ถกร่วมหาทางออก 'โรงเกลือ' เร่งปราบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ใน 2 เดือน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ถกร่วมหาทางออก 'โรงเกลือ' เร่งปราบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ใน 2 เดือน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 21:10
2,206 ครั้ง


อธิบดีดีเอสไอประชุมร่วมผู้ว่าฯ สระแก้ว วางมาตรการป้องกันปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ตลาดโรงเกลือภายใน 2 เดือน หวังส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศ และไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่อีกเด็ดขาด

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 ก.พ. ที่ชั้น 4 ห้องประชุมบูรพา ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ร่วมเป็นประธานการประชุม เพื่อบูรณาการการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จังหวัดสระแก้ว ครั้งที่ 1/2559 โดยมี พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผบก.ภูธร จ.สระแก้ว พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะดูแลสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองลึก ตำรวจ สตม.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังบูรพา พาณิชย์จังหวัดสระแก้ว กรมศุลกากร กรมทรัพย์สินทางปัญญา สรรพสามิตพื้นที่สระแก้ว และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ร่วมประชุมกว่า 40 คน ใช้เวลาการประชุมราว 2 ชั่วโมง 

นายภัครธรณ์ กล่าวเปิดเผยหลังประชุมว่า ดีเอสไอ มาร่วมประชุมกับ จ.สระแก้ว และหน่วยงานต่างๆ เพื่อป้องกันปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว กระทั่งมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา จึงเกิดการประชุมขึ้นแต่ว่าความจริงแล้วได้มีการนัดหมายหารือเพื่อติดตามความคืบหน้าว่าการทำงานร่วมกันเป็นอย่างไรบ้าง เป็นการประชุมและวางแผนมาตราการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายให้เป็นรูปธรรมในระยะเวลาสั้นเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ประเทศและไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่อีกเด็ดขาด รวมทั้ง ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อป้องกันและปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในตลาดโรงเกลือก่อนจะขยายผลไปทั่วประเทศ วางแผนปราบปรามระยะสั้น ภายในเวลา 2 เดือน ตั้งแต่เดือน มี.ค. - เม.ย.นี้ จะเริ่มส่งเจ้าหน้าที่และตำรวจทหาร ลงไปกดดันไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายมีอยู่ในตลาดโรงเกลือ ใช้กฎหมายแก้ไขปัญาเหล่านี้อย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง

ส่วนระยะยาวอาจปรับเปลี่ยนเนื่องจากว่าบริเวณตลาดโรงเกลือมีชาวกัมพูชาเข้ามารับจ้างและค้าขายประมาณหลักหมื่นคนต่อวัน ซึ่งต้องมาทำความเข้าใจว่าสินค้าประเภทไหนบ้างผิดกฎหมายเพื่อปรับเปลี่ยนมาขายสินค้าถูกกฎหมายแทน หากไม่ทำต้องดำเนินการตามกฎหมาย 

"ระหว่างนี้จะมีการประชาสัมพันธ์แจ้งให้กับทุกส่วนทราบว่าจะมีเจ้าหน้าที่ลงมาทำงาน อะไรไม่ถูกต้องก็จะไม่ยอมแล้ว คิดว่าเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ไม่น่าเกิดขึ้นอีก ตลาดโรงเกลือมีสินค้าที่หลากหลายประเภทและจำหน่ายทั้งปลีก-ส่ง น่าจะสามารถขายได้อยู่แล้ว มีเพียงบางส่วนที่เป็นสินค้าผิดกฎหมายอาจต้องปรับมาขายของแท้ ซึ่งเราก็มีตัวแทนอยู่แล้ว นอกจากนี้ จะพยายามทำให้สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์กลายเป็นศูนย์ภายในระยะสั้นให้ได้ เจ้าหน้าที่จะเข้าไปทำความเข้าใจเรื่องสินค้าหลายอย่างผิดกฎหมายทำให้ประเทศเสียผลประโยชน์หลายด้านและถูกจับตามองจากหลายประเทศ โดยเรามีการแจ้งเตือนไปหลายครั้งว่าอย่าจำหน่าย แต่ก็ยังมีการฝ่าฝืน ตลาดโรงเกลือหลังจากเกิดเหตุทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ อาจจะเงียบเหงาบ้างเล็กน้อยในบางจุด แต่ภาพรวมยังมีผู้คนมาซื้อหาสินค้าในตลาดโรงเกลือเต็มอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาต้องปิดตลาดในอนาคต เพราะยังมีห้างสรรพสินค้าขายของถูกต้องวางจำหน่าย สุดท้ายจะมีการประเมินผลการทำงานระยะสั้นก่อนหลังเดือน เม.ย. ซึ่งปกติก็ประเมินทุก 3 เดือนอยู่แล้ว" นายภัครธรณ์ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ เผยว่า ดีเอสไอนำปัญหาข้อขัดข้องมาประชุมหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ผู้ว่าฯจ.สระแก้ว รับเป็นประธานในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งเดิมที่ผ่านมา ดีเอสไอ รับหน้าที่หลักในการแก้ไข แต่อยู่ส่วนกลางทำให้การประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ไม่สะดวกเท่าที่ควร ฉะนั้นท่านผู้วาราชการจังหวัดสระแก้ว รับเป็นประธานจะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การตรวจยึดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ภายในตลาดโรงเกลือนั้นทางสถานทูตฝรั่งเศสมีหลักฐานให้ดีเอสไอ ก็ทำการสืบสวนพร้อมลงไปปฏิบัติหน้าที่

อย่างไรก็ตาม คดีที่เกิดขึ้น ดีเอสไอจะแบ่งเป็น 2 ส่วน 1.การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ดีเอสไอจะทำต่อไปทั้งผู้ค้า ผู้ขาย และเครือข่าย 2.การทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่และการทำให้เสียทรัพย์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รับไปดำเนินการ พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่นั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับกุมตัวไปทั้งสิ้น 12 คนแล้ว แยกเป็นจับกุมตัวมาได้แล้ว 3 คน และอีก 3 คน ออกหมายจับแล้ว ขณะที่อีก 6 คน อยู่ระหว่างดำเนินการออกหมายจับ โดยในกลุ่มดังกล่าวนี้ทราบสัญชาติเป็นชาวกัมพูชา 2 ราย นอกนั้นไม่ทราบสัญชาติ หลังจากนี้จะทยอยออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีกเป็นระยะๆ ต่อไป จะต้องใช้เวลาบ้าง เพราะเป็นการแกะภาพใบหน้าผู้ต้องหาจากกล้องวงจรปิด ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และทำลายทรัพย์สินราชการ

ขณะที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า วันนี้อธิบดีดีเอสไอประชุมร่วมกับผู้ว่าฯ จ.สระแก้ว ในจังหวัดจะรู้ตื้นลึกหนาบาง จึงต้องให้ทางจังหวัดเป็นคนแก้ ทางพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ก็เห็นด้วย ยังได้บอกไปยังกระทรวงมหาดไทยด้วยว่า ทำไมผู้ว่าราชการจังหวัดไม่นั่งหัวโต๊ะ เพราะเป็นการบูรณาการในพื้นที่ นอกจากนี้ได้พูดคุยกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ถึงเรื่องดังกล่าวและได้ข้อสรุปคือ ต้องไปแก้ไขทั้งหมด.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    35.9%
  • ไม่ชอบ
    64.1%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement