เจอแล้ว 3 ขวบ หายนาน 6 วัน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

เจอแล้ว 3 ขวบ หายนาน 6 วัน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.พ. 2559 08:18
10,595 ครั้ง


‘น้องดีเจ’ หลงเข้าป่า ญาติมิย่อท้อออกหา หมาคู่ใจร่วมช่วยค้น

ปาฏิหาริย์มีจริง เจอตัวแล้ว “น้องดีเจ” เด็กชาย วัย 3 ขวบเศษ ที่หายตัวไปจากบ้านใน จ.ภูเก็ต เมื่อ 6 วันก่อน แม่ร้องผ่านโลกโซเชียลฯวอนช่วยตามหาลูก ตำรวจประสานมูลนิธิกระจกเงาและหน่วยกู้ภัยระดมกำลังปูพรมค้นหาบนป่าภูเขาหลังบ้าน ตอนแรกถอดใจจะถอนกำลังแล้ว แต่ผู้เป็นตายังไม่สิ้นหวัง เดินลุยขึ้นยอดเขาสูงพร้อม “เจ้าโจ้” หมาแสนรู้เพื่อนเล่นหลานชาย จนไปพบเจ้าของสวนผลไม้ที่เจอตัวเด็กน้อยเมื่อ 3 วันก่อน แต่คิดว่าเป็นลูกคนงานพม่าทำงานแถวนั้นเลยไม่สนใจ พาไปชี้จุดลุยค้นอีกรอบ คราวนี้ “เจ้าโจ้” สวมบทฮีโร่เห่าดังลั่นพบตัวน้องดีเจอยู่ในโพรง พุ่มหญ้าริมลำธารข้างสวนผลไม้ สภาพอิดโรยถูกยุงกัดเต็มตัว สร้างความดีใจให้กับทุกคนรีบพาส่งโรงพยาบาลอาการปลอดภัย ยังเป็นปริศนาว่าเด็กตัวน้อยเดินขึ้นป่าเขาสูงเอาชีวิตรอดอยู่เพียงลำพังถึง 6 วัน 6 คืนได้อย่างไร

กรณี น.ส.เสาวลักษณ์ ไชโย อายุ 23 ปี พนักงานห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต แชร์ข้อความขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดียทั้งเฟซบุ๊ก เว็บบอร์ด และหน้าเพจต่างๆ ให้ช่วยตามหา ด.ช.เจษฎากร หรือน้องดีเจ ไชโย ลูกชายวัย 3 ขวบ 9 เดือน ที่หายออกจากบ้านเลขที่ 5/3 หมู่ 3 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา แม้ว่าคนในครอบครัวพร้อมชาวบ้านและตำรวจระดมกำลังออกค้นหาในพื้นที่ตลอด 6 วันที่ผ่านมา แต่ไม่ยังพบวี่แวว สร้างความทุกข์ใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมากเพราะไม่ทราบชะตากรรม “น้องดีเจ” ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

แต่แล้วในที่สุดปาฏิหาริย์ก็มีจริง เมื่อพบตัว “น้องดีเจ” มีชีวิตรอดปลอดภัยอยู่ริมลำธารในสวนผลไม้บนภูเขา หลังหายออกไปจากบ้านถึง 6 วัน 6 คืน โดยเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ก.พ. พ.ต.ท.พิศิษฐ์ ชื่นเพ็ชร รอง ผกก.สส.สภ.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต ได้รับคำสั่งจาก พ.ต.อ.กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก. นำกำลังตำรวจ ประสานกำนันผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ตลอดจนพนักงานสุโขสปาซึ่งอยู่ใกล้บ้านน้องดีเจ ระดมกำลังรวมกว่า 100 คนออกเดินปูพรมค้นหาในพื้นที่บริเวณหลังบ้านซึ่งเป็นป่าละเมาะติดกับสวนผลไม้และภูเขา บ้านตีนเขา ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ต.วิชิต โดยมีนายสุจิตร ไชโย อายุ 53 ปี ตาของน้องดีเจ และ “เจ้าโจ้” สุนัขพันทางเพศผู้ ที่เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่นหลานชายออกร่วมค้นหาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมายในการออกค้นหาพื้นที่โดยรอบเป็นป่าสลับกับสวนผลไม้ สวนยางพารา และภูเขา เป็นเส้นทางเดินเท้าที่ยากลำบาก หลังการค้นหาผ่านไปนานกว่า 2 ชม. เจ้าหน้าที่บางส่วนยกเลิกภารกิจเพราะไม่คิดว่าเด็กชายตัวน้อยจะเดินขึ้นไปบนภูเขาสูงชันได้ มีเพียงนายสุจิตร ตาของน้องดีเจ ที่ยังมุ่งมั่นเดินลุยค้นหาอย่างมีความหวัง ระหว่างทาง นายสุจิตรได้ยกมือไหว้บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางและเจ้าป่าเจ้าเขาเป็นระยะๆ ด้วยความเชื่อมั่นว่าหลานชายจะพลัดหลงอยู่บนภูเขาแห่งนี้

สักพักนายสุจิตร ตาของน้องดีเจตะโกนร้องเรียกทีมค้นหาอยู่บนยอดเขาสูง ทุกคนรีบวิ่งขึ้นไปอีกครั้ง พบเส้นทางทะลุถนน 200 ปีที่ตัดผ่านไปยังยอดเขา นายสุจิตรบอกให้เข้าไปหาภายในสวนผลไม้แห่งหนึ่งห่างจากถนนลึกลงไปประมาณ 200 เมตรซึ่งมีคนพบตัวน้องดีเจ เมื่อทีมค้นหาเข้าไปถึงพบชายคนหนึ่งเป็นเจ้าของสวนผลไม้บอกว่าเห็นเด็กชายคนหนึ่งอยู่ใกล้ลำธาร พร้อมชี้จุดก่อนวิ่งนำลงไป นายสมจิตรพร้อมทีมค้นหารีบวิ่งตามลงไปกระจายกำลังออกปูพรมค้นหาอีกรอบ รวมทั้ง “เจ้าโจ้” สุนัขเพื่อนเล่นของน้องดีเจก็วิ่งตามหาด้วยความกระตือรือร้น

ผ่านไปประมาณ 30 นาที ได้ยินเสียง “เจ้าโจ้” เห่าดังลั่น ทุกคนรีบวิ่งตามเสียงไปในที่สุดก็พบตัวน้องดีเจอยู่ในโพรงพุ่มหญ้าใกล้ลำธาร สภาพอิดโรย มีบาดแผลจากยุงและแมลงกัดต่อยเต็มลำตัว แขนและขาทั้ง 2 ข้าง สร้างความดีใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนายสุจิตร ผู้เป็นตารีบโผเข้ากอดหลานชายขึ้นมาอุ้ม โดยมีหน่วยกู้ภัยเร่งช่วยเหลือนำขึ้นจากหุบเขาอย่างทุลักทุเล ขณะที่ น.ส.เสาวลักษณ์เข้ามากอดลูกชายด้วยความดีใจ โดยน้องดีเจมองหน้าผู้เป็นแม่ด้วยแววตาที่ดีใจมาก แต่ยังพูดจาหรือแสดงท่าทางอะไรไม่ได้มากนักเพราะสภาพร่างกายยังอ่อนเพลียขาดอาหารและน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมนำตัวขึ้นรถ จยย.พาออกจากสวนไปยังจุดจอดรถพยาบาลด้านบน และนำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่ รพ.วชิระภูเก็ต

สอบถามชายเจ้าของสวนเล่าว่า เห็นน้องดีเจอยู่ในสวนผลไม้มา 3 วันแล้ว คิดว่าเป็นลูกของคนงานชาวพม่าจึงบอกให้ขึ้นไปข้างบนเพราะตนเลี้ยงสุนัขไว้ เกรงจะได้รับอันตราย และไม่ได้แจ้งให้ใครทราบเพราะไม่รู้ว่าเป็นลูกใคร จากนั้นก็ไปทำงานในสวนตามปกติ แต่ได้ยินเสียงเด็กร้องอยู่บ่อยๆ ก็ไม่ได้สนใจ จนกระทั่งพบตาของเด็กซึ่งเป็นอดีตคนงานในสวนของตนมาถามหา จึงบอกว่าเห็นเด็กอยู่ทางนั้นและรีบพาลงไปหา ถ้าทราบตั้งแต่ตอนแรกว่าเป็นหลานของนายสุจิตรก็จะพาไปส่งแล้ว

สำหรับอาการของ “น้องดีเจ” ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง นพ.จิรเดช ปัญญาสุทธิกิจ แพทย์ รพ.วชิระภูเก็ต เจ้าของไข้เผยว่า หลังน้องดีเจถูกส่งมาถึงโรงพยาบาล นำตัวเข้าไปตรวจร่างกายพบว่าอาการอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ร่างกายยังอ่อนเพลีย ต้องให้น้ำเกลือ วิตามินซี และอาหารเสริม ส่วนบาดแผลที่ถูกยุงและแมลงกัดตามแขนขาและลำตัว แพทย์ทำแผลให้แล้ว ตอนนี้ต้องพักผ่อนมากๆ ให้นอนพักรักษาตัวและรอดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาล 5-7 วัน

ส่วนบรรยากาศที่บ้านของน้องดีเจ มีเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวพากันมาร่วมแสดงความยินดีจำนวนมาก พร้อมสอบถามเรื่องราวทั้งหมดจากนายสุจิตร ตาของน้องดีเจถึงวินาทีที่เข้าไปพบหลานชาย นายสุจิตรเล่าว่า “เจ้าโจ้” สุนัขเพื่อนรักของน้องดีเจเป็นคนนำทางเข้าไปเจอ ทำให้ทุกคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พร้อมเข้าไปขอบคุณเจ้าสุนัขแสนรู้ที่นำน้องดีเจกลับมาสู่อ้อมอกของครอบครัวอีกครั้ง ขณะที่นางนวลจันทร์ มีโรง ยายของน้องดีเจกล่าวว่า รู้สึกดีใจมาก ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะตำรวจมูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต พนักงานสุโขสปา และชาวภูเก็ตทุกคนที่ส่งกำลังใจและช่วยตามหาน้องดีเจจนพบตัวกลับมา ไม่รู้จะตอบแทนน้ำใจอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จุดที่พบตัวน้องดีเจอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 5 กม. เส้นทางเดินเป็นป่ารกบนเขาสูง จึงไม่ทราบว่าน้องดีเจเดินเข้าไปได้อย่างไร รวมทั้งการเอาชีวิตรอดของเด็กน้อยวัย 3 ขวบเศษ ที่ต้องอยู่เพียงลำพังคนเดียวในป่าเขาและสวนผลไม้ตลอดระยะเวลา 6 วัน 6 คืนที่หายออกไปจากบ้าน จะต้องรอให้น้องดีเจ อาการดีขึ้นก่อนจะได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ขณะที่ตำรวจ สภ.วิชิต จะเชิญเจ้าของสวนผลไม้ที่พบตัวน้องดีเจไปสอบปากคำหาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง

ต่อมาช่วงค่ำวันเดียวกัน พ.ต.อ.กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก.สภ.วิชิต เรียกประชุมสรุปผลการสืบสวนสอบสวนคดีการหายตัวไปของน้องดีเจ พร้อมวางแนวทางและความเป็นไปของรูปคดีที่เกิดขึ้น โดยก่อนที่จะพบน้องดีเจ การสืบสวนตั้งประเด็นหลักๆไว้ 4 เรื่อง คือ 1.เดินพลัดหลงหายไป 2.เกิดอุบัติเหตุ 3.คนใกล้ชิดนำพาตัวไป และ 4.ถูกแก๊งลักพาตัวไป และเมื่อพบน้องดีเจแล้ว การสอบสวนจะตัดประเด็นอุบัติเหตุและถูกแก๊งลักพาตัวไปออก คงเหลือประเด็นเด็กเดินพลัดหลงไปในป่าเองและคนใกล้ชิดเป็นผู้พาตัวไป จะมีการขยายผลการสอบสวนปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดเพื่อสรุปรายงานให้ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต ทราบ

ด้าน นพ.เจษฎา จงไพบูลย์พัฒนะ ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต กล่าวว่า น้องดีเจมีบาดแผลตามร่างกายหลายจุด โดยเฉพาะขาทั้ง 2 ข้างมีสภาพคล้ายเน่าเปื่อยเหมือนแช่น้ำเป็นเวลานาน ตลอดจนตามผิวหนังร่างกายมีร่องรอยถูกยุงและแมลงกัดต่อยจำนวนมาก ประกอบกับมีอาการขาดน้ำและอาหาร ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด แพทย์จึงนำตัวเด็กเข้าห้องอภิบาลการหายใจหรือห้องอาร์ซียู เพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด จะต้องเฝ้าสังเกตอาการตลอด 24 ชม.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    1.9%
  • ไม่ชอบ
    1.1%
  • สนุก
    3.4%
  • ประหลาดใจ
    13.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    80.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement