เสมอต้นเสมอปลาย! เปิดสตอรี่เลิฟ มัดหมี่ ผญ.ไฮเปอร์ - 'สัว' ผช.ไร้พิษสง คู่แท้กันละกัน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เสมอต้นเสมอปลาย! เปิดสตอรี่เลิฟ มัดหมี่ ผญ.ไฮเปอร์ - 'สัว' ผช.ไร้พิษสง คู่แท้กันละกัน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 06:05
12,658 ครั้ง


เวียนมาอีกครั้งกับวาเลนไทน์ 14 กุมภาฯ วันแห่งความรักที่ทำให้โลกของใครหลายคนกลายเป็นสีชมพู สำหรับปีนี้ ไทยรัฐออนไลน์ มีคู่รักเซเลบฯ ข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งแต่งงานกันหมาดๆ เมื่อปลายปีที่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นเพอร์เฟกต์ คัพเพิลที่ถูกจับตามองมากที่สุดอยู่ในตอนนี้ ซึ่งใครได้เห็นเป็นต้องอิจฉาเลยทีเดียว เพราะไม่เพียงฝ่ายชายจะเป็นหนุ่มหล่อนักธุรกิจ ทว่าฝ่ายหญิงยังมีดีกรีเป็นถึงดาราสาวสวยสุดมั่น กับ 'สัว ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย - มัดหมี่ พิมพ์ดาว พานิชสมัย'

คนนี้แหละ...ใช่เลย !

ก่อนวันแห่งความรัก เราได้มีโอกาสจับเข่าคุยล้วงความหวาน และความโรแมนซ์หลังแต่งงานแบบเอ็กคลูซีฟ ในคอนโดฯ เรือนหอสุดหรู 28 ล้านของเขาทั้งคู่ ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก โมเมนท์สวีต และความประทับใจต่างๆ ตลอดจนการใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน บอกเลยว่ายิ่งฟังก็ยิ่งอิน เหมือนโชคชะตานำพาให้เขาสองคนมาเจอกันยังไงยังงั้น รับรองความหวาน (เลี่ยน) ตลบอบอวลวาเลนไทน์แน่นอน !

สวีทกันตลอดเวลา

จุดเริ่มต้นของความรัก

มัดหมี่ - ถ้าถามถึงจุดเริ่มต้นจริงๆ ก็คือวันวาเลนไทน์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเราไปเที่ยวกับน้องสาวสองคน แล้วพี่สัวก็ไปกับแก๊งเพื่อนๆ บนเรือ เราก็ไปพักโรงแรมตามปกติแหละ แต่ทีนี้น้องดันรู้จักกับรุ่นพี่ในกลุ่มพี่สัว น้องก็เหมือนกับชวนเราไปจอยด้วย บอกไปเหอะๆ ไปรู้จักพวกพี่ๆ เขา เราก็แบบโอเค ไปก็ไป ทีนี้เราก็นั่งเรือเล็กกันไปสองคน แล้วก็ไปเจอพวกพี่สัวบนเรือใหญ่ นั่นก็เลยทำให้ได้เจอพี่สัว วันนั้นเราก็ยังคุยกันปกตินะ แต่คือเขาเทกแคร์ดูแลเราดีมาก แล้วก็คอยเดินตามเราตลอดเลย จนเราแบบเอ๊ะ ! ผู้ชายคนนี้แปลกๆ นะ เหมือนเขาสนใจเราเลย เราก็บอกน้องไปงี้ (หัวเราะร่า) ตอนนั้นเราก็เริ่มรู้สึกว่า ผู้ชายคนนี้น่ารักดีนะ ดูใส่ใจ-เทกแคร์เราดี แล้วพอได้มีโอกาสคุยมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่วันนั้น ได้มารู้จักนิสัยเขาจริงๆ แล้ว เราว่าพี่สัวเป็นคนน่ารักคนหนึ่งเลย

แต่ถ้าย้อนกลับไป ก่อนหน้านั้นเราเคยเจอพี่สัวแล้วนะ หลายปีมาก 4-5 ปีได้ คือวันนั้น 'แมงมุม-ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล รัตตกุล' เป็นลูกสาวท่านมุ้ย นัดไปทานอาหาร เราก็ได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนๆ เขา หนึ่งในนั้นมีพี่สัวด้วย เราก็ได้คุยกันบ้าง แต่ตอนนั้นไม่ได้ปิ๊งอะไรเลย เริ่มมาปิ๊งคุยกันมากขึ้นก็ตอนวาเลนไทน์สองปีที่บอกไปนี่แหละ (ยิ้มเขินๆ)

สัว - จริงๆ วันที่อยู่บนเรือ ผมก็เริ่มปิ๊งเขาล่ะนะ ไม่งั้นจะเดินตามทำไมล่ะ (หัวเราะกลบเกลื่อน) อีกอย่างวันนั้นพวกเพื่อนๆ ก็อยู่กันเป็นคู่ๆ ด้วย แล้วเขาก็ไม่มีคู่ ผมก็ไม่มีคู่ ไม่ให้เดินตามเขาแล้วจะให้ผมเดินตามใคร จริงไหม …

'สัว-ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย' หล่อใจละลายเลย !
สาวเสน่ห์ล้น ใครเห็นเป็นต้องสะดุด...รัก !

ความรู้สึกแรกที่เจอกัน มองแต่ละคนเป็นยังไงบ้าง
มัดหมี่ - ถ้าเป็นตอนทานอาหารครั้งนั้น คือเราไม่ได้สนใจ หรือชอบอะไรเขาเลยสักนิด กลับรู้สึกว่าเขาเป็นคนขี้เก๊กด้วยซ้ำ วางมาดตลอดเวลา อะไรเยอะแยะไปหมด ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่ แต่พอมาเจอเขาอีกทีบนเรือ เรารู้สึกว่าเขาน่ารักมาก..ก มันคนละแบบกับที่เราเจอวันนั้นเลย เขาเป็นคนใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่วันแรก จำได้ว่าเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร หรือแพ้อะไรบ้าง บวกกับที่วันนั้นเขาเทกแคร์เราดีมากจริงๆ เราก็เลยเริ่มรู้สึกประทับเล็กๆ ยิ่งตอนที่เราขึ้นไปนั่งมองดาว แล้วคุยกันบนดาดฟ้าเรือ มันเป็นอะไรที่โรแมนติกมาก และเหมือนเราได้แลกเปลี่ยนความคิดโน่นนี่อะไรกันเยอะแยะ ทำให้รู้ว่าพี่สัวก็ชอบอะไรเหมือนๆ กับเรา อย่างเรื่องดนตรีเขาก็ชอบ หรือเรื่องถ่ายรูปเขาก็ชอบ เพียงแค่ภายนอกเขาเป็นนักธุรกิจ

สัว - ผมปิ๊งเขานะ รู้สึกดีที่ได้คุย ได้อยู่ใกล้เขา เอาจริงๆ ผมไม่ได้คิดเลยว่าเขาเป็นยังไง ผมรู้แค่ว่าผมปิ๊งเขา และอยากรู้จักเขาให้มากขึ้นเท่านั้นเอง

หวานให้โลกรู้กันไปเลยยย !

ใครจีบใครก่อน
สัว - ก็ต้องเป็นผมเริ่มจีบก่อนอยู่แล้ว (หัวเราะเขินๆ) แต่เอาจริงๆ ผมจีบคนไม่เป็นนะ หลังจากวาเลนไทน์​วันนั้น ผมก็อาศัยโทรไปหาเขาอย่างเดียว ไลน์ไปบ้าง โทรบ้าง แล้วก็เหมือนเริ่มคุยกันจริงจังตั้งแต่ตอนนั้นเลย

มัดหมี่ - ใช่ เราจำได้ ตอนนั้นกลับมาเราถ่ายละครเรื่องหงส์อยู่ เป็นช่วงที่เปิดกล้องวันแรกเลย พี่สัวก็เริ่มโทรหา ไลน์หาเราแล้ว ก็คุยกันมาตั้งแต่นั้น พี่สัวเป็นคนน่ารัก เสมอต้นเสมอปลายกับเรามาตลอด แต่ตอนนั้นเราก็ยังไม่แน่ใจนะว่าพี่สัวจะทำแบบนี้ไปได้ตลอดไหม โดยการที่อาจจะโทรหาเราวันละ 2-3 เวลา หรือเมสเสจหา ไลน์หากันบ่อยๆ ตลอด เพราะทุกทีเวลาเรามีอะไรก็จะอัพเดตให้กันรู้ทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะไปที่ไหน มีเรื่องเครียดอะไร หรือใครทำอะไร ก็จะถ่ายรูปส่งให้กันดูตลอด แต่กลายเป็นว่าหลังจากนั้นมาเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ พี่สัวเป็นยังไงก็ยังเป็นอย่างงั้น เสมอต้นเสมอปลายดีมาตลอด ค่อนข้างที่จะเหมือนเดิมทุกวัน มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า สามารถมั่นใจ และไว้ใจในตัวพี่สัวได้

ทำสาวๆ หวั่นไหวกันเลยทีเดียว
แค่มองตาก็รู้ใจ ...

เดตแรกเจอทีเด็ด
สัว - ถ้าไปกันสองคน เราไปกันที่ 'Genji ปาร์คนายเลิศ' เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น แต่มันก็ไม่สองคนซะทีเดียวนะ เพราะนั่งอยู่ได้ประมาณ 5 นาที คุณแม่ของมัดหมี่ก็เดินมา แล้วก็มานั่งด้วยตลอด นั่งคุยกันสามคน ถ้าจะพูดถึงเรื่องเซอร์ไพร์สในเดตแรก ก็คงเป็นที่คุณแม่เดินเข้ามานี่แหละ (หัวเราะร่า)

มัดหมี่ - คือคุณแม่เราค่อนข้างเหมือนเพื่อน เหมือนพี่สาว เวลาจะทำอะไรก็จะต้องผ่านคุณแม่ ท่านก็จะช่วยสกรีนให้ก่อนอยู่แล้ว วันนั้นคุณแม่มาด้วยเพราะอยากรู้จักพี่สัวมากขึ้น ตอนเจอกับพี่สัวครั้งแรก คุณแม่ก็โอเคแฮปปี้นะ จริงๆ คุณแม่จะแฮปปี้กับทุกคนที่เข้ามาหมด ฉะนั้นคนส่วนใหญ่ หรือทุกคนที่ได้เจอคุณแม่ก็จะรักคุณแม่ทุกคนเลย ขนาดเพื่อนพี่สัวเองก็ยังรักคุณแม่เราเลย

ความสวยสยบทุกสายตา

เซอร์ไพรส์

สัว - แนวเซอร์ไพรส์จะไม่ใช่แนวผมนะ ถ้าทำอะไรแบบนั้น ผมทำได้แค่ครั้งเดียว แต่มันก็มีเหมือนกัน ตอนนั้นหลังจากที่กลับวาเลนไทน์ 2-3 อาทิตย์ มัดหมี่ก็บินไปส่งน้องเรียนต่อที่อังกฤษ ผมก็เซอร์ไพรส์เขาด้วยการสั่งดอกไม้ ให้คนไปวางไว้ที่หน้าแฟลต (ที่พักของน้องในอังกฤษ) พอเขาได้รับก็บอกว่าชอบมาก เซอร์ไพรส์สุดๆ เลย

มัดหมี่ - ของเรามีเป็นเซอร์ไพรส์แต่งเพลงให้ ตอนที่พี่สัวไป บรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ชื่อเพลงว่า 'My Favourite Star' เอาจริงๆ คือแบบเราตื่นเต้นมาก อดใจรอให้พี่สัวกลับมาไม่ไหว เกือบจะหลุดหลายรอบมากเหมือนกันตอนคุยทางโทรศัพท์ แต่สุดท้ายก็ไม่หลุด จนกระทั่งพอพี่สัวกลับมา เราก็เรียกพี่สัวมานั่งตรงนี้สิ เขาคงคิดว่าเราจะให้ของอะไรมั้ง แต่เราก็หยิบกีตาร์ขึ้นมาแล้วก็เล่นเพลงที่แต่งให้เขาฟัง มันเป็นช่วงเวลาที่แฮปปี้มาก และตื่นเต้นมากนะ เพราะเราอยากร้องให้พี่สัวฟังจริงๆ พอพี่สัวได้ฟังก็ดีใจ แล้วก็เข้ามากอดเรา พี่สัวบอกว่า จริงๆ เขารู้อยู่แล้วนะว่าเราต้องมีเรื่องอะไรสักอย่างแน่ๆ เพราะเราออกอาการทางโทรศัพท์ซะขนาดนั้น แต่ไม่คิดว่าจะเล่นเพลงให้ฟัง

โอ๊ยย ฟินไปอีก ...
โมเมนต์นี้ทำร้ายคนโสดสุดๆ

เสน่ห์ และความประทับใจของแต่ละคน
มัดหมี่ - เราชอบพี่สัวตรงที่เขาเป็นผู้ชายค่อนข้างซื่อ ไม่มีพิษสง ไม่มีอะไรเลยจริงๆ จริงใจกับคนรอบข้างแบบไม่เสแสร้ง ไม่พยายาม พี่สัวเป็นคนที่มีมุมน่ารักๆ เหมือนเด็ก เล่นเกม ติดเกมบ้าง แต่ทว่าเวลาทำงาน หรือประชุมเขาจริงจัง ดูเป็นผู้ใหญ่ที่มีความเป็นผู้นำไปเลย ที่สำคัญพี่สัวเป็นคนที่รักเรา รักครอบครัว และเพื่อนๆ ของเราทุกคน มีอะไรก็ช่วยเหลือดูแลเพื่อนๆ เราหมด ไม่ได้เทคแคร์เฉพาะเราคนเดียว นั่นก็เลยทำให้คนรอบข้างของเราพลอยรักพี่สัวไปด้วย และข้อดีอีกอย่างที่เราชอบมากๆ เลย คือพี่สัวไม่เจ้าชู้ อดีตพี่สัวอาจจะเจ้าชู้ก็ได้ แต่ตอนนี้เขาพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาไม่ได้เป็นแบบนั้น เอาจริงๆ แค่จีบคน พี่สัวก็จีบไม่เป็นแล้วอ่ะ สำหรับเราคิดว่าเสน่ห์ของพี่สัวอยู่ตรงความซื่อ และความเป็นคนที่จริงมาก...ก นี่แหละ

สัว - ผมชอบเขาตรงที่เขาเป็นคน Alert ตื่นตัวตลอดเวลา ชอบทำโน่นทำนี่ คล้ายๆ เป็นคนไฮเปอร์แอคทีฟหน่อยๆ คือเวลาอยู่ในห้องปุ๊บ ผมก็จะได้ยินเสียงเขาแล้วอ่ะ ก็ดีนะ ผมว่ามันไม่เงียบดี (หัวเราะแบบยิ้มๆ) แล้วเขาเป็นคนที่พยายามจะทำให้คนรอบๆ ตัวเขาดีขึ้น เขาจะปรับตัวเองให้ดีขึ้นตลอดเวลา ทำอะไรให้ดีขึ้นตลอดเวลา เสน่ห์ของเขาสำหรับผมคือ การที่เขาเป็นคนมีพลังบวกในตัวเองเยอะ และเผยแพร่พลังนั้นออกไปให้คนรอบๆ ข้างของเขา

น่ารักขนาดนี้ ไม่รักก็บ้าแล้ว =)

คู่รักสุดหวานเลี่ยน โรแมนติกตลอดเวลา

มัดหมี่ - ไม่ตลอดเวลานะ แต่คู่เราจะเติมความหวานให้กันเรื่อยๆ แบบเสมอต้นเสมอปลายมากกว่า คือไม่ได้มีอะไรมากๆ ต้องเซอร์ไพรส์โน่นนี่นั่นตลอดเวลา หรือพากันไปครูซ 10-20 วัน ดื่มด่ำกับความโรแมนติกอะไรแบบนั้น เพราะต่างคนก็ต่างทำงาน ค่อนข้างยุ่งกันด้วย แต่จะเป็นการกระทำสิ่งเล็กๆ ให้กัน ให้อะไรซึ่งกันและกันเรื่อยๆ ให้รู้ว่ายังมีกันและกันอยู่ ฉะนั้นโมเมนต์หวานๆ มันค่อนข้างมีตลอดอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้หวือหวาอะไร สิ่งเล็กๆ เหล่านี้คือ ความหวานที่มาเติมชีวิตให้มีสีสัน และแฮปปี้กับชีวิตคู่มากขึ้น อย่างน้อยๆ ก็เป็นกำลังใจให้กัน เดินไปด้วยกัน จับมือกัน หันไปข้างๆ ก็ยังมีเขาอยู่ด้วยเท่านั้นเอง ล่าสุดเรากับพี่สัวได้ไปนิวยอร์ก และก็ญี่ปุ่นด้วยกันมา มันก็ทำให้เราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้ไปใช้ชีวิตกันสองคน และมีโมเมนท์สวีตกันสองคนมากขึ้น จนถึง ณ ตอนนี้ เราก็ยังรู้สึกว่า เราเลือกคนไม่ผิดจริงๆ เพราะพี่สัวเขาน่ารัก และก็สม่ำเสมอกับเรามาตลอด

คุณสามีก็หล่อ คุณภรรยาก็สวย ...

ข้อดีมีเยอะ แต่ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย
สัว - คือเราเป็นคนขี้หงุดหงิดง่าย และใจร้อนทั้งคู่ แต่โชคดีหน่อยที่เวลาผมอารมณ์ร้อน แล้วเขาเย็น หรือเวลาเขาอารมณ์ร้อน ผมก็จะเป็นฝ่ายเย็น มันจะสลับกัน ทว่าถ้าช่วงไหนร้อนกับร้อนทั้งคู่ เราสองคนก็จะไม่คุยกัน พักกันแป๊บนึง แล้วก็ค่อยกลับมาคุยกัน อารมณ์ต่างๆ ที่ค้างคามันก็หายไปเองเลย แค่แป๊บเดียว เราสองคนเป็นคนที่โกรธง่ายหายเร็วทั้งคู่ อย่างเวลาที่เขาหงุดหงิด อยู่ดีๆ ก็ทำหน้ายุ่งเรื่องอะไรไม่รู้ ผมจะอาศัยการหัวเราะ แล้วเขาก็หาย เขาชอบหงุดหงิดเรื่องอะไรง่ายๆ แบบเรื่องไม่เป็นเรื่องไรงี้

โมเมนต์ขอแต่งงาน
มัดหมี่ - จริงๆ นะ ไม่มีโมเมนต์อะไรหวานๆ เลย ไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรทั้งสิ้น เรียกได้ว่ามาแบบดิบๆ เลย แม้แต่ตอนสวมแหวนก็ไม่มีอะไรพิเศษ คือพี่สัวเป็นคนที่ไม่มีเรื่องอย่างนี้เลยจริงๆ ส่วนวันแต่งงาน เราไม่ได้มีอะไรเซอร์ไพรส์ให้กัน แต่มีให้คนมาร่วมงาน คือเราร้องเพลงที่แต่งให้พี่สัว ชื่อเพลงว่า 'มัดใจ' เป็นอีกเพลงหนึ่งที่เราทำร่วมกัน

สัว - คือผมเดินไปขอคุณพ่อเขาตรงๆ เลยครับที่งานตรุษจีน คุณพ่อเขาก็แค่บอกว่า อืมม … (คือตกลง) แล้วก็เดินจากไป 

ร้อนแรงทะลุปรอท !

วิธีงอนง้อเวลาทะเลาะกัน
มัดหมี่ - พี่สัวจะชอบง้อ ชอบเข้ามากอด มาวางคางบนไหล่ แล้วก็พูดอะไรให้เรารู้สึกเย็นลง อย่างล่าสุดเราก็มีเรื่องงอนพี่สัว คือรู้ และก็เข้าใจนะว่า พี่สัวทำงานเยอะเพราะอยากจะสร้างอนาคตที่ดี มั่นคงกับเราจริงๆ ยิ่งตอนนี้เราแต่งงานกันด้วยแล้ว แต่เราก็จะงอนพี่สัวแบบเอาอีกแล้ว ออกไปประชุมอีกแล้ว ไม่กลับมาอยู่ด้วยกันบ้างเลย คือเราก็อยากให้พี่สัวกลับมาอยู่ด้วยกัน นอนพร้อมกัน พี่สัวก็จะพูดให้เราเข้าใจว่า ปล่อยให้ช่วงนี้มันเหนื่อยไปก่อน พอหลังจากนี้มันจะเริ่มดีขึ้นเอง พี่สัวจะค่อยๆ พูดกับเราด้วยเหตุและผล

สัว - เท่าที่ผมได้คุยกับเพื่อนๆ มา ทุกชีวิตคู่ของการแต่งงาน มันจะมีช่วงเปลี่ยน เพียงแต่จะเปลี่ยนมากหรือเปลี่ยนน้อย เลือกที่จะทุ่มเทกับงานมากขึ้นเพื่ออนาคต หรือเลือกทุ่มเทกับเวลางานน้อยลง ผมว่าช่วงเปลี่ยนนี้เป็นช่วงที่สำคัญนะ ว่าคนรักของเราจะเข้าใจเรามากน้อยแค่ไหน ถ้าเราไม่มีความเข้าใจ ณ ตรงนี้ ไม่มีพื้นที่ให้กันและกันมากพอ ผมว่าเราเดินไปด้วยกันก็คงมีปัญหา มันก็ลำบากต้องมาทะเลาะกันทุกวัน ทางที่ดีที่สุดคือ อยู่ด้วยกันต้องคุยกัน ให้พื้นที่กันและกันทำหน้าที่ของตัวเอง รู้ว่าเราทำหน้าที่นั้นเพื่อใคร เพื่ออะไร แต่ก็ต้องไม่ละเลยที่จะดูแลใส่ใจคนที่รออยู่เช่นกัน

เห็นแบบนี้ อิจฉากันไหมล่ะเธอ ...! ><
'มัดหมี่-พิมพ์ดาว พานิชสมัย'

มีไหมถึงจุดที่ทะเลาะกันแรงๆ จนรับไม่ไหวอยากจะเลิก
มัดหมี่ - ไม่มีเลยนะ เราไม่เคยคิดจะเลิกกับพี่สัวเลยสักครั้ง สักวินาทีเดียว ไม่มีอยู่ในหัวเลยจริงๆ มีแค่งอน และประชดกันไป-มาแค่นั้น เรารู้สึกว่าการทะเลาะกัน จริงๆ แล้วมันทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้นนะ ทำให้ชีวิตมีรสชาติมากขึ้นด้วย เราไม่ชอบสไตล์คู่ที่แบบอยู่เรียบๆ ไม่เคยทะเลาะกันเลย ไม่เคยอะไรกันเลย อันนี้บางทีมันอาจจะไม่ได้เข้าใจกันขนาดนั้น

อุปสรรคที่ยากที่สุดสำหรับการใช้ชีวิตคู่
สัว - ผมคิดว่าเป็นการย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันนะ เพราะเหมือนต่างฝ่ายต่างก็ต้องปรับตัว ให้ความเข้าใจกันและกันมากขึ้น ให้พื้นที่ส่วนตัวกัน และต้องเคารพในพื้นที่นั้นมากพอสมควร ที่สำคัญคือ การเอาใจเขามาใส่ใจเราให้มากขึ้นเวลาจะทำอะไร แบบจะมาเปิดเพลงเสียงดัง กระโดดๆ ทั่วบ้าน แบบนี้มันก็ไม่ได้ เพราะตอนนี้ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว

มัดหมี่ - พูดตรงๆ สำหรับเรา การเปลี่ยนแปลงคือแค่ย้ายมาอยู่กับพี่สัวเท่านั้นเอง แค่เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ เปลี่ยนบรรยากาศใหม่ แต่หลังจากนั้นเรารู้สึกว่า เราไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย ตัวตนเคยเป็นยังไง ไลฟ์สไตล์ที่เราทำทุกวันเป็นยังไง ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น ในทางกลับกัน เรารู้สึกแฮปปี้ที่ได้อยู่กับพี่สัว ใช้ชีวิตคู่ร่วมกับเขาด้วยซ้ำ เขาเหมือนเป็นทั้งเพื่อนคู่คิด และเพื่อนชีวิตเราเลย แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่เราต้องปรับนะ คือเรื่องเรียนทำอาหาร อันนี้เราต้องไปเรียนจริงจังสักที พูดมาหลายสื่อฯ มากเลย ทว่าก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปเรียน อย่างตอนเช้าทุกวันนี้เราก็จะทานอะไรง่ายๆ กัน ซึ่งจริงๆ แล้วมันควรเป็นหน้าที่ของเราในการทำอาหารนะ นี่ก็ยังรู้สึกผิดอยู่เลย ว่าจะลองหาวันว่างๆ ไปเรียนจริงจังดูสักทีล่ะ (ทำสีหน้าจริงจังปนยิ้มเล็กๆ)

ความแตกต่างที่ลงตัว =)

ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกับการใช้ชีวิตคู่
สัว - แน่นอนมันมีความแตกต่างเยอะอยู่แล้ว ด้วยความที่ผมเรียนโรงเรียนนานาชาติมาตั้งแต่เด็กๆ พอมหา'ลัยก็ไปอยู่เมืองนอก ใช้ไลฟ์สไตล์ชีวิตแบบเด็กนอก ส่วนมัดหมี่เป็นคนที่เรียนเมืองไทยมาตลอด ฉะนั้นความคิดบางอย่างก็อาจจะไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่ แต่พอเรามาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจริงๆ มันแทบไม่ต้องปรับจูนอะไรเข้าหากันเลยนะ ทุกอย่างมันคลิกแล้วมันลงตัวหมด คือมันอยู่ได้ และเป็นอะไรที่เข้ากันได้ดีมากด้วย

น่ารักนะเนี้ย ตัวเอง =)

มุมมองการใช้ชีวิตคู่

มัดหมี่ - เราคิดว่าการใช้ชีวิตคู่ สิ่งสำคัญเลยคือ ต้องเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด ให้เรารู้สึกว่านี่แหละคือตัวเรา ไม่ได้รู้สึกฝืนทำ-ฝืนทนในเรื่องต่างๆ แล้วก็หันหน้าเข้าหากันคนละครึ่งทาง คุยกันให้เยอะที่สุด เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ใช่ว่าต่างฝ่ายต่างเอาเรื่องของตัวเองเป็นสำคัญ และสุดท้ายง่ายๆ เลย คือให้อภัยซึ่งกันและกัน เราว่าหัวใจของการใช้ชีวิตคู่ คือความเข้าใจ และไม่มีอีโก้ต่อกันนะ อย่าไปพยายามมีอัตราในตัวเองเยอะ แต่ให้คิดว่าคุณเป็นคนที่ไม่มีอัตรา

เวลาทะเลาะกัน หรือมีอุปสรรคอะไรผ่านเข้ามาในชีวิต ก็ให้ต่างฝ่ายต่างมีสติ และจะต้องเคลียร์กันทุกเรื่อง วันนี้เราทะเลาะแบบนี้ ด้วยเรื่องนี้ เคลียร์กันเป็นเรื่องๆ ไป พูดจาด้วยเหตุผล และขอโทษกัน ไม่หยิบยกเรื่องเก่าขึ้นมาพูดอีก ให้จบแล้วจบเลย คือมันต้องจบนะ เพราะถ้าไม่จบมันก็จะสะสมเป็นดินพองหางหมูไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ทำร้ายความรู้สึกของเราทั้งสองคนเอง

วาเลนไทน์ปีนี้มีเซอร์ไพรส์
มัดหมี่ - แน่นอน ! เรามีอยู่แล้วล่ะ แต่ขออุ๊บส์ไว้ก่อน (ยิ้มกรุ้มกริ่ม) ปีที่แล้วเราให้ดอกไม้พี่สัว และก็ทำคุ้กกี้เป็นรูปหน้าให้ แต่ปีนี้สำคัญหน่อยเพราะเป็นวาเลนไทน์ปีแรกหลังแต่งงานของเรา แล้วมันก็ครบสองปีตั้งแต่เราเจอกันบนเรือด้วย ก็ว่าจะทำอะไรที่พิเศษขึ้นมาอีกหน่อย แต่เราก็มีวางแพลนจะไปหัวหินด้วยกันนะ

สัว - ส่วนผมขอคิดดูก่อนแล้วกันนะ (หัวเราะร่า) แต่ปีที่แล้วผมทำช็อกโกแลตเซอร์ไพรส์เขา เป็นสตรอเบอรี่ช็อกโกแลต จำได้ว่า ตอนนั้นแขนผมเจ็บด้วย เอ็นฉีก ก็เลยใช้แขนได้ข้างเดียวทำช็อกโกแลต ผลสรุปออกมามันเละนะ แต่ว่าก็อร่อยอยู่ พอผมให้เขา เขาก็รู้สึกประทับใจ ทานไปเกือบหมดเลย (แอบอมยิ้มนิดๆ)

ไม่อาจละสายตาจากเธอได้เลย

การแต่งงานมันดียังไง-สำคัญมากน้อยแค่ไหน
มัดหมี่ - เราว่าอันนี้มันแล้วแต่คู่นะ ว่าใครมองยังไง บางคู่เขาอาจจะอยู่ด้วยกัน 10 กว่าปีแบบไม่แต่งงานเลย มันก็มี แต่สำหรับส่วนตัวแล้ว เรารู้สึกว่าการแต่งงานมันเป็นข้อตกลงระหว่างคนสองคนมากกว่าที่คิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปตลอด ข้อดีของการแต่งงานคือ เรามีเพื่อนชีวิต เรามีคู่ชีวิตที่ช่วยคิด ช่วยกันทำทุกๆ อย่าง ปรึกษากันได้ทุกๆ เรื่อง อย่างล่าสุดเรากับพี่สัวก็ได้ทำ สตูดิโอ 54 ด้วยกัน เป็นค่ายเพลง ซึ่งตอนนี้มันค่อนข้างที่จะกำลังพัฒนาไปเรื่อยๆ ยิ่งตอนนี้มีโอกาสได้ไปถึงเกาหลีแล้ว เราก็จะมีซิงเกิ้ลปล่อยออกมาให้ได้ฟังกันเรื่อยๆ

ฉะนั้นชีวิตคู่ถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็เหมือนเราเป็นหุ้นส่วนชีวิตกัน ความฝันของพี่สัวก็คือความฝันของเรา ความฝันของเราก็คือความฝันของพี่สัว แล้วเราก็ค่อยๆ สร้างให้มันสำเร็จไปด้วยกัน อย่างความฝันของเรา เคยบอกพี่สัวเอาไว้ว่า เราอยากมีสตูดิโอเป็นของตัวเอง แต่กลายเป็นว่าตอนนี้เรามีแล้ว ทำแล้ว มีค่ายเพลงเองเลย คือมันไม่ใช่แค่สตูดิโอ และในอนาคตอีกต่อไป ก็อาจจะมีอะไรที่แตกหน่อแแกมา เช่น มีคาเฟ่ สำหรับคนที่อยากเปิดร้านคาเฟ่เล็กๆ หรือให้คนมาเช่าที่ทำโน่นทำนี่ อาจมาเปิดนิทรรศการอะไรก็ได้ นี่คือความฝันของเราง่ายๆ เลย และมันก็จะดีที่สุด ถ้าอาจจะมีการจัดมินิคอนเสิร์ตทุกเดือน เรารู้สึกว่านี่มันคือชีวิตเรา อย่างไรก็ดี ในการทำตรงนี้เราก็ต้องเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มต้นเลยนะ

ทะเล้นนะเรา !

วางแพลนเรื่องทายาท
สัว - ตอนแรกคิดไว้ว่า อีกสักประมาณ 2-3 ปีค่อยมี แต่ตอนนี้เฉยๆ แล้ว ยังไงก็ได้ ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติละกัน รอให้พร้อมก่อน ด้านคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ได้เร่งให้มีหลาน แต่เชื่อว่าท่านก็คงอยากอุ้มหลานไวๆ เหมือนกันล่ะ
มัดหมี่ - ใจจริงเราอยากได้ลูกแฝด ชาย-หญิง นะ มันจะเป็นอะไรที่เพอร์เฟกต์มากเลย แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เอาแบบทีละคนก็ได้ (หัวเราะ)

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    42.6%
  • ไม่ชอบ
    22.2%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    35.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement