บริการข่าวไทยรัฐ

ชาวสวนกุหลาบ 'ภูเรือ' เผย ราน้ำค้างลง สูญเสียรายได้ 30%

ชาวสวนกุหลาบ 'ภูเรือ' จ.เลย ชี้ สภาพอากาศหนาวจัดส่งผลให้ราน้ำค้างลงดอกกุหลาบ ซ้ำพออากาศร้อนจัดทำดอกกุหลาบเฉาตาย เผย ไม่พอส่งขายวันวาเลนไทน์ สูญเสียรายได้กว่า 30 เปอร์เซ็นต์

วันที่ 10 ก.พ. 59 ชาวสวนปลูกกุหลาบ ที่สวนดอกไม้แม่เจี๊ยบ บ้านแก่งไฮ ตำบลโคกงาม อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย แหล่งปลูกขายต้นกุหลาบที่ใหญ่ที่สุดใน อำเภอด่านซ้าย และ อำเภอภูเรือ สภาพอากาศที่หนาวจัดจนราน้ำค้างลง และอากาศร้อนจัด ทำให้ต้นกุหลาบที่เริ่มออกดอกแห้งเหี่ยวเฉาตาย ลูกค้าสั่งจองมาเยอะแต่ไม่มีกุหลาบส่งให้ลูกค้าขายในวันวาเลนไทน์ รายได้ปีนี้หดหายไปกว่า 30 เปอร์เซ็นต์

นายบุญมี ประสมทรัพย์ อายุ 50 ปี เจ้าของสวนกุหลาบแม่เจี๊ยบ เปิดเผยว่า ที่ อำเภอภูเรือ เป็นแหล่งปลูกต้นกุหลาบมากเป็นที่สองรองจากจังหวัดเชียงใหม่ ทุกปีก่อนวันวาเลนไทน์ จะมีลูกค้ามาสั่งกุหลาบเป็นจำนวนมากจนไม่พอขาย ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากภาคกลาง ภาคใต้ เชียงใหม่ก็มี โดยเฉพาะตลาดใหญ่อยู่ที่ประเทศมาเลเซีย และลาว จะมาสั่งกันเยอะก่อนวันวาเลนไทน์ 1-2 อาทิตย์ ขายในราคาต้นละ 10-35 บาท กุหลาบที่ขายดีที่สุดคือ กุหลาบสีแดง สีขาว สีชมพู เฉพาะก่อนวันวาเลนไทน์ ส่วนกุหลาบในอำเภอภูเรือ รวมแล้วขายได้กว่า 10 ล้านบาท

"มาปีนี้เจอสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อน ต้นกุหลาบไม่เจริญเติบโต ซ้ำยังมีราน้ำค้างลงอีก ทำให้กุหลาบปีนี้ไม่สวยจนลูกค้าหนีไปซื้อที่อื่นหมด รายได้หายไปเยอะ และลูกค้าขายส่งที่มารับกุหลาบที่นี่ไปขายต่ออีกทอด บอกว่าซื้อต้นกุหลาบไปแต่ไม่มีน้ำรดเพราะปีนี้แล้ง งดซื้อไปหลายราย เมื่อปีที่แล้วขายเฉพาะช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์อยู่ที่ 5-6 แสนบาท มาปีนี้สภาพอากาศเปลี่ยน ราน้ำค้างลงเหลืออยู่กว่า 2 แสนบาท ไหนจะค่าแรงงาน ค่าถุง ค่าปุ๋ย ค่าแกลบ และค่าดินก็ต้องทำใจ ตอนนี้ทุกสวนในอำเภอภูเรือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องกันไม่มีกุหลาบขายแล้ว จะมีก็ไม่ถึงร้อยต้น" นายบุญมี กล่าว