ตั้ง ‘พงศพัศ’ ลุยเกลี่ยตำแหน่ง ปลุกขวัญพงส. รองรับ-ปฏิรูป - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ตั้ง ‘พงศพัศ’ ลุยเกลี่ยตำแหน่ง ปลุกขวัญพงส. รองรับ-ปฏิรูป

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2559 07:07
5,040 ครั้ง


“พงศพัศ” หัวหน้าปฏิรูปพนักงานสอบสวน การันตีการปรับเปลี่ยน ตำแหน่งเป็นเพียงแค่การเปลี่ยน การเรียกชื่อ เพื่อรองรับการอำนวยความยุติธรรมในโรงพักให้เชื่อมโยงกันทุกฝ่าย ต้องสร้างความเข้าใจถึงเจตนา ด้านรองโฆษก ตร.เผย คำสั่งนี้จะทำให้พนักงานสอบสวนเติบโตเป็นตำรวจระดับนายพลได้ ขณะที่ตัวแทนฝ่ายสอบสวนระบุยังคงทำงานสอบสวนและได้สวัสดิการเหมือนเดิม

กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะ คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 จัดระเบียบตำรวจ สั่งยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวน-พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ โดยให้ไปใช้ตำแหน่ง รอง สว.-สว.-รอง ผกก.หัวหน้างานสอบสวน ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ.

ความคืบหน้าวันที่ 10 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ท่าพระ ในฐานะตัวแทนพนักงานสอบสวน กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนดังกล่าวเป็นแค่การปรับเปลี่ยนแค่ชื่อ ส่วนการทำงานของพนักงานสอบสวนยังคงเดิม เงินสวัสดิการยังคงเดิม โดยผู้ที่อยู่ในสายงานสอบสวนปัจจุบัน ตำแหน่งจะสูงสุดอยู่แค่ยศ พ.ต.อ. ไม่สามารถขึ้นไปเป็นนายพลได้ เนื่องจากสายงานสอบสวนแยกจากสายงานอื่นของตำรวจ ทำให้พนักงานสอบสวนที่มีอายุงานมากต้องการออกไปทำในสายงานอื่น เพื่อเติบโตในหน้าที่การงาน นายกรัฐมนตรีเล็งเห็นให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการสอบสวนใหม่ เพื่อป้องกันการย้ายสายงาน ส่วนที่มีพนักงานสอบสวนบางกลุ่มออกมาเรียกร้องขอให้แยกหน่วยงานสอบสวนเป็นอีกหน่วยงานหนึ่ง ประเด็นนี้ทำไม่ได้เนื่องจากงานสืบสวนและสอบสวน ต้องทำควบคู่กันไป

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวว่า งานสืบสวนสอบสวนต้องดำเนินควบคู่ไปด้วยกัน พนักงานสอบสวนถือเป็นคนในองค์กรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องได้รับความเจริญก้าวหน้าในสายงาน เช่นเดียวกับตำรวจสายงานอื่น คำสั่งของนายกรัฐมนตรีจะทำให้พนักงานสืบสวนสามารถเติบโตไปเป็นระดับนายพลได้ และจะทำให้พนักงานสอบสวนมีความเท่าเทียมกับตำรวจในตำแหน่งอื่น เป็นวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่จะเป็นแนวทางในการปฏิรูปตำรวจต่อไป

ขณะที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานปรับปรุงกำหนดตำแหน่งข้าราชการตำรวจ ให้มีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนให้สอดคล้องกับโครงสร้างและระบบการบังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า หลังจากมีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 6/2559 และที่ 7/2559 จะมีการปรับระบบเกี่ยวกับงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง มอบให้ตนเป็นหัวหน้าร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีเวลา 90 วันในการกำหนดตำแหน่งใหม่ รวมถึงกำหนดในส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พนักงานสอบสวนทุกระดับสามารถทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และรองรับงานในสถานีตำรวจซึ่งมีคดีจำนวนมากเป็นการปรับเปลี่ยนการเรียกชื่อ ที่สำคัญพนักงานสอบสวนที่มีทั้งหมดหมื่นกว่าคนจากตำแหน่งตั้งแต่รอง ผบก. ถึง รอง สว. จะทำอย่างไรให้สามารถอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นให้กับประชาชนได้

พล.ต.อ.พงศพัศเปิดเผยอีกว่า ยืนยันว่ากระบวนการเปลี่ยนผ่านไม่มีปัญหา พนักงานสอบสวนหมื่นกว่าคนกับตำรวจอีกสองแสนกว่าคนทั่วประเทศต้องมานั่งคุยกัน ส่วนที่เป็นปัญหาขณะนี้คือการสร้างความเข้าใจ เนื่องจากมีพนักงานสอบสวนบางกลุ่มยังไม่เข้าใจถึงเจตนาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือประกาศของ คสช. ที่ยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังพิจารณาเรื่องขวัญกำลังใจให้กับพนักงานสอบสวนด้วย การทำงานระดับสถานีตำรวจจะต้องโยงใยกับกองประวัติอาชญากร สำนักงานพิสูจน์หลักฐานนิติเวช จะมีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน และได้ตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมด้วย โดยให้ตัวแทนพนักงานสอบสวนทั่วประเทศให้ข้อคิดต่างๆใน การปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความพึงพอใจ

“กระบวนการทั้งหมดนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการทำงานของตำรวจในระดับสถานีตำรวจที่นายกรัฐมนตรีและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธาน ก.ตร.ต้องการให้การบริหารงานในระดับสถานีตำรวจเกิดความเชื่อมโยงกันทุกฝ่าย ทั้งการสืบสวน สอบสวน ป้องกันปราบปราม และงานความมั่นคง โดยเฉพาะการอำนวยความยุติธรรม จำเป็นต้องได้รับการดูแล ปฏิรูปอย่างจริงจัง” พล.ต.อ.พงศพัศกล่าว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    61.8%
  • ไม่ชอบ
    11.8%
  • สนุก
    2.9%
  • ประหลาดใจ
    4.4%
  • เสียใจ
    4.4%
  • ให้กำลังใจ
    14.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement