุกหน่วยงานนั้น ทุกหน่วยงานต้องหาทางทำงานร่วมกัน ปรับการทำงาน ให้สอดรับกับบุคลากรที่มี เพราะรัฐไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะจัดสรรข้าราชการให้ครบตามอัตราที่ร้องขอทุกตำแหน่ง ตัวอย่างเช่น หากต้องเพิ่มข้าราชการ 1 คน ต้องใช้เงินถึง 25 ล้านบาท แต่หากยังมีความจำเป็นที่หน่วยงานต้องขออัตราบุคคลเพิ่ม ก็อาจต้องให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. รื้อระบบข้าราชการใหม่ทุกกระทรวง เพื่อพิจารณาปรับโครงสร้างส่วนราชการต่อไป

จากนั้นเวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมเรื่องสำคัญ เรื่องที่จะแก้ไขปรับปรุงการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างไร และการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาของไทย เพราะต้องเตรียมการประชุมกับหลายประเทศในประชาคมโลกช่วงเดือน เม.ย. ซึ่งแท้จริงแล้วเราได้ทำมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี แต่จำเป็นต้องขับเคลื่อนให้เร็วขึ้น เพราะวันนี้โลกเปลี่ยนแปลง เรื่องพันธสัญญาก็มีเยอะ และกลุ่มต่างๆ ในวันนี้ก็มีมาก ดังนั้นในฐานะที่ไทยเป็นประเทศดำเนินนโยบายการทูตแบบอิสระ ไม่เลือกข้างใคร เพราะเราถือว่าทุกคนเป็นมิตรประเทศเราทั้งสิ้น มากบ้างน้อยบ้าง ก็แล้วแต่การเจรจาตกลงกันไว้อย่างไร ขอให้เข้าใจตรงนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า โดยละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งสำคัญที่สุดคือ การปลูกจิตสำนึกว่า ทำอย่างไรจะไม่ใช้ของปลอม กฎหมายว่าอย่างไรต้องเรียนรู้ ขณะเดียวกัน ถ้าไม่ใช้ของปลอมก็ต้องส่งเสริมสินค้าโอทอป ให้ตรงกับสิ่งที่อยากใช้ และตนคิดว่า เราสามารถทำได้ดีกว่า เพียงแต่ยี่ห้อไม่เหมือน วันหน้าอาจต้องทำยี่ห้อที่ติดตา ติดปาก ติดหูคน เพราะของดีอยู่แล้ว และตนอยากใช้ ถ้าไม่มีซื้อไม่ได้ ก็อย่าใช้ของปลอม และต่อไปต้องมีมาตรการสำหรับผู้ใช้ด้วย จะเอาเพียงคนขายอย่างเดียวไม่พอ ส่วนเรื่องการปราบปรามก็จะต้องบูรณาการกันทุกภาคส่วน ทางฝ่ายตำรวจก็มีฝ่ายที่รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่แล้วเฉพาะด้าน ซึ่งจะต้องบูรณาการกับกอ.รมน. กลไกระดับจังหวัด ถ้าเป็นในพื้นที่ กทม.ก็ต้องใช้กลไกร่วมกับหน่วยงานของ กทม. และผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ

นอกจากนี้ จะต้องดูเรื่องกฎหมายว่ามีเพียงพอหรือยัง และกฎหมายที่จะออกมานั้นทำได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้จะต้องมีระยะหนึ่งสองสามหรือไม่ เพราะถ้าทำเต็มที่ทุกอย่างแล้วทำไม่ได้ก็จะไม่ผ่านการรับรองของต่างประเทศ รวมถึงการบริการและจดสิทธิบัตร วันนี้ค้างเป็นหมื่นรายการ ซึ่งต้องดูว่า ค้างเพราะอะไร หากเจ้าหน้าที่น้อยก็ต้องดูการเพิ่มเจ้าหน้าที่อย่างไร ซึ่งมีหลายวิธีการ ตนได้สั่งไปหมดแล้ว

“เราอย่าคิดว่าเราทำกฎหมายแรงที่สุดแล้วมันจะจบ เพราะคนไทยไม่ชอบกฎหมาย กฎหมายเล็กกฎหมายน้อย เต็มไปหมด คนไทยรักอิสระ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน สองร้อยห้าสิบเปอร์เซ็นต์ก็เป็นอย่างนี้ วันนี้จะรสนิยมสูงในขณะที่มีรายได้น้อยไม่ได้ รายได้น้อยก็ต้องใช้ของที่เพียงพอ พอเพียง” นายกฯ กล่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    5.0%
  • ไม่ชอบ
    28.4%
  • สนุก
    47.3%
  • ประหลาดใจ
    0.9%
  • เสียใจ
    0.5%
  • ให้กำลังใจ
    18.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement