บริการข่าวไทยรัฐ

โฆษก คสช. ตั้งข้อสงสัย ปลุกระดม ร่าง รธน. ไม่เป็น ปชต. แค่วาทกรรม

โฆษก คสช. ตั้งข้อสังเกต กลุ่มคนบางกลุ่ม โจมตีร่าง รธน. ไม่เป็นประชาธิปไตย ชี้ อาจเป็นแค่วาทกรรมใช้ปลุกระดมประชาชน อัดวนเวียนแต่ประเด็นเข้าสู่อำนาจ ส่วนเรื่องอื่นไม่มีกล่าวถึง เตือนระวังคำพูด

วันที่ 11 ก.พ. 59 พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. ชี้แจงกรณี การให้ข้อมูลลักษณะที่บิดเบือนต่อร่าง รธน. ว่า เป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานแห่งข้อเท็จจริง ไม่มีเหตุผลองค์ประกอบและข้อพิสูจน์รองรับที่ชัดเจน เช่นคำว่า “ไม่เป็นประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญขี้โกงและปล้นอำนาจประชาชน หรือใช้คำว่า รัฐธรรมนูญเผด็จการ” ฯลฯ มีข้อสังเกต คือ สำนวนหรือวาทกรรมเหล่านี้ ถูกนำมาอ้างใช้จากคนเพียงบางกลุ่มเจ้าเดิมๆ ซึ่งยังไม่สามารถหาข้อพิสูจน์หรือให้รายละเอียดและคำอธิบายเหมาะสมเพียงพอ เพื่อให้สอดรับกับคำกล่าวอ้างได้ชัดเจน

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่อยากให้สังคมตั้งข้อสงสัย มองว่าอาจมีความต้องการที่จะสร้างวาทกรรมมาใช้ เพื่อโฆษณาชวนเชื่อปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึกคน เหมือนในอดีตบนเวทีชุมนุมทางการเมือง โดยเฉพาะในภาพรวมดูแตกต่างเมื่อเปรียบเทียบกับลักษณะการแสดงความเห็นของบุคคลอื่นๆ ที่จะเน้นไปที่เนื้อหาประเด็นนั้นๆ มีคำอธิบายที่เป็นเหตุเป็นผลเพียงพอให้ผู้รับผิดชอบเก็บไปพิจารณา

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ไม่อยากให้สังคมทั่วไปสับสนในพฤติกรรมว่า เป็นการแสดงความเห็นอย่างบริสุทธิ์ใจต่อเรื่อง รธน. เพื่อให้เกิดพัฒนาการ หรือเป็นความพยายามในการแสดงออกทางการเมือง โดยอาศัย ร่าง รธน. มาใช้เป็นประเด็น จึงอยากขอความร่วมมือในการเสนอความเห็นใดๆ ควรระมัดระวัง เรื่องการใช้คำพูดคำจา หรือการใช้คำพูดเชิงดูหมิ่นดูแคลนผู้อื่น รวมถึงการปรับรูปแบบวิธีการนำเสนอให้อยู่ในความเหมาะสม เพื่อช่วยรักษาบรรยากาศการเดินหน้าประเทศ

โฆษก คสช. กล่าวด้วยว่า มีหลายๆ บุคคลที่ได้นำเสนอความเห็นมา ส่วนใหญ่จะให้ข้อพิจารณาว่าควรจะปรับอย่างนั้น อย่างนี้ แต่บางคนไม่พูดถึงรายละเอียดการปรับอะไร พูดแต่จะคว่ำอย่างเดียว ส่วนประเด็นที่ยกมาอ้างถึงนั้น ก็มีแต่เรื่องของการเข้ามามีอำนาจ และการจะอยู่ในอำนาจทางการเมือง ส่วนเรื่องอื่นๆ ดูจะไม่ค่อยได้กล่าวถึง โดยเฉพาะล่าสุด ได้มีคำพูดว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนายกรัฐมนตรีคนนอก วุฒิสภามาจากลากตั้ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ยังทำไม่ได้อีก จึงเป็นเหตุให้รับไม่ได้ จึงต้องลงประชามติคว่ำ ซึ่งต่อประเด็นทั้งหลายเหล่านี้ ทาง กรธ.ได้มีการอธิบายทำความเข้าใจให้เกิดความกระจ่างชัดขึ้นไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะทำให้เข้าใจมากขึ้นว่าแท้จริงแล้ว ร่าง รธน.ฉบับนี้ ในภาพรวมมีความเป็นประชาธิปไตยแน่นอน เน้นให้ความสำคัญประชาชนทั้งประเทศ ทั้งในฝั่งคนเสียงส่วนใหญ่ และฝั่งคนเสียงส่วนน้อย เพื่อให้มีบทบาทร่วมในทางสังคมและการเมือง และก็คงไม่ได้เป็นรัฐธรรมนูญขี้โกงอย่างที่บางคนกล่าวอ้าง แล้วที่สำคัญก็คงไม่มีใครมาปล้นอำนาจของประชาชนไปไหนได้ อีกทั้งหลายคนกลับมองว่า ดูเหมือนจะเป็นการเพิ่มบทบาทอำนาจให้ประชาชนมากขึ้นมาด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในส่วนของประชาชนที่อาจอยู่ทางฝั่งเสียงข้างน้อย ที่สมัยก่อนคนที่อยู่ในอำนาจมักมองข้ามไป.