บริษัทดังญี่ปุ่นร่วมทุน SPCG ผลิตโซลาร์ฟาร์ม พร้อมลุยเมียนมา-ปินส์ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

บริษัทดังญี่ปุ่นร่วมทุน SPCG ผลิตโซลาร์ฟาร์ม พร้อมลุยเมียนมา-ปินส์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 22:20
677 ครั้ง


SPCG บุกญี่ปุ่นจับมือเคียวเซร่าร่วมลงทุนผลิตโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ ขณะนี้เริ่มโครงการแล้ว คาดขายไฟได้ปี 60 แย้มมีแผนลุยต่อที่ เมียนมา และฟิลิปปินส์...
 
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG พร้อมด้วย บริษัท Kyocera Corporation และ บริษัท Century Tokyo Leasing Corporation หรือ TCL ร่วมทำพิธีลงนามสัญญาการร่วมทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์ม ขนาด 30 เมกะวัตต์ ณ เมือง Tottori ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้แทนสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยร่วมเป็นสักขีพยาน
 
น.ส.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี แถลงว่า บริษัทฯ เลือกลงทุนธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น เพราะเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น และการส่งเสริมการลงทุนของสถาบันต่างๆ โดยระยะแรกจะสร้างโซลาร์ฟาร์มขนาด 30 เมกะวัตต์ ซึ่งในขณะนี้ได้เริ่มพัฒนาโครงการแล้วในพื้นที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติ ภูเขาไฟไดเซน โครงการโซลาร์ฟาร์มขนาด 30 เมกะวัตต์แห่งนี้ จะใช้เวลาพัฒนาประมาณ 1 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าได้ประมาณต้นปี 2560

SPCG บุกญี่ปุ่นจับมือเคียวเซร่าร่วมลงทุนผลิตโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น


ทั้งนี้ การลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น บริษัทฯ ได้จับมือกับพันธมิตรอย่าง Kyocera และ TCL เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจอีกมาก อีกทั้งไทยกับญี่ปุ่นยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนาน โดยบริษัท Kyocera Corporation เป็นผู้นำด้านการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีคุณภาพมานานกว่า 40 ปี และ TCL ก็ยังเป็นผู้นำธุรกิจให้เช่าซื้อในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นอีก 2-3 โครงการ มีกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์ โดยบริษัทฯ จะถือหุ้นสัดส่วน 1 ใน 3 และบริษัทฯ ยังมีการเจรจาร่วมลงทุนในเมียนมาและฟิลิปปินส์ กำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์ ซึ่งในส่วนนี้บริษัทจะเข้าถือหุ้นในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 50% โดยโครงการทั้งหมดนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 2-3 ปี นี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในปี 2560 จากปัจจุบันที่มีรายได้จากในประเทศเพียงอย่างเดียว ส่วนการขยายกำลังการผลิตในประเทศจากโครงการโซลาร์ฟาร์มจากส่วนราชการและ สหกรณ์นั้น บริษัทฯ ยังรอความชัดเจนจากภาครัฐอยู่ ซึ่งบริษัทฯ ยังคงเดินแผน 5 ปี (58-62) มีกำลังการผลิตไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือ 261 เมกะวัตต์ โดยวางงบลงทุนไว้ประมาณ 3-4 พันล้านบาท จะเน้นขยายไปยังต่างประเทศ อย่างเมียนมาและฟิลิปปินส์.

ภาพจาก : บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน)

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement