วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใกล้สรุป ผลสอบ ‘มูลนิธิอรหันต์พันปี’ ผวจ.ชี้ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

กรณีชาวบ้านร้องเรียน มูลนิธิอโศกมุนีแสงธรรม หรือกู่อรหันต์พันปีบนดอยไซ ใกล้ได้ข้อสรุป ผวจ.ลำพูนเร่ง กก.เร่งให้เสร็จในอาทิตย์นี้ บอกอย่าไปหม่นหมอง ทำจิตใจให้ผ่องใส และยึดหลักของพระพุทธเจ้า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว...  

จากกรณีมีผู้นำหมู่บ้านพร้อมชาวบ้านเข้าแจ้งความ พงส.สภ.เหมืองจี้ อ.เมือง จ.ลำพูน ให้ตรวจสอบ มูลนิธิอโศกมุนีแสงธรรม หรือกู่อรหันต์พันปีบ้านหนองไซ หมู่ 14 ต.ป่าสัก อ.เมืองลำพูน และให้ดำเนินคดีนายสินธพ ทรวงแก้ว ที่อ้างเป็นผู้ดูแลมูลนิธิฯ มีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นเกจิอาจารย์โน้มน้าวให้ผู้คนศรัทธาบริจาคเงินทั้งยังอ้างว่าเป็นผู้มีบุญบารมีเก็บพระพุทธรูปโบราณพระอรหันต์ 28 องค์ อายุพันกว่าปี และท้าทายพระสงฆ์ลำพูนมาพูดเกี่ยวพุทธศาสนาแข่งกัน เพราะอ่านพระไตรปิฎกจบ 6 รอบ ทั้งหมด 45 เล่ม ซึ่งการพิสูจน์ในเวลาต่อมาพบว่าพระพุทธรูปเป็นของใหม่ และคำกล่าวอ้างเข้าข่ายเป็นการหลอกลวง และฉ้อโกงประชาชน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ก.พ. นายณรงค์ อ่อนสอาด ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า เรื่องนี้หลังจากได้มีข่าวจากสื่อมวลชน ทางจังหวัดได้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสองข้อเท็จจริง ที่มีผู้ร้องมาทั้งหมด 4 ประเด็น

ประเด็นแรกคือเรื่องของการบิดเบือน ประเด็นที่สองคือเป็นของพระพุทธรูปเก่าหรือไม่ประเด็นที่สามเรื่องของมูลนิธิฯ ก่อตั้งถูกต้องและดำเนินการผิดวัตถุประสงค์ หรือไม่ และประเด็นที่สี่บุกรุกพื้นที่ป่าหรือไม่ ซึ่งวันนี้คณะทำงานได้ประชุม คาดว่าใกล้จะได้ข้อสรุป

ผวจ.ลำพูน กล่าวด้วยว่า ในส่วนของกระบวนการตรงนี้ ต้องเรียนว่า วันนี้มูลนิธิฯ จะมีอาจารย์สินธพดูแลอยู่ ที่ผ่านมาใช้วิธีการสอนในแนวคิดของเขา ขณะเดียวกันผลการตรวจสอบที่ทางหัวหน้าส่วนราชการที่รับผิดชอบสำนักพุทธที่เข้าไปดู พร้อมด้วยวัฒนธรรมจังหวัด เกี่ยวกับเรื่องโบราณสถานต่างๆ ที่เขาอ้างว่าเก่าแก่ ก็มีข้อมูลมาบางส่วนแล้ว

นายณรงค์ กล่าวด้วยว่า เรื่องมูลนิธิฯ ในวันนี้ สิ่งที่เราต้องตรวจสอบคือเรื่องของการจัดทำบัญชีว่าถูกต้องไหม และพื้นที่ที่มีการบุกรุกป่า ก็มีข้อมูลแล้ว ซึ่งอาจจะมีบางส่วนที่เขาไม่ทราบ มีสิ่งก่อบางส่วนที่อยู่ในเขตป่า ซึ่งทางมูลนิธิฯ ก็รับทราบ แต่ทั้งหมดอยู่ที่คณะทำงานที่จะสรุปให้ทราบว่าที่มีการร้องเรียนมานั้นจริงไหม เพื่อจะได้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ถ้าผิดก็ต้องดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมาย

"ในส่วนมูลค่าความเสียหายและความเดือดร้อน มันมีประเด็นที่ว่าคำสอนของทางนี้ประชาชนที่เขามาไหว้ทำบุญ เป็นเรื่องของความเชื่อความศรัทธา ซึ่งผมคิดว่าวันนี้สิ่งที่เราต้องทำ คือทำความจริงให้เห็นว่า คำสอนถูกต้องไหม ตามหลักธรรมวินัยไหม ถ้าเกิดเขาไม่ได้บิดเบือนและสอนถูกต้อง แต่อาจจะไม่ถูกขั้นตอนก็ต้องว่ากันอีกที ทุกคนต้องเข้าใจว่าสิ่งที่ทางมูลนิธิทางอาจารย์สินธพเขาได้บอกออกมาจริงหรือไม่ ใช่หรือไม่ใช่ตามหลักศาสนา แต่ผมคิดว่าเราอย่าเพิ่งสรุป รอฟังคณะทำงานที่คงจะสรุปผลภายในอาทิตย์นี้ก่อน แต่ว่าวันนี้ขอให้ชาวพุทธยึดหลักคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เรื่องของทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใสดีกว่า" ผวจ.ลำพูนกล่าว.