เคาะประชามติ 31ก.ค. ยึดเสียงกึ่งหนึ่ง ให้รณรงค์'คว่ำ'ร่าง รธน.ได้ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เคาะประชามติ 31ก.ค. ยึดเสียงกึ่งหนึ่ง ให้รณรงค์'คว่ำ'ร่าง รธน.ได้

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 ก.พ. 2559 05:30
5,379 ครั้ง


“วิษณุ” เคาะทุ่ม 3.4 พันล้านทำประชามติ ไฟเขียวแก้ รธน.ชั่วคราว ยึดเสียงกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิตัดสินโหวตผ่านร่าง รธน. มอบ กกต. กำหนดหลักเกณฑ์เชือดพวกก่อเหตุป่วน ชง ครม.จิ้มออกเป็น พ.ร.บ.-พ.ร.ก.-ม.44 ขีดเส้น 31 ก.ค. วันหย่อนบัตรซาวเสียง ขยายเวลาเพิ่ม 1 ชม. ถึง 4 โมงเย็น ไม่ห้ามกลุ่มรณรงค์คว่ำ แต่ห้ามหลอกลวง ต่อต้านก่อความไม่สงบ “มีชัย” โต้ล็อกสเปกนายกฯคนนอก ยันไม่มีร่างฉบับสำรอง โบ้ย คสช.-รัฐบาลตัดสินหยิบฉบับใดประกาศใช้ กรธ.จะไม่ยุ่ง “บิ๊กตู่” ยังระแวงต่างชาติไม่เข้าใจสั่งเร่งชี้แจงทุกมิติ พท.ขู่ลากดันทุรังเจอวิกฤติ “วรชัย” แหย่ “ประยุทธ์” โดนวางยาดิสเครดิตออกกติกาเผด็จการ “จตุพร” ขู่ชาวบ้านจะเอาคืนสางแค้นถูกกดขี่ ดูรัฐบาลทหารพม่าแพ้ราบเป็นตัวอย่าง “นิกร” ห่วงสถาปนาศาล รธน.เป็นอำนาจที่ 5 งัดคดียุบพรรคไทยรักไทยจี้ทบทวน

จากกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าแม้ร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะถูกคว่ำในขั้นการทำประชามติ แต่คะแนนไม่รับร่างกับรับร่างห่างกันไม่มาก อาจหยิบวยกร่างฯฉบับ กรธ.มาปรับแก้แล้วประกาศใช้ได้ ล่าสุด นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ย้ำว่า ไม่มีการ เตรียมร่างรัฐธรรมนูญฉบับสำรองไว้ จะหยิบยกฉบับใดมาใช้เป็นเรื่องของรัฐบาลและ คสช.จะพิจารณา


“มีชัย” โต้ล็อกสเปกนายกฯคนนอก

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 ก.พ. ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดสัมมนาเรื่อง “การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ (ฉบับเบื้องต้น)” มีนายมีชัย ฤชุ-พันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวเปิดปาฐกถาพิเศษ เรื่องหลักการสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นตอนหนึ่งว่า เมื่อก่อนออกเสียงเลือกตั้งเหมือนแทงหวย แต่หวยสลากออมสินแม้ไม่ถูกเงินยังอยู่ คะแนนประชาชนไม่ถูกทิ้ง ไม่ใช่ชนะเอาไปหมด ทำให้ทุกคะแนนมีสัดส่วนตามที่ประชาชนเลือกจริง เป็นที่มาระบบจัดสรรปันส่วน บังคับพรรคเลือกคนดีในสายตาประชาชน จะเสนอใครเป็นนายกต้องประชุมพรรค ไม่ใช่ผู้บริหารพรรคมุบมิบกันเอง มีคนกล่าวหาว่า กรธ.เอานายกฯคนนอก คำตอบคือ ไม่ได้เอานายกฯคนนอก พรรคการเมืองต่างหากเป็นเรื่องของเขา แค่นี้คิดกันเองไม่ได้แล้วจะบริหารประเทศได้อย่างไร ส่วน ส.ว.ต้องไม่สังกัดใต้อาณัติพรรค การเมือง ส่วนข้อกล่าวหาว่าจะมีฮั้วกัน ถ้าเราจัดสลับเลือกไขว้ การฮั้วจะเกิดขึ้นได้ยาก ถ้าทำสำเร็จ วุฒิสภาจะเป็นโฉมหน้าใหม่

ซัดมโนศาล รธน.อำนาจล้นฟ้า

นายมีชัยกล่าวว่า ส่วนที่บางคนมองว่าให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากไป นั่นมโน สิ่งเดียวที่เพิ่มขึ้นคือ ให้พิจารณาความผิดขององค์กรอิสระด้วยกัน ถ้าระหว่างองค์กรมีปัญหากันไม่ต้องรอถึงขั้นทะเลาะกันก็ไปถามศาลได้ เหมือนเปิดรูไม่ให้อัดอั้นจนระเบิด อีกประเด็นคือ ให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระมาประชุมกัน เพื่อจัดทำมาตรฐานจริยธรรม แล้วให้บอกเลยว่า เรื่องไหนร้ายแรงหรือไม่ เพื่อตบหัวเบาๆเตือนว่าอย่าทำอีกนะ


ไม่มีร่างสำรองโยน รบ.-คสช.ชี้ขาด

จากนั้นนายมีชัยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข้อเสนอจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะนำร่างฉบับนี้มาปรับแก้โดยไม่ต้องทำประชามติอีกว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลและ คสช.จะเป็นผู้พิจารณา ไม่ใช่หน้าที่ของ กรธ. ไม่ทราบ ต้องไปถามคนที่พูดเอง กรธ.อยู่ในช่วงรับฟัง จะปรับปรุงให้ดีขึ้น ยืนยันว่าไม่มีร่างรัฐธรรมนูญสำรอง สิ่งที่เคยพูดว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านเห็นของใหม่แล้วจะตกใจ เพียงเปรียบเทียบให้เห็นว่า ไม่ว่าอย่างไร คนที่มาร่างจะต้องมีการกำหนดบทบัญญัติซึ่งอาจจะแรงกว่า ไม่ใช่มีเตรียมรัฐธรรมนูญสำรองเอาไว้ หากไปเผื่อหนทางไว้ล่วงหน้าจะเกิดปัญหา ทำให้ประชาชนเกิดการชั่งน้ำหนัก กรธ.จึงไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ เชื่อว่าหากประชาชนรับข้อมูลที่ถูกต้องจะไม่มีปัญหากับทำประชามติ หลักจากนี้จะทยอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปรับปรุงเนื้อหา ก่อนจะถึงการกำหนดร่างสุดท้าย ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมไม่ได้อีก หลังวันที่ 29 มี.ค.

จ่อปรับเพิ่มสิทธิชุมชน-จริยธรรม

นายมีชัยกล่าวด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่อาจนำเอามาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญปี 50 เกี่ยวกับเรื่องสิทธิชุมชนกลับมาบรรจุไว้ทั้งหมด หรืออาจจะปรับปรุงในบางส่วน แต่ต้องชั่งน้ำหนัก แต่ยืนยันหลักคิดเกี่ยวกับการกำหนดเป็นหน้าที่ของรัฐ แทนที่จะกำหนดเป็นสิทธิของประชาชน คนเริ่มรู้แล้วว่า การกำหนดเป็นหน้าที่ของรัฐดีอย่างไร ทำให้มีคนขอให้แปลงหลายเรื่องมาเป็นหน้าที่ของรัฐ จน กรธ.กังวลว่าหากกำหนดเช่นนั้นหมดจะเท่ากับมัดมือรัฐ กรธ.คิดว่าการกำหนดเป็นหน้าที่รัฐให้หลักประกันกับประชาชนในเรื่องสิทธิมากกว่า ยืนยันว่า ประชาชนยังมีสิทธิฟ้องรัฐ ส่วนเสียงท้วงติงกรณีให้ประธานรัฐสภา ที่เป็นนักการเมืองใช้ดุลพินิจในการตัดสินใจส่งศาลหรือไม่กรณีสงสัย ป.ป.ช.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ได้เห็นเนื้อหาส่วนนี้และบันทึกถึงข้อกังวลดังกล่าวไว้แล้ว รวมถึงเรื่องกรอบเวลาของการร่างมาตรฐานจริยธรรมขององค์กรอิสระอาจต้องปรับแก้ใหม่

กกต.ขอ 4.1 พันล้านใช้ทำประชามติ

เวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาลนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมเรื่องการจัดทำประชามติ โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานการเลือกตั้ง กล่าวก่อนการประชุมว่า เตรียมเสนอ 4 เรื่องหลัก 1.หลักเกณฑ์เรื่องการประกาศผลประชามติว่าจะยึดเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิออกเสียงหรือเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ 2.การกระทำผิดกำหนดโทษคล้ายกฎหมายเลือกตั้ง จะเสนอให้ออกเป็น พ.ร.บ.หรือรูปแบบอื่น 3.การจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ 16.7 ล้านเล่ม ส่งให้ผู้มีสิทธิออกเสียงอย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ จะเสนอเปลี่ยนหลักการเพื่อประหยัดงบฯและเวลา 4.งบประมาณของ กกต.แยกเป็นงบจัดทำประชามติ 2.4 พันล้านบาท 2.งบจัดพิมพ์จัดส่งรูปเล่ม 16.7 ล้านเล่ม 800 ล้านบาท 3.งบที่ กกต.ต้องจัดส่งรูปเล่มให้หน่วยราชการ 900 ล้านบาท รวม 4.1 พันล้านบาท จะประหยัดได้อีก 500 ล้านบาท หากลดจำนวนจัดพิมพ์ร่างลง ส่วนกำหนดการออกเสียงประชามติ กกต.คาดว่าน่าจะ 31 ก.ค. การรณรงค์รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญทุกฝ่ายทำได้ แต่ต้องไม่สร้างความวุ่นวาย ฝ่ายการเมืองที่แสดงความเห็นให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เข้าข่ายความผิด ถือว่าแสดงความเห็นตามปกติ

รื้อ รธน.ชั่วคราวยึดเสียงผู้มาใช้สิทธิ

กระทั่งเวลา 18.00 น. นายวิษณุ แถลงภายหลังหารือร่วมกับตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย และตัวแทนคณะกรรมการ กรธ.ไปรษณีย์ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 เรื่องหลักเกณฑ์การประกาศผลประชามติ โดยให้ยึดเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ และปรับลดหลักเกณฑ์การแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้จากร้อยละ 80 ของครัวเรือน แต่ให้มีการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญอย่างกว้างขวาง และส่งไปยังท้องถิ่น ชุมชนต่างๆ รวมทั้งเผยแพร่ผ่านวิทยุ โทรทัศน์ โซเชียลมีเดียด้วย เพื่อประหยัดงบประมาณ ทำให้ปรับลดงบ ประมาณที่ กกต.เสนอมาจากจำนวน 4,200 ล้านบาท เหลือประมาณ 3,400 ล้านบาท

มอบ กกต.ร่างเกณฑ์ฟันพวกป่วนผิด ก.ม.

นายวิษณุกล่าวว่า มอบหมายให้ กกต.ไปร่างหลักเกณฑ์การควบคุมความสงบเรียบร้อยในการลงประชามติ จากนั้นให้เสนอมายังรัฐบาลเพื่อพิจารณาว่าจะออกเป็น พ.ร.บ.หรือ พ.ร.ก. หรือใช้มาตรา 44 ส่วนวันลงประชามติกำหนดคร่าวๆ คือวันที่ 31 ก.ค. หรือบวกลบ 7 วันและขยายเวลาการลงประชามติจากเวลา 08.00-15.00 น. เป็นเวลา 08.00-16.00 น. ขณะเดียวกัน ที่ประชุมเห็นว่าสามารถรณรงค์ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องไม่เป็นการหลอกลวง บิดเบือน ข่มขู่ หรือต่อต้านก่อให้เกิดความไม่สงบ ข้อเสนอทั้งหมดนี้จะนำเรียนนายกฯภายใน 1-2 วันนี้ จากนั้นจะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวฯ ก่อนจะเสนอให้ที่ประร่วมครม.และ คสช.เห็นชอบ และส่งให้ สนช.พิจารณา กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน สำหรับบัตรการลงคะแนนจะสามารถทำได้ในใบเดียวกันหากมี 2 คำถาม เพราะคำถามประชามติมีแค่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย แตกต่างจากบัตรเลือกตั้ง ส.ส.


“บิ๊กตู่” ระแวงต่างชาติไม่เข้าใจโรดแม็ป

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานประจำปี 2558 และแถลงแผนงานปฏิบัติงานประจำปี 2559 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย คณะกรรมการ กอ.รมน.เข้าร่วม โดยก่อนเข้าประชุมเมื่อผู้สื่อข่าวสวัสดีทักทาย พล.อ.ประยุทธ์แค่รับไหว้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ไม่ทักทายพูดคุยหยอดมุกตอบโต้ใดๆ เหมือนก่อน แต่เลี่ยงหันไปสวัสดีทักทาย พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ แล้วเดินเข้าตึกสันติไมตรี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า ต่างชาติบอกให้ไทยกลับมาสู่ประชาธิปไตยและเลือกตั้งโดยเร็ว ตนจะเร่งให้ตามโรดแม็ป แต่ต่างชาติอาจไม่เข้าใจ ทุกคนต้องสร้างความเข้าใจในทุกมิติ พร้อมยืนยันว่า ไม่ฝืนประชาธิปไตย ส่วนรัฐธรรมนูญมีปัญหาอย่างไร หรือจะอยู่ในบทเฉพาะกาลหรือไม่ ให้ไปคิดมา อย่าดูว่าสากลหรือสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เพราะต้องเป็นสากลอยู่แล้ว อีกทั้งการปรองดองต้องเริ่มด้วยตัวเอง ถ้าไม่พูดเรื่องการเมืองก็ปรองดองได้หมด เพราะการเมืองเป็นเรื่องของความเห็นต่าง ถ้าร่วมมือกันไม่ได้ 10 ชาติก็ปรองดองไม่ได้ จะร่างกฎหมายก็มีการปรองดองไม่ได้

ย้ำคนดีไม่มีวันตายจากความทรงจำ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ขอบคุณ สปท. สนช. กรธ. ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้เกิดการปฏิรูประยะที่ 1 ทุกฝ่ายร่วมกันทำมาตลอด ระยะต่อไปต้องกำหนดแผนเรื่องการปฏิรูปให้สอดคล้องให้นำไปใส่ไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และเรื่องรัฐธรรมนูญอยากให้ดูเจตนาการร่างขึ้นมาว่าเพื่ออะไร ไม่ใช่คิดว่าจะเป็นการสืบทอดอำนาจ นอกจากนี้ยังได้ถามผู้เข้าร่วมประชุมว่า ได้ฟังเพลงคนดีไม่มีวันตายแล้วหรือไม่ แต่ไม่ใช่แปลว่าเป็นคนดีแล้วจะไม่ตาย แต่หมายความว่า คนดีจะไม่ตายไปจากความทรงจำของคน ส่วนการแสดงออกถึงการใช้อารมณ์ของตนเองนั้น มีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ ส่วนตัวพยายามปรับปรุงแก้ไขตัวเองแล้ว แต่ต้องขอให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้วย ทหารโมโหง่ายแต่พร้อมปรับปรุงแก้ไข ส่วนตำรวจต้องทำตัวให้เป็นที่รักของประชาชนให้ได้ ต้องทำงานด้านมวลชนควบคู่กับงานประจำที่ต้องบังคับใช้กฎหมายให้ได้

ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ ระหว่างจะเดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า เจ้าหน้าที่ได้เตรียมไมโครโฟนไว้ให้แถลงบริเวณทางเชื่อมตึกไทยคู่ฟ้ากับตึกสันติไมตรีตามปกติ พล.อ.ประยุทธ์เพียงแต่กล่าวเกริ่นถึงผลการประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานและแผนการปฏิบัติงานของ กอ.รมน.เพื่อมอบหมายให้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ทำหน้าที่แถลงข่าวแทนเท่านั้น

“บิ๊กหมู” ย้ำ รด.ลงพื้นที่แค่ให้ความรู้

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ในฐานะรอง ผอ.รมน. กล่าวว่า นายกฯฝากชี้แจงการส่งนักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) ลงพื้นที่พบประชาชนและเยาวชนอธิบายเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ให้ไปชี้นำ เพียงให้ทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการออกเสียงประชามติ ขอให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากๆ หากมีข้อสงสัยหรือมีข้อเสนอแนะเสนอมาได้ ข้อสงสัยทุกข้อจะนำมาตอบทางรายการแกะกล่องรัฐธรรมนูญ นศท.ลงพื้นที่มาร่วม 2 เดือนแล้ว เป็นไปตามระเบียบ ไม่ใช่ให้ไปยืนหน้าคูหา ทหารยังเข้าไม่ได้เลย เป็นกฎหมาย ทั้งนี้ กอ.รมน.จะประสานไปยังท้องถิ่น ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.เพื่อทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญ กระแสต่อต้านแต่ละพื้นที่มีอยู่บ้าง แต่ไม่เข้าใจว่าจะต่อต้านไปทำไม ได้ศึกษาเนื้อหาแล้วหรือไม่ ความเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องจับตาดูภูมิภาคใดเป็นพิเศษ ขณะนี้ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าจะเกิดความวุ่นวายในวันทำประชามติ จากการลงพื้นที่ยังไม่พบปัญหา แต่พบว่าประชาชนตื่นตัว ต่างตอบรับการทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญและการลงประชามติเป็นอย่างดี


“บิ๊กป้อม” เชื่อ รธน.ฝ่าด่านสำเร็จ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีข้อเสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญของกระทรวงกลาโหม ว่า ยังเปิดเผยไม่ได้ ต้องให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีและทีมงาน รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ดูก่อน ว่า มีส่วนใดต้องปรับหรือไม่ เมื่อถามว่าจะเสนอให้ระบุอำนาจหน้าที่ของกองทัพให้ชัดเจนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ประเด็นดังกล่าวมีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ ส่วนร่างรัฐธรรมนูญ หากไม่ผ่านประชามติจะนำรัฐธรรมนูญฉบับใดมาปรับแก้ใช้นั้น ตนไม่รู้ แต่เชื่อว่าต้องผ่านประชามติ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เสียหายอะไรมากนัก เป็นรัฐธรรมนูญป้องกันทุจริต

วรรคไหนมีปัญหาชี้มาให้ชัด

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ส่งข้อเสนอแนะร่างรัฐธรรมนูญให้นายวิษณุแล้ว 11 ประเด็น เกี่ยวกับกฎหมายกระบวนการยุติธรรม สิทธิมนุษยชน ที่ไม่ใช่เป็นข้อแย้ง เพียงแต่รัฐธรรมนูญเขียนมากว้างแล้วไม่เข้าใจ ส่วนหลักการเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกงตนเห็นด้วย เพราะบ้านเรามีปัญหานี้ รวมถึงหลักการการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว.มาจากสรรหา เพียงแต่รายละเอียดไปอยู่ที่การปฏิบัติ อย่างนายกฯคนนอก เคยมีประเด็นไปรบกวน พยายามยัดเยียดข้างบน แล้วไม่แก้กัน แต่เราพยายามแก้ หลักการเขียนว่าอย่าไปรบกวนเลย ตรงนี้มันได้ ท้ายสุดเชื่อว่าความศรัทธาในความตั้งใจของนายกฯและ คสช.จะผลักดันให้ประชาชนยอมรับ และอยู่ที่คนนำไปใช้ ทัศนคติ การยอมรับ ส่วนพวกโต้แย้งระบุให้ชัดวรรคไหนที่เป็นปัญหาพูดมาเป็นเรื่องๆ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยส่งข้อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ 4-5 ประเด็น เกี่ยวกับหน้าที่ของกระทรวง เช่น เรื่องผังเมือง การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การกระจายอำนาจในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขอให้เรียกว่า การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นแทน

“นิกร” ห่วงศาล รธน.เป็นอำนาจที่ 5

ด้านนายนิกร จำนง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากมาย ทั้งการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ร่วมกับองค์กรอิสระกำหนดมาตรฐานจริยธรรมนักการเมือง เพื่อบังคับใช้แก่ ส.ส. ส.ว. ครม. การให้อำนาจตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญปี 50 ชี้ขาดแก้ปัญหาวิกฤติบ้านเมือง และยังขยายคุณสมบัติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้มีอายุ 75 ปี จากเดิม 70 ปี รวมทั้งแยกศาลรัฐธรรมนูญออกจากหมวดศาลและองค์กรอิสระ มาเป็นหมวดศาลรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ มีมาตราเกี่ยวข้อง 16 มาตรา ถือว่าสถาปนาศาลรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจที่ 5 เต็มรูปแบบ นอกเหนือจากอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ และองค์กรอิสระ จึงขอให้ กรธ.ทบทวนรายละเอียดศาลรัฐธรรมนูญ หากมีเนื้อหาเช่นนี้จะเกิดปัญหาได้ เพราะที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญมีข้อกังขา ถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา โดยเฉพาะคดียุบพรรค ที่เคยตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย แต่ต่อมาศาลฎีกายกฟ้อง อยากทราบว่าที่สุดแห่งความยุติธรรมควรอยู่ที่ใดระหว่างศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลฎีกา

สังคมจับตาเพิ่มดาบบิ๊กเบิ้ม

นายคำนูณ สิทธิสมาน สปท.และอดีตโฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ศาลรัฐธรรมนูญสร้างจุดเปลี่ยนทางการเมืองในห้วงวิกฤติประเทศที่ผ่านมา อำนาจที่เพิ่มขึ้นจากเดิม จึงถูกจับตาจากทุกฝ่ายคือ 1.อำนาจวินิจฉัยปัญหาหน้าที่และอำนาจของสภาฯ วุฒิสภา รัฐสภา ครม. หรือองค์กรอิสระ เขียนไว้สั้นๆ แต่กว้างขวางมาก 2.อำนาจวินิจฉัยกรณีไปตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ เดิมคือมาตรา 7 เมื่อรวมข้อ 2 เข้ากับข้อ 1 จะถือเป็นอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดที่ครอบคลุมทุกปัญหา 3.อำนาจวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญยากมากอยู่แล้ว 4.อำนาจกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมสำหรับศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่ ส.ส. ส.ว.และ ครม.ต้องปฏิบัติ 5.อำนาจวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่บังเอิญเบิ้มๆทั้งนั้น

ตั้งฉายาฉบับองค์กรอิสระเป็นใหญ่

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนายมีชัยที่มี 270 มาตรา มีคำว่าศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการรัฐธรรมนูญ 130 คำ และองค์กรอิสระ 39 คำ ขอให้ฉายาร่างรัฐธรรมนูญนี้ว่า ฉบับศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระเป็นใหญ่ในแผ่นดิน สิ่งที่รัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 เคยบัญญัติว่า การตัดสินคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคนทำคำวินิจฉัยส่วนตัว แถลงต่อที่ประชุมในการวินิจฉัยคดี แต่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตัดเนื้อหาดังกล่าวออกไป ทำให้กังขาว่าการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญจะเปิดเผยโปร่งใสหรือไม่ อีกทั้งการออก พ.ร.บ.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มีการบัญญัติห้ามละเมิดศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เห็นด้วย เพราะศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลการเมือง ไม่ใช่ศาลยุติธรรม ถ้าห้ามละเมิดจะทำให้ไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญได้

“ชูศักดิ์” ขู่ดื้อดันทุรังจะเจอวิกฤติ

นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่ากรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯระบุว่าไม่แน่ใจว่าจะแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อกำหนดว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติแล้วจะดำเนินการอย่างไรหรือไม่ ขณะเดียวกันหากเสียงไม่ผ่านประชามติโดยชนะกันล้านเสียง อาจเอารัฐธรรมนูญฉบับที่ไม่ผ่านนั้นมาปรับใช้ ขอแสดงความเป็นห่วงว่า ควรตัดสินใจแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว กำหนดให้ชัดว่าคะแนนชนะคือเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ ไม่ใช่ข้างมากของผู้มีสิทธิ และเพื่อบอกทางเลือกให้ประชาชนว่าถ้าประชามติไม่ผ่านแล้ว มีทางเลือกอย่างไร การจะเอารัฐธรรมนูญที่ไม่ผ่านมาปรับใช้ ดูจะเป็นการดันทุรังไม่แคร์ความรู้สึกของประชาชน ถึงเวลานั้นระวังว่าต่อให้มีประกาศกี่ฉบับมีมาตรา 44 อาจเอาไม่อยู่ เกรงว่าจะกลายเป็นวิกฤติของชาติอีกครั้งหนึ่ง

“วรชัย” แหย่ “บิ๊กตู่”โดนวางยาทุบเครดิต

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าวันนี้เกิดสถานการณ์แรงต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.สูงมาก หลังรัฐธรรมนูญออกมาอย่างนี้ นิสิต นักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวค้านกฎหมายเผด็จการจากปลายกระบอกปืน ส่งสัญญาณว่าไม่ใช่รัฐธรรมนูญของประชาชน ไม่เป็นประชาธิปไตย คนกลางๆ เริ่มต่อต้าน คนที่กระทบคือ พล.อ.ประยุทธ์ เห็นหรือยังว่าการไว้วางใจคนกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่คนของตัวเอง เช่น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ คนของกลุ่มอำนาจเก่าจะมารับใช้นายกฯด้วยหัวใจหรือ มองให้ดีมีการวางยาทำลายเครดิต พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ รัฐธรรมนูญเป็นเผด็จการสุดๆแบบนี้

แก้กลับคืน ปชต.จะกลายเป็นฮีโร่

“คนจะออกมาไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ จะกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์วางสายสืบทอดอำนาจอยากอยู่ต่อ อย่าฝืนเลย เมื่อนายกฯเสียเครดิต ข้าราชการจะรู้ว่าอยู่ไม่นานแล้วจะเกียร์ว่าง ทางที่จะอยู่ได้คือต้องแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย โดยแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวก่อน แล้วมาแก้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฟังคนอื่นบ้าง เปิดโอกาส เปิดเวทีให้บ้าง ตอนนี้รัฐบาลเปิดให้ กรธ.ชี้แจงอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าแก้รัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นฮีโร่ ขอให้คิดดู จะลงอย่างรัฐบุรุษ หรือลงอย่างหัวแตก หน้าถลอก ถ้าให้มีกระบวนการนำไปสู่การเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตยจะเป็นชัยชนะอย่างแท้จริงของ พล.อ.ประยุทธ์” นายวรชัยกล่าวและว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีการใช้อำนาจบีบพรรคเพื่อไทยสารพัด มีการทำโพลว่าพรรคเพื่อไทยแพ้แน่ ไม่ต่างกับการทำโพลช่วงนี้เชียร์นายกฯ และรัฐธรรมนูญ ลองไปถามคนทำโพลดูว่ามีการข่มขู่คุกคามหรือไม่ ความจริงเป็นอย่างหนึ่งโพลออกมาเป็นอีกอย่าง เศรษฐกิจแย่แต่บอกว่าโต 4 เปอร์เซ็นต์เป็นไปไม่ได้ ไม่มีเหตุผลรองรับ คนจนทั้งประเทศแล้ว

“นพดล” ซัด “ดอน” อย่ากล่าวหาคนอื่น

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวถึงกรณีที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ระบุว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯวิจารณ์รัฐธรรมนูญโดยไม่เข้าใจเนื้อหาว่า ทุกฝ่ายที่วิจารณ์รัฐธรรมนูญติเพื่อก่อไม่ได้ทำลาย และวิจารณ์เพื่อประเทศไม่ใช่เพื่อพรรคตนเอง รัฐบาล คสช. และ กรธ. ควรทำใจนิ่งๆอย่ารีบกล่าวหาและหมิ่นคนอื่น ทุกคนอ่านภาษาไทยออกและเข้าใจแต่มีสิทธิไม่เห็นด้วยในเนื้อหาหลายประเด็น ประเทศไทยเป็นภาคีปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เนื้อหารัฐธรรมนูญก็ต้องเป็นสากล ไม่มีประชาธิปไตยแบบไทยๆ แต่ร่างของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ยังไม่เป็นสากล ควรแก้ไข ถ้า กรธ.เห็นว่าเป็นสากล ช่วยบอกด้วยว่าประเทศใดมีรัฐธรรมนูญเหมือนฉบับนายมีชัยบ้าง ตรวจสอบไม่ยาก นายดอนน่าจะช่วยได้เพราะเคยประจำการหลายปีในอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์และสหรัฐฯ ประเทศแม่แบบประชาธิปไตยทั้งนั้น

เย้ยโมเม “โอบามา” เชิญ “บิ๊กตู่” หารือ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า อยากให้นายดอนเข้าใจว่านักการเมืองทุกคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย วังวนเดิมหรือวงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้นจากขบวนการอะไรเพื่อประโยชน์ของใคร คนรู้ทันกันหมดแล้ว ต่างชาติก็รู้เท่าทันแทบจะทุกเรื่องราว นายดอนควรกลับไปอ่านรัฐธรรมนูญให้ดีและทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ว่ายึดหลักการแห่งประชาธิปไตยสากลและสังคมโลกยอมรับได้หรือไม่ นอกจากนี้ อยากให้นายดอนชี้แจงให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริงด้วยว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯได้รับเชิญไปประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐฯ เป็นการประชุมตามปกติระดับผู้นำ ปีนี้สหรัฐฯเป็นเจ้าภาพ ต้องออกหนังสือเชิญผู้นำอาเซียนทุกประเทศไปร่วมประชุม แต่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯยังคงทิ้งระยะห่างอยู่เช่นเดิมจนกว่าประเทศไทยจะกลับคืนสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง สหรัฐฯประกาศชัดเจนช่วงการฝึกร่วมคอบร้าโกลด์ และโอกาสที่ พล.อ.ประยุทธ์ไปสหรัฐฯครั้งนี้ นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯคงไม่เปิดโอกาสให้หารือแบบทวิภาคีแน่นอน ไม่เหมือนสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งโดยชอบ อยากให้กำชับโฆษกรัฐบาลช่วยชี้แจงผ่านสื่อให้ถูกต้องด้วย อย่ามั่วหรือโมเมเหมาว่านายโอบามาเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ไปเยือนสหรัฐฯเพื่อเยือนอย่างเป็นทางการ

“จตุพร” ให้ดูพม่าทหารแพ้ถล่มทลาย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ จะนำร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.มาปรับปรุงเพื่อใช้บังคับถ้าลงประชามติแล้วแพ้ล้านเสียงเศษว่า ขอให้นายวิษณุศึกษาการเลือกตั้งประเทศพม่าว่าทำไมจึงแพ้ราบคาบ ที่ให้บทเรียนว่าประชาชนกลัวอองซาน ซูจี แพ้เลือกตั้ง จึงออกมาใช้สิทธิเลือกพรรคอองซาน ซูจีอย่างถล่มทลาย รัฐบาลทหารเดิมแพ้ไม่เป็นท่า เมื่อนายวิษณุพูดถึงการแพ้แค่ล้านเศษแล้ว ต้องจำไว้ว่าจะไม่ใช่แค่ล้านเศษ เมื่อมีแรงกดขี่ ประชาชนจะเกิดการต่อสู้ แสดงออกด้วยใช้สิทธิประชามติ ทำให้รัฐบาลแพ้ถึงหลายล้านเศษชนิดเกินความคาดหมาย การเมืองไม่เป็นคณิตศาสตร์ แต่สิ่งที่ประชาชนรับไม่ได้คือการเสียรู้ แล้วจะเอาคืนในวันทำประชามติ

ศาลสั่ง “เก่ง การุณ” ชดใช้ 5.3 ล้าน

ที่ศาลแพ่ง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นโจทก์ฟ้องนายการุณ หรือเก่ง โหสกุล จำเลย ให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายการจัดเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตเลือกตั้งที่ 12 เป็นเงิน 5,369,108.32 บาท จากกรณีนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องว่าจำเลยปราศรัยใส่ร้ายด้วยข้อความเท็จ ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของจำเลย 5 ปี และให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 12 ใหม่ โจทก์จัดการเลือกตั้งใหม่และประกาศผลให้นายแทนคุณชนะ โจทก์ใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 5,201,313 บาท ขอให้จำเลยชดใช้เงินพร้อมดอกเบี้ย เป็นเงิน 5,369,108.32 บาท ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 มาตรา 113 บัญญัติว่า “ในกรณีที่ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง ส.ส.ผู้ใดและเป็นเหตุให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ให้ผู้ถูกเพิกถอนการเลือกตั้งต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งใหม่นั้นด้วย” จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งใหม่แก่โจทก์ 5,369,108.32 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากเงินต้น 5,201,313 บาท จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    41.0%
  • ไม่ชอบ
    14.3%
  • สนุก
    21.6%
  • ประหลาดใจ
    4.4%
  • เสียใจ
    4.8%
  • ให้กำลังใจ
    13.9%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement