ถ้าโหวตคว่ำร่างรธน. ‘วิษณุ’แบะท่า แพ้ล้านเสียง ก็มีทางเลือก แก้ไข-ใช้เลย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ถ้าโหวตคว่ำร่างรธน. ‘วิษณุ’แบะท่า แพ้ล้านเสียง ก็มีทางเลือก แก้ไข-ใช้เลย

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 ก.พ. 2559 07:49
4,446 ครั้ง


“วิษณุ” รับลูก “มีชัย” ขู่สื่อโซเชียลบิดเบือนยังไม่มีทางออกหากประชามติถูกคว่ำ แบะท่าถึงแพ้โหวต 1 ล้านเสียง ยังสะท้อนว่าร่าง รธน.ฉบับ กรธ.มีดี เป็นอีกทางเลือกหยิบมาปรับแก้แล้วประกาศใช้เลย เปิดช่องร่นเวลาทำกฎหมายลูกได้ “ดอน” ไล่ “ทักษิณ” ไปดู รธน.ใหม่ให้เข้าใจ สปท.ประสานเสียงต้องมีระบบถ่วงดุลอำนาจศาล รธน. “เสธ.อู้” ห่วงลากยาวเลือกตั้งไปถึง เม.ย.61 “มีชัย” ตอกกลับนิ่มอย่ามาเดาสุ่ม ย้ำเคารพคำพูดนายกฯโรดแม็ปคงเดิม โฆษก กรธ.ลุยแจงสถานทูต 63 แห่งอ้างไม่มีใครติดใจ ทูตสหรัฐฯยังตามทวงสัญญาโรดแม็ปนายกฯ พท.ดาหน้าโต้ ปชป.ไล่ไปหามุกใหม่เอะอะร้องยุบพรรค “ปึ้ง” เย้ย คสช.หมดเวลาดึงเกม อดีตปธ.วุฒิฯห่วงลมหนาวแรงพัดตาชั่งเอียง ปชป.เตือนให้ระวังแนวร่วมมุมกลับ รอดูธงจาก “หัวหน้ามาร์ค” เอาไงเอากัน กกต.ขออำนาจเด็ดขาดจัดเลือกตั้ง

หลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนัก หลายฝ่ายลงความเห็นว่าอาจถูกคว่ำในชั้นทำประชามตินั้น ล่าสุด นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แสดงท่าทีว่า แม้ร่างรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำ ก็อาจหยิบยกร่างฯฉบับ กรธ. มาปรับแก้แล้วประกาศใช้ได้

“วิษณุ” ขอแก้ส่วนที่ตีกรอบรัฐบาล

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าการรวบรวมความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของ ครม.ว่า ยังมีเวลาถึงวันที่ 10 ก.พ. ความเห็นของ ครม.จะเสนอเป็นรายมาตรา มีบางประเด็นที่เสนอให้ปรับแก้ บางอย่างก็ไม่ใช่ที่วิพากษ์วิจารณ์กัน เป็นความเห็นทางเทคนิค หรือคำที่อาจมีปัญหายากที่รัฐบาลจะเข้าใจและบริหารได้ จะทักท้วงถามไปว่า กรธ.ตั้งใจให้ยากหรือไม่ ถ้าเป็นความตั้งใจทำให้ยากขึ้นเพื่อความสุจริตก็อาจใช้ได้ แต่บางทีถ้าสุจริตแล้วบริหารยากจนทำให้ไม่กล้าทำอะไร ก็อาจเกียร์ว่างได้ ส่วนกลไกการตรวจสอบจะไม่ใช่ปล่อยให้ทำผิดแล้วจับผิด เพราะยากต่อการเยียวยาแก้ไข ดังนั้น กลไกต้องเตือนไว้ก่อนดูดีกว่า

รับลูก “มีชัย” ขู่สื่อโซเชียลบิดเบือน

เมื่อถามถึงกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นห่วงการบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญในโซเชียลมีเดีย นายวิษณุตอบว่า ต้องถามนายมีชัยว่าจะให้รัฐบาลทำอะไรบ้าง แต่เรื่องการโพสต์อะไรที่ไม่ถูกต้องบิดเบือน มีกฎหมายอยู่แล้ว อย่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดทางคอมพิวเตอร์ ประเทศไทยจะอยู่โดยไม่มีกฎหมายเหล่านี้คงไม่ได้ อย่าว่าแต่บิดเบือนเรื่องนี้เลย เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์ว่าห้ามรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ แต่การให้นักศึกษาวิชาทหารไปทำความเข้าใจหน้าหน่วยเลือกตั้ง จะทำให้การทำประชามติไม่สะท้อนความเป็นจริงได้ นายวิษณุตอบว่า แน่ใจหรือว่าเขาจะทำอย่างนั้น ผบ.ทบ.ปฏิเสธแล้วว่าไม่ได้ไปไกลอย่างที่พูดกัน เป็นไปได้อย่างไรที่จะโหวตร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีกระบวนการสร้างความเข้าใจ

นัดถกงบฯ-หลักเกณฑ์ทำประชามติ

ต่อมาเวลา 14.15 น. นายวิษณุแถลงว่า ที่ประชุม ครม.สอบถามถึงงบประมาณในการจัดทำประชามติ ซึ่งสำนักงบประมาณเป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากวันที่ 18 ก.พ. รัฐบาลจะเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติมประจำปี 59 ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งการทำประชามติจะใช้งบประมาณ 3 พันล้านบาท โดยจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 10 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล รวมถึงความชัดเจนการนับคะแนนเสียงประชามติ ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ด้วยวิธีการใด ไม่ว่าจะเป็นส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกา หรือศาลรัฐธรรมนูญตีความ หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดความชัดเจน ถ้าต้องแก้ก็ใช้เวลา 1 เดือน และหารืองบฯที่จะใช้ในการพิมพ์เอกสารแจกประชาชน จากนั้นจึงจะกำหนดวันลงประชามติได้ โดยกำหนดวันได้เพียงคร่าวๆ เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวบัญญัติว่าจะกำหนดวันได้ต่อเมื่อแจกจ่ายร่างจนครบ 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว และต้องเป็นวันหยุดราชการ

ยังไม่คุยทางออกประชามติถูกคว่ำ

เมื่อถามว่า การประชุมวันที่ 10 ก.พ. จะหารือกรณีหากประชามติไม่ผ่านด้วยหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า คงไม่ ก่อนหน้านี้รัฐบาลเคยหารือเรื่องนี้บ้างแล้วอย่างไม่เป็นทางการ แต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ เพราะมีหลายทางเลือก จะบอกว่าไม่คุยก็เป็นการโกหก ส่วนการเลือกตั้ง นายกฯยืนยันแล้วว่าปี 2560 ต้องมีเลือกตั้งจนได้ เมื่อถามย้ำว่า เป็นไปได้ที่จะแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวมากกว่า 1 ครั้ง ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เป็นไปได้ ทั้งแก้ครั้งเดียวเลยและแก้คนละครั้ง เพราะการแก้เพื่อทำประชามติเป็นเรื่องด่วนมาก แต่การแก้ว่าจะทำอย่างไรถ้าประชามติไม่ผ่าน ยังไม่ถึงเวลา แต่การจะแก้เร็วแก้ช้ามีข้อดีข้อเสียอยู่ หากแก้เร็วก็กลายเป็นการบอกให้รู้ว่าถ้าไม่ผ่านจะเป็นอย่างไร แล้วจะเกิดการเดิมพันและเกิดการเทียบเคียงกันขึ้น เราไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้เป็นตัวแปร แต่ถ้าคิดว่าทำม้วนเดียวจบ ไม่ต้องเสียเวลาสภา มันมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน

อ้างแพ้โหวตน้อยสะท้อน รธน.ยังมีดี

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอที่จะให้เอารัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้มาใช้ หากประชามติไม่ผ่าน ต้องดูผลประชามติด้วย หากคะแนนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญสูงกว่ารับร่างไม่มาก แสดงว่ามีคนเห็นส่วนดีของมัน และจะเป็นตัวชี้วัดอยู่เหมือนกัน โดยหลังรู้ผลประชามติ ต้องใช้เวลา 1 เดือนว่าจะเอาอย่างไร คราวนี้เอาอย่างไรก็อย่างนั้น ถ้าหยิบรัฐธรรมนูญฉบับไหนมาแก้ก็ไม่ต้องทำประชามติอีก ประกาศใช้เลย เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่รู้จักจบ ตอนนี้มองว่าไม่เยิ่นเย้อแล้ว เพราะทุกอย่างโดนบีบเข้ามาตามกระบวนการ เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าอาจหยิบยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยมาปรับแก้แล้วประกาศใช้ นายวิษณุตอบว่า อาจเป็นอย่างนั้นก็ได้ถ้าจะเอาให้เร็ว ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะต่อให้ต่างกัน 1 ล้านคะแนน ก็ถือว่าต่างกันไม่มาก และสุดท้ายคนที่ตัดสินใจคือหัวหน้า คสช.

ชี้ช่องร่นเวลาทำกฎหมายลูกได้

รองนายกฯกล่าวว่า จุดเดียวที่จะทำให้โรดแม็ป เร็วขึ้นคือ การร่นเวลาทำกฎหมายลูก อาจจะ 3 ฉบับก็พอ คิดไว้แต่ยังไม่ได้เขียน อยู่ที่ว่าจะเอาอะไรมารวมกัน อย่างกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. กฎหมายที่มา ส.ว. กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมี 4 ฉบับ อีก 6 ฉบับ ประกาศเลือกตั้งแล้วก็ทำได้ กว่าจะหาเสียง กว่าจะอะไรกันอีกหลายเดือน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ยังอยู่ เลือกแล้วกว่าจะมีรัฐบาลอีกเป็นเดือน ตอนนี้คิดเองว่ามี 4 ฉบับ แต่หากเอากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และกฎหมายที่มา ส.ว.ไปรวมเป็นฉบับเดียว จะเหลือแค่ 3 ฉบับ แต่หากเอากฎหมาย กกต.ไปรวมกับกฎหมายพรรคการเมือง จะเหลือแค่ 2 ฉบับ แต่ถ้าเอาทั้งหมดยำรวมกันเป็นฉบับเดียวจะเหลือ 1 ฉบับ อันนี้เป็นเทคนิค เมื่อถามว่าตรงนี้เป็นความเห็นที่จะส่งให้ กรธ. นายวิษณุตอบว่า เป็นความคิดที่กำลังจะเขียน

“บิ๊กป้อม” ป้อง รด.แค่รณรงค์ไม่ได้ชี้นำ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังประชุม ครม. ว่า ไม่มีการพูดถึงร่างรัฐธรรมนูญใน ครม. ส่วน ข้อคิดเห็นของแต่ละกระทรวงยังไม่อยากพูด เพราะยังไม่เป็นที่สิ้นสุด เมื่อถามว่า มีการโจมตีเรื่องส่ง รด.ไปช่วยรณรงค์ประชามติ พล.อ.ประวิตรตอบว่า อย่าไปโจมตี รด. เขาเป็นนักศึกษา การออกมาช่วยรณรงค์ไม่ใช่การชี้ประเด็น อย่างที่ ผบ.ทบ.ระบุว่า ไม่ใช่การไปพูดเรื่องการเมือง แต่เน้นไปที่ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความเหลื่อมล้ำต่างๆ ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่มา ส.ส. ส.ว. ฉะนั้นไม่ต้องห่วง เมื่อถามว่า วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. อารมณ์ดีหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า นายกฯไม่ได้เป็นคนขี้โมโห อยู่กับตนมาตั้งแต่ปี 2516 อยู่ด้วยกันมาหลายปีไม่เคยทะเลาะกัน ถ้าขี้โมโหก็ไม่อยู่ด้วยแล้ว ตนสิขี้โมโหกว่า

“ดอน” ไล่ “ทักษิณ” ไปดู รธน.ใหม่

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวโจมตีร่างรัฐธรรมนูญว่าห่วยแตกและถอยหลังลงคลองว่า ผู้ที่วิจารณ์โดยไม่เข้าใจคงต้องเข้าใจให้ดีกว่านี้ ทุกฝ่ายตั้งใจทำงาน ไม่ต้องการให้ประเทศย้อนกลับไปสู่วังวนปัญหา ส่วนกระแสคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญให้ไปถามเสียงค้านว่า มาโดยพื้นฐานอะไร การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาคอร์รัปชันที่ได้รับเสียงตอบรับดีจากต่างประเทศ เพราะเป็นจุดอ่อนของไทยมาทุกยุคทุกสมัย เกิดช่องว่างให้ใครใช้ประโยชน์จนทิ่มแทงประเทศ เมื่อถามว่า กระทรวงการต่างประเทศมีข้อเสนอแนะต่อร่างรัฐธรรมนูญในจุดใดบ้าง นายดอนตอบว่า หลังจากประเทศไทยได้เป็นประธานกลุ่ม T77 พบว่า เศรษฐกิจพอเพียงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด และเป็นโจทย์ในการพัฒนาที่ยั่งยืนและนานาประเทศต่างชื่นชม รายละเอียดส่วนนี้อาจบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลเช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญปี 50 ก็ได้ สิ่งที่อยากเห็นในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือรัฐบาลนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวนโยบาย

สปท.รุกต้องตรวจสอบศาล รธน.ได้

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่รัฐสภามีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. เป็นประธานการประชุม เพื่ออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญเป็นวันที่สอง ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงอภิปรายในเนื้อหาเดิมคือ ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว ไม่เห็นด้วยให้พรรคการเมืองเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีล่วงหน้า รวมถึงการเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป โดยนายคุรุจิต นาครทรรพ ประธาน กมธ.พลังงาน สปท. กล่าวว่า เป็นห่วงกรณีให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อผู้เป็นนายกฯล่วงหน้า 3 คน ซึ่ง กรธ.ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า หากเป็นกรณีนายกฯมาจาก ส.ส. ต้องได้รับเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของสภาฯ แต่หากเป็นกรณีนายกฯคนนอก ต้องได้รับเสียง 2 ใน 3 ของสภาฯขึ้นไป ส่วนการเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญควรมีกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญด้วย ไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญมาเขียนรัฐธรรมนูญซะเอง

“เสธ.อู้” ห่วงลากยาวเลือกตั้ง เม.ย.61

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สปท. กล่าวว่า ระบบเลือกตั้งแบบกาบัตรใบเดียว ทำให้พรรคเล็กเสียเปรียบ ไม่มีโอกาสได้คะแนนบัญชีรายชื่อจากคนที่สนับสนุน ขณะที่วิธีคำนวณคะแนนก็ยังไม่ชัดเจนพอ อาจทำให้มีพรรคที่ได้ ส.ส. 1 คนหลายพรรค ถือเป็นจุดอ่อนของระบบนี้ สำหรับการเสนอชื่อนายกฯล่วงหน้า 3 คนนั้น กรณีเสนอชื่อผู้ที่ไม่ใช่ ส.ส. ควรมีเสียง ส.ส.สนับสนุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสภาฯ สำหรับโรดแม็ปเลือกตั้งอาจเกิดขึ้นในเดือน เม.ย.2561 เพราะมีขั้นตอนพิจารณากฎหมายลูก 10 ฉบับ ในเวลา 8 เดือน แล้วส่งให้ สนช.พิจารณาอีก 2 เดือน และยังต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบความชอบธรรมของกฎหมาย อาจต้องส่งกลับไปให้ สนช.แก้ไขอีก แค่นี้อาจต้องใช้เวลาเกิน 1 ปีแล้ว ขณะที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการบัญญัติถึงหลักนิติธรรมเพียงแค่ 2 มาตราเท่านั้น

แนะแก้ที่มาศาล รธน.ให้น่าเชื่อถือ

ต่อมา พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท.ด้านสังคม กล่าวว่า เสียงวิจารณ์เรื่องการเพิ่มอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไปนั้น หากสามารถสร้างความมั่นใจได้ว่า ผู้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีความเป็นกลาง น่าเชื่อถือ ก็ควรให้อำนาจ ดังนั้นต้องไปขยายเรื่องที่มาและกระบวนการสรรหาศาลรัฐธรรมนูญให้เปิดกว้างมากขึ้น เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากสังคม และเห็นว่าควรนำประเด็นเรื่องการสร้างความเข้มแข็งของข้าราชการในการแต่งตั้งโยกย้ายไปไว้ในหมวดหน้าที่ของรัฐ เพื่อเป็น หลักประกันสร้างความมั่นใจในเรื่องความก้าวหน้าทางหน้าที่ของข้าราชการ ไม่ต้องหวั่นไหวจะถูกแทรกแซงแต่งตั้งโยกย้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเปิดให้สมาชิก สปท.อภิปรายกันพอสมควร ในที่สุดที่ประชุม สปท. มีมติด้วยคะแนน 179 ต่อ 0 เห็นชอบให้ส่งรายงานความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญไปให้ กรธ.พิจารณาต่อไป

สนช.สรุปปรับแก้ 3 ประเด็นส่ง กรธ.

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช. กล่าวว่า ได้สรุปประเด็นเบื้องต้นที่จะเสนอให้ปรับปรุงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญต่อ กรธ. 3 ประเด็น คือ 1.ระบบเลือกตั้ง ส.ส. เสนอให้ใช้ระบบเลือกตั้งแบบเขตใหญ่เบอร์เดียว 2.ที่มา ส.ว. เสนอให้ ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมด โดยให้เพิ่มกรรมการสรรหามีจำนวนมากขึ้น 3.ที่มานายกรัฐมนตรี เห็นควรให้การเสนอชื่อนายกฯเป็นของพรรคการเมืองเสียงข้างมากในสภาฯ โดยจะเสนอคนเป็น ส.ส. หรือไม่เป็น ส.ส.ให้เป็นนายกฯก็ได้ หลังจากนี้ กมธ.จะสรุปประเด็นที่เสนอแก้ไขที่เหลืออยู่ ก่อนส่งให้ที่ประชุม สนช. พิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้งในวันที่ 12 ก.พ. เพื่อส่งต่อให้ กรธ.พิจารณาภายในวันที่ 15 ก.พ.

“มีชัย”ตอกนิ่ม สปท.อย่ามาเดาสุ่ม

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สปท. ระบุว่าอาจเลือกตั้งได้ในเดือน เม.ย.2561 เพราะกระบวนการร่างกฎหมายลูกของกรธ.ยืดยาว ว่าคงไม่ใช่อย่างนั้น เรารับรู้ถึงความกังวลของนายกฯ และระยะเวลาทำทั้งหมด 8 เดือน อาจไปจัดสรรว่าอันไหนจำเป็นต้องทำก่อน สนช.มีเวลาทำ 2 เดือนก็ต้องทำให้เสร็จ สปท.ไม่ได้ทำ จะไปคาดการณ์เอาเองไม่ได้ และไม่ได้ส่งให้ สนช. ทีเดียว 5-10 ฉบับ เสร็จฉบับไหนก็ส่งไป เพราะการจะทำให้เสร็จทั้ง 10 ฉบับมันทำไม่ได้ แต่อันไหนที่จำเป็นเราต้องรีบทำก่อน เมื่อถามว่ากำหนดการเลือกตั้งยังคงเป็นประมาณเดือน ก.ค.-ส.ค.2560 อยู่หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า น่าจะอยู่ประมาณนี้คงไม่ผิดพลาดไปมาก เพราะเมื่อนายกฯพูดแล้วต้องเคารพ

ยังไม่ฟันธงปรับอะไรในร่างฯบ้าง

เมื่อถามว่ามีข้อเสนอให้ คสช.แต่งตั้ง ส.ว.ชุดแรก นายมีชัยตอบว่า รอให้ได้ข้อสรุปทั้งหมดก่อน ขณะนี้ยังเป็นการพูดทีละคน ตอนนี้เราต้องรับฟังไปก่อน ส่วนจะเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ยังตัดสินอะไรไม่ได้ ข้อมูลยังไม่ครบ บางอย่างต้องไปเขียนในกฎหมายลูก ที่เราเขียนไม่ละเอียดก็เพื่อปรับเปลี่ยนได้ในกรณีที่มันเคยเป็นปัญหา จะได้พัฒนาไปตามวิถีของมันง่ายกว่า ถ้าเขียนทั้งหมดในรัฐธรรมนูญจะทำให้เป็นปัญหาภายหลังได้ เพราะเราเองก็อาจคิดไม่รอบคอบ หรือคิดแล้วว่าอย่างนี้อาจป้องกันการฮั้วได้ แต่จริงๆแล้วป้องกันไม่ได้เราก็เปลี่ยนแปลงได้

แจงปมที่ยังคาใจสถานทูต 63 แห่ง

นายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ. แถลงว่า กรธ. พร้อมเดินสายรับฟังความเห็นจากประชาชนและทุกภาคส่วน เพื่อนำกลับมาพิจารณาให้ได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ ขอชวนทุกคนร่วมส่งความเห็น โดย กรธ.จะเริ่มพิจารณาเปรียบเทียบไล่เรียงตั้งแต่มาตรา 1 และจะชี้แจงเหตุผลแต่ละมาตราว่าทำไมถึงบัญญัติเช่นนั้น ให้สังคมรับทราบ ซึ่งได้ชี้แจงแก่สถานทูต 63 แห่ง โดยประเทศต่างๆได้สอบถามประเด็นในร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ ที่มา ส.ว. บัตรเลือกตั้ง ส.ส.ใบเดียว เป็นต้น แต่ไม่ได้ติดใจเนื้อหา มีประเทศหนึ่งถามว่ารัฐธรรมนูญจะแก้วิกฤติได้หรือไม่ ซึ่งตนชี้แจงว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด เพราะความขัดแย้งทุกอย่างทุกคนในประเทศต้องช่วยกันถึงจะแก้ได้

“ปึ้ง” เย้ย คสช.หมดเวลาดึงเกมแล้ว

ทางด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ตามที่โพลระบุว่าประชาชนเชื่อฟัง พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. มากกว่าฝ่ายการเมืองนั้น การทำโพลเอาใจผู้มีอำนาจหรือตั้งใจชี้นำสังคม นับว่าอันตรายอย่างยิ่ง และคนที่โพลไปถามมาเป็นกลุ่มคนเดิมๆที่ฝักใฝ่แนวทางการรัฐประหารหรือไม่ ไม่ได้อยู่กับความเป็นจริงกำลังหลอกตัวเอง และมีขบวนการหลอกคนอื่นโดยวิธีโฆษณาชวนเชื่อผ่านสื่อ น่าเป็นห่วงมากสำหรับสังคมไทยและอนาคตประเทศ อยากให้หัวหน้า คสช.ตัดสินใจให้ทุกฝ่ายออกมารณรงค์กันให้เต็มที่ ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลเพื่อตัดสินใจ ถึงเวลาแล้วที่ คสช.ต้องประกาศให้ชัดเจนว่าถ้าไม่ผ่านประชามติจะทำอย่างไร หมดเวลาที่ คสช.จะดึงเกมเพื่อเล่นต่อแล้ว

ไล่ไปหามุกใหม่เอะอะร้องยุบพรรค

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หน.ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ยุให้ คสช.ยุบพรรคเพื่อไทยนั้น พรรคการเมืองที่แพ้การเลือกตั้งมาตลอดย่อมกลัวคำว่า “ทักษิณ” จนหัวหด การที่อดีต ส.ส.กทม.ไปรวมตัวสังสรรค์ปีใหม่ ใครขอพรใครที่เคารพนับถือ หรือใครจะอวยพรพูดอะไรก็เป็นสิทธิ เพราะไม่ใช่กิจกรรมทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องที่พรรคอื่นจะมายุ่ง หัดรู้จักรักษามารยาทบ้าง แสดงให้เห็นนิสัยดั้งเดิมที่ชอบจ้องร้องยุบพรรค ใจคอจะไม่คิดกลยุทธ์อะไรมาเอาชนะใจประชาชนอย่างบริสุทธิ์ นอกจากจ้องจะร้องยุบพรรคท่าเดียว กลับไปหาคนมารับผิดชอบกรณีร้องยุบพรรคพรรคไทยรักไทยให้ได้ก่อน

ยังข้องใจส่ง รด.รณรงค์กันหน้าคูหา

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการ “มองไกล” ผ่านทางยูทูบว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ใช้ไม่ได้ แม้จะอธิบายเป็นฉบับปราบโกงเพื่อให้ถูกใจประชาชน แต่กลับซ่อนความไม่เป็นประชาธิปไตยไว้ การที่รัฐบาลพยายามรณรงค์ให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้ รด.มารณรงค์ข้อดีหน้าคูหาเลือกตั้งนั้น ไม่เห็นด้วย เป็นเครื่องชี้เจตนาชี้นำให้รับร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าให้มีการรณรงค์ข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญหน้าคูหาประชามติได้ กกต.ต้องเขียนกติกาใหม่ว่า ก่อนใช้สิทธิเลือกตั้ง 1 วัน ให้รณรงค์หาเสียงได้โดยไม่ถือเป็นข้อห้ามอีกแล้ว แต่หากยังให้การยอมรับกรณีนี้จะเป็นการทำประชามติที่ยุ่งเหยิงที่สุด

เข็นนายกฯคนนอกระวังเดดล็อก

นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวว่า เสียงวิจารณ์ต่อร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ต้องปรับเนื้อหาเพื่อลดแรงกระเพื่อมให้ประชาชนมีทางเลือกในประเด็นล่อเป้า โดยเฉพาะการเปิดให้นายกฯมาจากคนนอกได้ ท่าทางเหมือนจะดี แต่อาจกลายเป็นเดดล็อกได้ กรธ.ต้องเปิดใจเปิดพื้นที่ให้พูดคุยร่วมกันก่อนทำประชามติ และเลือกตั้ง จะเป็นทางการ หรือนอกรอบก็ได้ ถ้าต่างคนยังหวาดระแวงกันอยู่จะไม่จบ ถ้าคุยกันได้จะเป็นประโยชน์ต่อ กรธ.เอง เสียงนกร้องแมวส่งเสียง หรือหมาจะเห่า นั้นมีนัย กรธ.ต้องเงี่ยหูฟัง ส่วนกรณีที่นายมีชัยจะหารือกับรัฐบาลเพื่อดำเนินการกับเพจที่บิดเบือนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ขอแนะนำว่า นายมีชัยควรชี้แจงดีกว่าจะไปทะเลาะด้วย อย่ามีอัตตาว่าตัวกูเป็นของกู

เปรียบลมหนาวแรงพัดตาชั่งเอียง

นายนิคมกล่าวว่า ที่หลายฝ่ายติติงว่า กรธ.บัญญัติให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป หากใช้อำนาจอย่างถูกทางคงไม่เป็นปัญหา แต่หลายปีที่ผ่านมาเห็นภาพชัดอยู่แล้ว ไม่มีใครรับประกันได้ว่าเกิดการเอียงหรือไม่ ตาชั่งถูกลมก็เอียงผิดเพี้ยนไปได้ ตอนนี้ลมหนาวกำลังมาแรงจึงกังวลข้อนี้มาก กรธ.ต้องปรับกรอบอำนาจองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญให้เหมาะสม อย่าให้อำนาจที่อาจทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียเปรียบ การบัญญัติให้ 3 องค์กร สตง. ป.ป.ช. กกต. ติติงนโยบายการทำงานของรัฐบาลได้นั้น ควรเป็นหน้าที่รัฐสภา ที่มาจากประชาชนมากกว่า ถ้าให้กรรมการไปขึ้นชกบนเวทีด้วย ต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียเปรียบแน่

ปชป.เตือนระวังแนวร่วมมุมกลับ

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้า กรธ.ยังยืนยันแบบกระต่ายขาเดียว ปิดหู ปิดตา ไม่รับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ที่เสนอแนะจุดบกพร่องในร่างรัฐธรรมนูญแล้ว เชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไม่ผ่านประชามติจากประชาชนเจ้าของอำนาจแน่นอน เพราะฝ่ายที่ตั้งธงคัดค้านตั้งแต่ต้น มีการจัดตั้งมวลชนไว้แล้วในระดับหนึ่ง อาจเป็นการผลักคนกลุ่มนี้ให้ไปเป็นแนวร่วมมุมกลับ ผสมโรงกับมวลชนของระบอบทักษิณคว่ำร่างรัฐธรรมนูญได้ ที่เห็นชัดเจน คือ กลุ่มนักวิชาการทยอยประกาศจุดยืนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาทิ นายสมเกียรติ อ่อนวิมล นายแก้วสรร อติโพธิ นายคมสัน โพธิ์คง นายสมบัติ ธำรงค์ธัญญวงศ์ และกลุ่มเอ็นจีโอ ซึ่ง คสช.คงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะมาเองทั้งสองชุด

รอดูธงจาก “หัวหน้ามาร์ค” เอาไง

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร ยังคงเจ็บจากการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้มาตรา 44 ถอดยศ พ.ต.ท. แต่ไม่ทราบว่าใครบ้าอำนาจจนไร้แผ่นดินอยู่ ใครขาดสติขาดวุฒิภาวะจนให้คนเผาบ้านเผาเมือง ประชาชนเห็นและแยกแยะได้ พล.อ.ประยุทธ์ เคยชินกับภาวะผู้นำทางทหาร มาเจอการเมืองแบบไทยๆย่อมมีอารมณ์ เพราะไม่ใช่พระอิฐพระปูน แต่ไม่เคยมือเปื้อนเลือดหรือโกงชาติ ส่วนร่างรัฐธรรมนูญนั้น ถ้านายมีชัยยังยืนยันไม่แก้ไขตามเสียงทักท้วงของฝ่ายต่างๆ และพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะจบข่าว สมาชิกพรรคทั่วประเทศจะรอสัญญาณจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ว่าจะโหวตไปทางไหน เชื่อมั่นว่าคณะผู้บริหารพรรคย่อมคิดดีและถ้วนถี่แล้ว

กปปส.ดูภาพรวมบอกพอรับได้

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขานุการมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) แกนนำ กปปส. กล่าวว่า เรื่องที่มวลมหาประชาชนเรียกร้อง คือ การปฏิรูประบบเลือกตั้ง และการปฏิรูประบบพรรคการเมือง พิจารณาคร่าวๆแล้ว ไม่ได้เป็นปัญหาจนเป็นปัจจัยที่จะปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในส่วนระบบเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว เห็นว่ามีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดี คือ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ไม่สามารถรอคะแนนเสียงแบบเมื่อก่อนได้ ต้องแข่งขันร่วมกับ ส.ส. แบบแบ่งเขตด้วย ทำให้ทั้งคนและพรรคต้องรับผิดชอบร่วมกันในพื้นที่ ส่วนข้อเสีย อาจมองว่าเป็นการบังคับให้ประชาชนเลือกครั้งเดียว แต่มีผลต่อ ส.ส. ทั้ง 2 แบบ และอาจมีผลต่อคนที่จะมาเป็นนายกฯด้วย แต่โดยรวมระบบนี้ไม่ได้เป็นปัญหามากหรือด้อยกว่าระบบเดิมที่เคยใช้

กกต.ออกตัวขอ รด.มาช่วยเอง

ที่สำนักงานคระกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายประวิช รัตนเพียร กกต. กล่าวว่า กกต.ได้ขอความร่วมมือจากหน่วยบัญชาการอาสารักษาดินแดน ซึ่งมีโครงการ รด.จิตอาสามาร่วมกันทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองในการรณรงค์ทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อประชาชนเข้าใจจะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นไปโดยอิสระ สาระสำคัญก็เป็นกลางจะว่าไปชี้นำได้อย่างไร ต้องขอบคุณ รด.ด้วยซ้ำที่เห็นความสำคัญยอมเสียสละออกมาช่วย และ ในวันออกเสียงประชามติ กกต.ยังจะขอให้น้องๆ รด.จิตอาสาไปช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ไปใช้สิทธิบริเวณหน้าหน่วย ช่วยเหลือผู้พิการ ผู้สูงอายุ เหมือนกับที่ลูกเสืออาสา กกต.ทำมาแล้ว ไม่เห็นมีอะไรที่เสียหาย ไม่ใช่ไม่เคยทำ

กกต.ขออำนาจเด็ดขาดจัดเลือกตั้ง

นายธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงวุฒิ สำนักงาน กกต. แถลงว่า ที่ประชุม กกต. มีมติให้เสนอความเห็นและข้อเสนอแนะของ กกต.เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญต่อ กรธ. โดยมีประเด็นหลัก คือ 1.มาตรา 99 ที่กำหนดให้ กกต.มีอำนาจประกาศกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ในหน่วยที่มีปัญหา ซึ่ง กกต.เห็นว่าต้องมีหลักเกณฑ์ วิธีการรองรับ จึงควรเพิ่มข้อความว่าให้ใช้หลักเกณฑ์ วิธีการเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. 2.ขอให้เพิ่มอำนาจ กกต.มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต หยุดพฤติกรรมดังกล่าว รวมทั้งสามารถสั่งให้ข้าราชการออกนอกพื้นที่เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริตได้ 3.ขอให้บัญญัติข้อความกรณีการวินิจฉัยชี้ขาดข้อโต้แย้งตามกฎหมายที่อยู่ในอำนาจของ กกต. 4.ขอให้ กรธ.เพิ่มข้อความในมาตรา 80 เพื่อเปิดช่องให้มีการเลือกตั้งรูปแบบอื่นในอนาคตด้วย 5.การจัดการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลง ควรกำหนดระยะเวลาว่าสภาจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 180 วัน 6.ขอให้ กกต.มีอำนาจสั่งเลือกตั้งใหม่ และสั่งระงับสิทธิการสมัครรับเลือกตั้ง ตั้งแต่ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง จนถึงหลังการประกาศผลการเลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี

ร่าง พ.ร.บ.ประชามติจ่อถึงมือ “วิษณุ”

นายธนิศร์กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นยังมีประเด็นอื่นๆ อาทิ การให้อำนาจ กกต.เรียกบุคคลมาให้ข้อมูล การเรียกเอกสารหลักฐานต่างๆ และสามารถบันทึกภาพ และภาพเคลื่อนไหวในขั้นตอนการไต่สวนของ กกต.ได้ รวมทั้งการดำเนินคดีเลือกตั้งขอให้ยึดสำนวนการไต่สวนของ กกต.เป็นหลัก นอกจากนี้ยังให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติ ซึ่งจะเป็น ร่าง พ.ร.บ.ที่ใช้ควบคุมการออกเสียงประชามติและมีการกำหนดบทลงโทษในการทำประชามติ ซึ่งมีเนื้อหามาจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติ มีการเพิ่มเติมกำหนดความผิดและบทลงโทษ โดยจะเสนอต่อรัฐบาลในการหารือร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ วันที่ 10 ก.พ.นี้

แห่เบิร์ธเดย์ “สุวัจน์” ครบ 61 ปี

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่บ้านราชวิถี 22 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา จัดพิธีทำบุญในวันคล้ายวันเกิดครบ 61 ปี โดยทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป พร้อมเปิดบ้านให้บรรดานักการเมือง นักธุรกิจ บุคคลสำคัญในแวดวงกีฬา นำกระเช้าดอกไม้และของขวัญเข้าร่วมอวยพร อาทิ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ขณะที่พรรคไทยรักไทย นำโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธาน มปท. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

เจ้าตัวหนุนเลือกตั้งตามกำหนด

จากนั้นนายสุวัจน์กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญว่า เชื่อมั่นทั้งฝ่ายที่ร่างและฝ่ายที่เสนอแนะ อยากให้มีการร่วมมือแลกเปลี่ยนความรู้ในบรรยากาศที่เป็นมิตรภาพ จะเป็นประโยชน์ต่อการร่างรัฐธรรมนูญ ร่างฯฉบับนี้เกิดในภาวะพิเศษที่ทุกคนเห็นตรงกันว่าควรจะปฏิรูป สิ่งสำคัญอยู่ที่จะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง เพื่อตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่ ส่วนตัวยังคิดว่าต้องมีกลไกให้รัฐธรรมนูญเดินไปได้ เช่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่แก้ง่ายหรือแก้ยากจนเกินไป หากกลไกไม่ทำงานเดินหน้าไม่ได้จะทำอย่างไรต่อไป เราควรเดินสายกลาง ส่วนร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ ต้องดูร่างสุดท้ายก่อน หากเดินตามโรดแม็ปเชื่อว่าจะเดินหน้าประเทศไทยได้ อยากให้คนรุ่นใหม่ๆเข้ามา ส่วนตัวไม่อยากมีตำแหน่งอะไรแล้ว ขณะนี้ทุกพรรคคงมีความพร้อมเลือกตั้ง หลังเลือกตั้งพรรคการเมืองควรหันหน้ามาพูดคุยกัน เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งและเดินหน้าประเทศ

“สมชาย” สะกิด คสช.เปิดเวทีกว้าง

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อยากให้ประชาชนทุกคนศึกษาร่างรัฐธรรมนูญก่อนตัดสินใจ และรัฐบาลควรเปิดโอกาสให้ประชาชนและพรรคการเมืองหารือเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่ปิดกั้น ไม่ต้องกลัวความคิดประชาชนที่จะสะท้อนออกมา เชื่อทุกความเห็นจะเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทั้งนี้ เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญมีหลายประเด็นที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ทั้งการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ใช้บัตรใบเดียวและที่มา ส.ว. ไม่สะท้อนความ ต้องการของประชาชน เชื่อว่าหาก กรธ.ยอมเปิดรับฟังก็จะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ส่วนกรณีที่กองทัพบกมอบหมายให้นักศึกษาวิชาทหารลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องร่างรัฐธรรมนูญนั้น ควรจะชี้แจงให้ครอบคลุมและไม่ชี้นำ ในส่วนพรรคเพื่อไทยเตรียมส่งความเห็นข้อเสนอแนะก่อนวันที่ 15 ก.พ.นี้

ทูตสหรัฐฯทวงสัญญานายกฯ

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายกลิน ที เดวีส์ (Glyn T. Davies) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวระหว่างพิธีการเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์16 ว่า คอบร้าโกลด์เป็นการฝึกซ้อมทางทหารระดับพหุภาคีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทรงคุณค่าที่สุดในภูมิภาคที่สำคัญยิ่งของโลก เป็นปีที่ 35 ที่ไทยและสหรัฐฯร่วมเป็นเจ้าภาพ เป็นการชุมนุมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ด้านความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระดับโลก แม้ความสัมพันธ์ของเราในวันนี้จะเข้มแข็งมั่นคง แต่ความร่วมมือนี้จะยังเติบโตเข้มแข็งขึ้นไปอีกเมื่อนายกรัฐมนตรียืนยันแล้วว่า ไทยจะกลับสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย ที่เข้มแข็ง ยั่งยืน บทบาทของไทยในฐานะผู้นำในภูมิภาคนี้ และความเป็นพันธมิตรของประเทศทั้งสองจะสามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจัดฝึกคอบร้าโกลด์มีขึ้นระหว่างวันที่ 9-19 ก.พ. มีประเทศเข้าร่วมฝึก 27 ประเทศ มีกำลังพลรวมทั้งสิ้น 8,775 นาย

เชื่อไร้คนต้านในงานยูเอส–อาเซียน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ US- Asean ที่สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 14-18 ก.พ.นี้ ที่มีกระแสข่าวจะมีบางกลุ่มบางองค์กรเตรียมออกมาต่อต้านว่าเป็นเพียงข่าว คิดว่าไม่มี เพราะจุดที่จะประชุมจัดไว้เป็นการเฉพาะ รัฐบาลสหรัฐฯได้ดูแลไม่ให้มีการชุมนุมหรือประท้วงต่อต้าน การประชุมครั้งนี้ประเทศไทยจะได้ประโยชน์มาก เพราะถือเป็นงานแรกหลังจากรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่ได้หารือกับประเทศสหรัฐอเมริกา จึงอยู่ในฐานะที่แลกเปลี่ยนอะไรกันได้อย่างครบครัน แม้ไทยไม่ใช่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ทางสหรัฐฯไม่ได้มีปัญหา เพราะสหรัฐฯหารือกับไทยในกรอบของอาเซียนมาแล้วหลายครั้ง

14 วันชี้ขาดใช้งบต้อนรับนายกฯ

นายพงษ์ภานุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการตรวจสอบการใช้งบประมาณจัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯเป็นเจ้าภาพ เพื่อต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ว่า ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสามารถให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องต่อสังคม มีนายพชร อนันตศิลป์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน และมีนายอารัญ บุญชัย ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการท่องเที่ยว นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักปลัดกระทรวงฯเป็นกรรมการ การเชิญให้ตัวแทนจากกรมบัญชีกลางมาเป็นประธานตรวจสอบ จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า หากผลสอบออกมามีข้าราชการในกระทรวงฯทำผิดก็ต้องลงโทษไปตามผิด หรือหาผลสอบออกมาว่าตนผิดก็ต้องมีการลงโทษ ซึ่งต้องเสร็จสิ้นและรายงานกลับมาที่ตนภายใน 14 วันนับจากวันลงนาม คือวันที่ 8 ก.พ. เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

นายกฯหน้านิ่งอวยพรสื่อตรุษจีน

ช่วงเช้าที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุม ครม. โดยก่อนเข้าประชุม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข นำคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ศิลปินดารา ใบเตย อาร์สยาม เข้าพบ เพื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์ “ราษฎร์รัฐร่วมใจต้านภัยยุงลาย” ในโครงการกวาดล้างยุงลาย กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ให้ความรู้การป้องกันควบคุมยุงลายและไข้เลือดออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนถึงวันนี้ถือว่าครบ 1 สัปดาห์ ที่นายกฯงดให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยนายกฯมีสีหน้าเรียบเฉย พูดคุยทักทายสื่อมวลชนด้วยถ้อยคำสั้นๆ ก่อนเดินขึ้นห้องประชุม ครม.ว่า “ขอให้มีความสุขในวันตรุษจีน” หลังจากการประชุม ครม.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวหงุดหงิดกับสื่อมวลชน ในประเด็นร่างรัฐธรรมนูญจนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

งดจ้ออ้างมีงานด่วนเพื่อชาติ

ต่อมาเวลา 14.10 น. หลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เปิดแถลงข่าวเพียงสั้นๆประมาณ 40 วินาทีด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “สวัสดีวันอังคารนะจ๊ะ การประชุม ครม.วันนี้ก็มีหลายเรื่องที่เป็นสาระสำคัญ ผมเองก็มีความจำเป็นต้องไปทำงานเร่งด่วนเพื่อประเทศชาติต่อ ผมมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ชี้แจง ขอความกรุณาว่าให้ถามในเรื่องที่สร้างสรรค์ ในเรื่องที่จะต้องรับรู้ทั่วกัน เพราะช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปต่างๆ อย่าให้ทุกอย่างขัดแย้งกันตอนนี้มันจะลำบาก บ้านเมืองจะไปไม่ได้ ผมไม่เคยโกรธใครอยู่แล้ว โอเคนะครับ สวัสดีครับ” โดยหลังจากพูดจบ ได้เดินเลี่ยงออกจากโพเดียมแถลงข่าวทันที เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามในประเด็นข่าวต่างๆ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยทำสัญลักษณ์โบกมือก่อนตอบว่า “ไม่รู้ๆ”

ผลสอบคดีข้าว “ปู” ใกล้ขึ้นเขียง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดจากโครงการรับจำนำข้าว ได้ส่งผลสอบข้อเท็จจริงไปให้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เรียบร้อยแล้ว จะต้องตรวจสอบภายใน 7 วัน จากนั้นเมื่อทำความเห็นเสร็จจะเสนอไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เพื่อลงนาม ก่อนส่งไปที่คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นประธาน เพื่อพิจารณาสรุปตัวเลขและมีคำสั่งออกมา

ครม.เคาะอดีตเลขา สมช.นั่ง ป.ป.ท.

อีกเรื่อง พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมอนุมัติแต่งตั้งนายธัญญา เนติธรรมกุล รองอธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เป็นอธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าฯ นายทศพร นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เป็นอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี นายกิตติ ลิ้มชัยกิจ เป็นประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายจีระรัตน์ นพวงศ์ ณ อยุธยา พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี พล.อ.ชัยรัตน์ ชีระพันธุ์ นาย อนุสิษฐ คุณากร อดีตเลขาธิการ สมช. เป็นกรรมการป.ป.ท. โดยความเห็นชอบของ สนช. ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.2559 อนุมัติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อาทิ นางสมศรี เผ่าสวัสดิ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพ นายจรัล ตฤณวุฒิพงษ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และสาธารณสุข

ปัดข่าวรัฐถังแตกดึงเงิน อปท.มาใช้

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ส่วนกระแสข่าวว่ารัฐบาลมีแนวคิดจะนำเงินงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มาดำเนินการเอง ตามที่มีกระแสข่าวลือว่ารัฐบาลถังแตกจึงจะไปดึงงบประมาณท้องถิ่นมาใช้นั้น ไม่เป็นความจริง เพียงแต่เห็นว่าท้องถิ่นใดที่มีงบประมาณของตัวเองก็ให้นำเงินดังกล่าวออกมาใช้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ต้องการให้งบประมาณกระจุกตัว แต่ต้องการให้ท้องถิ่นบริหารจัดการงบประมาณเอง

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    8.8%
  • ไม่ชอบ
    65.2%
  • สนุก
    9.5%
  • ประหลาดใจ
    8.6%
  • เสียใจ
    6.7%
  • ให้กำลังใจ
    1.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement