ย้อนรอย ‘วีระ สมความคิด’ ติดคุกเขมร ชีวิตพลิกผันผ่านเกมการเมือง!? - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
advertisement

ย้อนรอย ‘วีระ สมความคิด’ ติดคุกเขมร ชีวิตพลิกผันผ่านเกมการเมือง!?

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2559 05:30
24,903 ครั้ง


หากย้อนประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีหลายครั้งหลายคราที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน บางครั้งเสียเลือดเนื้อ บางเวลาเสียน้ำตา แต่ไม่มีครั้งไหน ที่มีเหตุวุ่นวายเทียบเท่าในช่วง 10 ปีให้หลังนี้ เพราะมวลชนออกมาเล่นกีฬาสี!? แบ่งฝักฝ่ายจนวุ่นวาย “อีรุงตุงนัง” มาถึงปัจจุบัน

ในปี พ.ศ.2553 เป็นอีกปีที่อุณหภูมิทางการเมือง “เดือดดาล” ถึงขีดสุด นอกจากที่เราจะทะเลาะกันเองแล้ว เรายังมีปัญหากับเพื่อนบ้านด้วย และจากข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ จึงเป็นที่มาของรายงานชิ้นนี้...

ย้อนรอยพิสูจน์พื้นที่ทับซ้อน ทหารกัมพูชา รวบ 7 คนไทยล้ำเขตแดน 

เรื่องนี้ "อาสาม ไทม์แมชชีน" แห่ง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอย้อนไป วันที่ 29 ธันวาคม 2553 เมื่อคณะบุคคล มีนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับเลขาฯ ส่วนตัว นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม นางนฤมล จิตรวะรัตนา สมาชิก คปต. นายตายแน่ มุ่งมาจน ผู้สื่อข่าวกลุ่มสันติอโศก น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ และ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมอีก 1 แห่ง รวม 10 คน ได้เดินทางเข้าพื้นที่ทับซ้อน บริเวณพิพาทบ้านหนองจาน ต.บ้านโนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว

ระหว่างที่เดินกันอยู่นั้น 3 ใน 10 คนได้ยืนรออยู่บนถนนศรีเพ็ญ ห่างจากกลุ่มนายพนิช ราว 600 เมตร จากนั้นจู่ๆ ก็มีทหารเขมรติดอาวุธสงครามเข้ามาควบคุมตัวทั้ง 7 คนไปฝั่งกัมพูชา....

พนิช ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ก็โดนด้วย


หลังเกิดเรื่องตั้งแต่ประมาณ 10 โมงเช้า ก็ไม่สามารถติดต่อนายพนิชได้กระทั่ง...เวลา 14.30 น. นักข่าวก็สามารถพูดคุยกับนายพนิชได้

“หลังถูกจับก็ถูกยึดโทรศัพท์ ตอนถูกจับนั้นกำลังยืนอยู่ในสวนผลไม้ใกล้ทหารเขมร ที่ตั้งกระจายอยู่ตามตะเข็บชายแดน การลงพื้นที่เพราะได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ และ ร.ต.แซมดิน กับ นายวีระ ว่าทหารเขมรได้รุกล้ำที่นาคนไทยจึงมาตรวจสอบ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีโฉนดที่ดินประทับตาครุฑถูกต้อง ผมในฐานะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจซีบี) จึงลงมาตรวจสอบ”

เมื่อได้พูดคุยเจรจา ก็ได้แสดงตัวว่าเป็น ส.ส. และขอให้คืนทรัพย์สินและเครื่องมือสื่อสาร จนเวลา 14.00 น. จึงได้คืน จากนั้นก็ได้โทรหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายชวนนท์ อินทโกมาลย์สูต เลขานุการ รมว.การต่างประเทศ​ (ในขณะนั้น)

หลังจากรับเรื่อง รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ก็ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากนั้นก็ได้มีการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวจึงยิงคำถามสำคัญออกไปว่า “นายกฯ ได้คุยกับสมเด็จฮุนเซน ในเรื่องนี้หรือยัง นายอภิสิทธิ์ ตอบในสมัยเป็นนายกรัฐมนตรีว่า “ตอนนี้ให้ รมว.การต่างประเทศคุยไปก่อน แต่หากสามารถติดต่อได้ก็ไม่มีปัญหา เพราะตอนนี้มีการประสานงานกันหลายระดับ”

อย่างไรก็ดี สุดท้ายคนไทยทั้ง 7 ก็ถูกแจ้งข้อหาเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย และ บุกรุกสถานที่ราชการ ได้ไปนอนเคาต์ดาวน์ข้ามปี พ.ศ.2553 - 2554 ที่เรือนจำเปรย์ซอร์... นายพนิช กลายเป็นผู้ทรงเกียรติที่ติดคุกเขมร!

7 คนไทยในชุดนักโทษกัมพูชา
ประสานช่วยเหลือวุ่น แต่ไร้ผล 7 คนไทยนอนคุกเขมร

ต่อมา นายกษิต ภิรมย์ เจ้ากระทรวงบัวแก้ว (ขณะนั้น) ได้เดินทางไปกัมพูชา และได้พูดคุยกับนายฮอร์ นัมฮง รมว.การต่างประเทศ พร้อมกลับบ้านมือเปล่า เพราะทางการเขมร ได้เปิดคลิปวิดีโอหลักฐานที่กลุ่มคนไทยรุกล้ำพื้นที่ประมาณ 1 กม.

“ประเด็นการรุกล้ำพื้นที่หรือไม่นั้น ได้มีเจ้าหน้าที่กรมสนธิสัญญาและแผนที่ทหารเข้าไปสำรวจพิกัดใกล้กับจุดเกิดเหตุ พบว่ามีการรุกล้ำเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ โดยรุกเข้าไปในหมู่บ้าน ส่วนคลิปวิดีโอก็มีภาพตอนที่พบกับทหารของเขา” นายกษิต ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า ทั้ง 7 คนไทยยอมรับหรือไม่ว่ารุกล้ำพื้นที่เขา นายกษิต ตอบว่า “ยอมรับแล้ว ได้นำแผนที่พิกัด และคลิปวิดีโอมาให้ดูด้วย”

หลังจากนั้นไม่นาน คลิปการพูดคุยระหว่างการเดินทางที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ก็ว่อนอินเทอร์เน็ต ขณะที่ 7 คนไทยถูกไต่สวนรายคน และต้องรอลุ้นประกัน ส่วนรัฐบาลก็มีหน้าที่วิ่งเต้นให้การช่วยเหลือด้วยการยื่นขอประกันตัว

“ขณะนี้เราทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือ ทั้งทางการทูต การเจรจาในระดับรัฐบาล รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการเตรียมแผนรองรับ เบื้องต้นเราดูแล 7 คนไทยให้ดีที่สุด ส่วนปัญหาอื่นๆ จะว่ากันภายหลัง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว ในวันที่ 9 ม.ค.54

ถูกควบคุมตัวขึ้นศาล
"ฮุน เซน" แข็งกร้าว "เพื่อนแม้ว" ก็ช่วยไม่ได้

ในขณะที่ฝั่ง สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ส่งสัญญาณ “ชัดเจน” ในวันต่อมา ว่า “เพื่อนแม้ว” หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ช่วยไม่ได้

“ผมไม่อยากพูดให้กระทบต่อกระบวนการพิจารณาของศาล เพราะเป็นดุลพินิจของศาลเท่านั้น ผู้กระทำผิดสามารถร้องต่อศาลสูงได้ อย่ามาออกแถลงการณ์เยอะแยะ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับกฎหมายของกัมพูชา หวังว่าทุกฝ่ายที่สนใจในคดีนี้ต้องเข้าใจ....มีข่าวลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ขอให้กัมพูชา ปล่อย 7 คนไทย ขอบอกว่าไม่ได้หรอก มาจากฝ่ายไหนก็ไม่ได้”

ต่อมา นายชวนนท์ ได้ออกมาแถลงข่าวยอมรับว่า ทางการกัมพูชา ได้สั่งเพิ่มข้อหา “จารกรรมข้อมูล” ส่งผลให้ 2 ผู้ต้องหา คือ นายวีระ และ น.ส.ราตรี อาจจะโดนโทษหนักขึ้น จำคุก 5-10 ปี

ซึ่งระหว่างควบคุมตัวผ่านกลุ่มสื่อมวลชน นายวีระ ก็ตะโกนขึ้นมาว่า...”เขายัดข้อหาผม ไม่มีหลักฐานอะไรเลย”

วีระ ตะโกนบอกผู้สื่อข่าว ระหว่างถูกควบคุมตัว
5 คนไทย ได้ประกัน "วีระ-ราตรี" โดนหนักข้อหา จารกรรม

13 ม.ค.54 นายพนิช และ นางนฤมล ได้รับการประกันตัว โดยวางหลักทรัพย์ 1 ล้านเรียล หรือ 1 หมื่นบาท ซึ่งสถานทูตสำรองเงินให้ก่อน ซึ่งนายชวนนท์ ในฐานะ เลขาฯ รมว.การต่างประเทศ (ขณะนั้น) ให้สัมภาษณ์ว่า การพิจารณาอยู่ที่ดุลพินิจของศาลกัมพูชา ส่วน 5 คนที่เหลือนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการขอประกันตัว ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศจะให้การช่วยเหลือต่อไป

18 มกราคม ศาลอุทธรณ์ กรุงพนมเปญ ได้นัดคำร้องยื่นขอประกัน 5 คนไทย อันได้แก่ ร.ต.แซมดิน, นายตายแน่ มุ่งมาจน, นายกิซพลธรณ์ ผู้ช่วยนายพนิช น.ส.ราตรี และ นายวีระ ซึ่งศาลไต่สวนเสร็จได้อนุญาตให้ประกันตัว 4 คน ยกเว้น นายวีระ

ทั้งนี้ นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ระบุว่า สาเหตุที่ศาลให้ประกันตัว น.ส.ราตรี เพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิง ขณะที่นายวีระ โดนข้อหาหนัก เป็นภัยต่อความมั่นคงกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 21 มกราคม ศาลกัมพูชา ได้นัดฟังคำตัดสิน โดยสั่งปรับ 1 ล้านเรียล จำคุก 9 เดือน 5 คนไทย ในข้อหาล้ำแดน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา ทำให้ทั้ง 5 คน ได้รับอิสรภาพ ยกเว้น นายวีระ และ น.ส.ราตรี ที่ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลทบทวน จึงต้องนอนคุกต่อ

วันที่ 1 ก.พ.ศาลกัมพูชาอ่านคำพิพากษา ตัดสินจำคุก นายวีระ สมความคิด เป็นเวลา 8 ปี ปรับ 1.8 ล้านเรียล และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ จำคุก 6 ปี ปรับเงิน 1.2 ล้านเรียล โดยไม่รอลงอาญา ในข้อหาลักลอบเข้าเมือง และ จารกรรม

หลังจากศาลตัดสินแล้ว ฝ่ายไทยเองก็ทำอะไรไม่ได้มาก ขณะที่ มารดา ของนายวีระ ได้พยายามขอพระราชทานอภัยโทษ แต่ทางกัมพูชา ยืนยันว่าจะต้องรับโทษ 2 ใน 3 ก่อน

"กลับบ้าน" น.ส. ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ยิ้มแย้มด้วยความดีใจ ระหว่างร่วมในพิธีที่รัฐบาลกัมพูชาประกาศพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวนักโทษ
รัฐบาลเปลี่ยน ความสัมพันธ์เปลี่ยน "ยิ่งลักษณ์ ช่วย "ราตรี" พ้นคุก

ต่อมา สมเด็จพระเจ้านโรดม สีหนุ เสด็จสวรรคตด้วยอาการพระหทัยวาย ในวันที่ 5 ต.ค.55 และระหว่างจัดพิธีพระศพ ทางกัมพูชา ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษแก่นักโทษหลายร้อยคน รวมทั้ง น.ส.ราตรี ด้วย ขณะที่นายวีระ ได้รับการลดหย่อนโทษ 6 เดือน

ทั้งนี้ น.ส.ราตรี ได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 1 ก.พ.56 เมื่อ น.ส.ราตรี ย่างก้าวถึงบ้านเกิด เมื่อมีผู้คนมารับเธอก็น้ำตาคลอเบ้า กล่าวขอบคุณ แต่ก็ยังไม่รู้สึกดีใจ เพราะยังห่วงวีระ ที่ยังถูกคุมขังอยู่....

จากนั้น น.ส.ราตรี ได้เข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ที่ช่วยเหลือ

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องถูกหลอก แต่เราเป็นเหยื่อทางการเมืองของฝ่ายกัมพูชา เรามีหลักฐานยืนยันว่า พื้นที่ที่เราเข้าไป เป็นพื้นที่ของฝ่ายไทยไม่ใช่กัมพูชา แต่รัฐบาลขณะนั้นต่างหาก ไม่ยืนยันในข้อมูลหลักฐานเรา จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็ยังยืนยันว่าเราเข้าไปในเขตประเทศไทย ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน” น.ส.ราตรี กล่าว ในวันที่ 11 ก.พ.56 หลังจากต้องทนทุกข์ในเรือนจำนานกว่า 2 ปี

"บิ๊กตู่" ช่วย "วีระ" สำเร็จ แลกเปลี่ยน 14 ชาวเขมรเข้าเมืองผิดกฎหมาย

กระทั่งปี 2557 เมื่อ คสช. เข้ามามีอำนาจ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ส่ง นายสีหศักดิ์​ พวงเกตุแก้ว เข้า พบ นายฮอร์ นัมฮง รมว.การต่างประเทศกัมพูชา หลังจากได้เดินทางเยือนอินเดีย โดย 2 รัฐมนตรีต่างประเทศได้พูดคุยเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจแบบทวิภาคี โดยจะเน้นการค้าขายชายแดน นอกจากนี้ ยังได้หยิบยกเรื่องนายวีระ มาพูดคุย โดยไทยย้ำว่าจะไม่แทรกแซงกิจกระบวนการยุติธรรมกัมพูชา แต่นายวีระ ได้รับโทษมาพอสมควรแล้ว ซึ่งทางกัมพูชา ได้ขอให้ไทยดูแล 14 ชาวเขมรที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยสมเด็จฮุนเซน ระบุว่าเป็นการถูกหลอก ไม่ได้ตั้งใจ

ซึ่งวันเดียวกัน ก็มีการเผยแพร่ข่าวว่า กษัตริย์นโรดม สีหมุนี ของกัมพูชา ได้พระราชทานอภัยโทษให้แก่ นายวีระ หลังจาก รมว.การต่างประเทศ ร้องขอในนามของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งนายวีระ ถูกปล่อยตัวในวันที่ 2 ก.ค.57 ขณะที่ คสช.เองก็ตอบสนอง จัดให้ด้วยการปล่อย 14 คนเขมรกลับมาตุภูมิ....

อาสาม ไทม์แมชชีน ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

-------------

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    42.4%
  • ไม่ชอบ
    36.5%
  • สนุก
    8.3%
  • ประหลาดใจ
    5.6%
  • เสียใจ
    2.7%
  • ให้กำลังใจ
    4.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement