รวบแล้ว 1 ใน 2 มือฆ่าโหดหนุ่มพม่า สารภาพเมาสุรา-มีปากเสียงกัน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

รวบแล้ว 1 ใน 2 มือฆ่าโหดหนุ่มพม่า สารภาพเมาสุรา-มีปากเสียงกัน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.พ. 2559 19:32
1,508 ครั้ง


ชุดสืบสวน สภ.สามพราน บุกรวบหนุ่มพม่าวัย 30 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าปาดคอและแทงท้องไส้ทะลักเพื่อนร่วมชาติ ทิ้งหมกหญ้ารกข้างถนนหลังโรงงานย่านสามพราน จ.นครปฐม สารภาพสิ้นลงมือร่วมกับพี่ชาย สาเหตุเมาสุรามีปากเสียงกัน ขณะตำรวจเร่งตามล่าผู้ต้องหาหลบหนี...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ก.พ.59 ที่ สภ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผบก.ภ.จ.นครปฐม ได้เดินทางมาประชุมเพื่อคลี่คลายคดี ที่นายไน ชาวเมียนมา อายุ 32 ปี ถูกฆ่าปาดคอ มีดแทงท้องจนไส้ทะลัก เสียชีวิตในพงหญ้าริมถนนซอยหลังโรงงานแห่งหนึ่ง หมู่ 5 ต.ยายชา อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยมีชาวบ้านพบศพเมื่อ 08.30 น. ของวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.อ.รัตนะ ปานจันทร์ รอง ผบก.ภ.จ.นครปฐม พ.ต.อ.อุดม เปี่ยมศักดิ์ ผกก.กสส.ภ.จ.นครปฐม พ.ต.ท.ปรีชา ทิมหอม รอง ผกก.กสส. พ.ต.อ.ชัชชาย คล้ายคลึง ผกก.สภ.สามพราน พ.ต.ท.โชติช่วง ภานุทัศ รอง ผกก.สส. ชุดสืบสวน ภ.จ.นครปฐม และชุดสืบสวน สภ.สามพราน โดยใช้เวลากว่า 1 ชม.

ขณะกำลังประชุม พ.ต.อ.ชัชชาย คล้ายคลึง ผกก.สภ.สามพราน ได้รับรายงานจากชุดสืบสวนว่า ได้พบผู้ต้องสงสัยตามคำบอกเล่าของพยานชาวเมียนมาว่า เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 7 ก.พ.59 ได้เห็นนายไน ผู้ตาย มาหานายตินลวย สัญชาติเมียนมา อายุ 30 ปี และนายอองลวิน สัญชาติเมียนมา อายุ 31 ปี ซึ่งทั้ง 2 เป็นพี่น้องกัน ที่ห้องเช่าไม่มีชื่อ อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 600 เมตร มาหาที่ห้องชวนกันออกไปทานเหล้า จากนั้นทั้ง 3 ก็ออกไปด้วยกัน จนกระทั่งเมื่อ 08.00 น. เห็นแต่นายตินลวยคนเดียวที่กลับมาบ้าน แต่ไม่เห็นตัวนายอองลวิน คนพี่

จากนั้น พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผบก.ได้ให้ พ.ต.อ.ชัชชาย คล้ายคลึง ผกก.สภ.สามพราน นำกำลังเดินทางไปที่ห้องเช่าของนายตินลวย หมู่ 5 ต.ยายชา อ.สามพราน ใกล้โรงงานมาลี เชิญตัวมาสอบสวน เมื่อไปถึงพบนายตินลวยกำลังนอนอยู่ภายในบ้านจึงเชิญตัวมาสอบสวน จนนายตินลวยยอมปริปากรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายอองลวิน พี่ชาย ฆ่านายไน โดยตัวเองเป็นคนจับตัวนายไน ล็อกไว้ ส่วนนายอองลวินชี่ชาย เป็นคนใช้มีดปาดคอและแทงนายไน ตาย โดยสาเหตุมาจากดื่มสุราเมา แล้วเกิดทะเลาะกัน

นายตินลวย เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า ตนเองและพี่ชายรวมถึงนายไน คนตาย เคยทำงานอยู่ที่เดียวกันที่โรงชำแหละหมู ในเขต ต.บ่อพลับ อ.เมืองนครปฐม เมื่อปีกว่า และขอให้นายจ้างทำบัตรทำงานให้ จนเมื่อปลายปี 2558 นายจ้างก็ทำบัตรทำงานให้ เมื่อได้บัตรมาแล้วเห็นว่านายจ้างเอาเปรียบหักเงินมากเกินไป ทั้งสามจึงปรึกษากันหนีออกมาหางานทำใหม่ โดยตนเองเข้าทำงานที่โรงงานมาลี ผลิตน้ำผลไม้ ส่วนพี่ชายนายอองลวิน ไปเข้าทำงานที่บริษัท โอตานิ ผลิตยางรถยนต์ที่ อ.นครชัยศรี ส่วนนายไน นั้นไปทำงานที่โรงงานผลิตฟุตบอล ซึ่งอยู่พุทธมณฑลสาย 7 อ.สามพราน ก่อนเกิดเหตุนายไนได้มาที่ห้องเช่าพร้อมกับเอ่ยปากชวนไปกินเหล้า เพราะได้เงินแต๊ะเอียมา พวกตนจึงออกไปกินเหล้านอกบ้านที่ร้านอาหารข้างทางด้านหน้าโรงงานมาลี จนกระทั่งเกือบเที่ยงคืน ร้านปิดจึงชวนกันกลับ

นายตินลวย เล่าต่อว่า นายไน เมาจนเดินไม่ไหวจะกลับบ้านที่พักที่พุทธมณฑลสาย 7 แต่ตนเองและนายอองลวิน เห็นเมามากจึงชวนให้ไปพักที่ห้องพักก่อน ที่แรกนายไนก็ยอมไป แต่พอเดินกลับมาถึงด้านหลังของโรงงาน นายไน ก็เริ่มงี่เง่าด่าว่าพวกตนทิ้งหนีไปทำงานที่อื่น ไม่ยอมเอานายไนไปทำงานด้วย จนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงและเกิดชกต่อยกันก่อน ตนเห็นนายอองลวินพี่ชาย สู้ไม่ได้เลยวิ่งเข้าล็อกตัวผู้ตายไว้ไม่ให้ทำร้ายพี่ชาย นายอองลวินใช้ช่วงจังหวะนี้ชักมีดที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมาปาดที่คอนายไนก่อน นายไนล้มลง พี่ชายจึงใช้มีดแทงเข้าที่ท้องซ้ำอีก จนนายไนนอนจมกองเลือดแน่นิ่ง ตนและพี่ชายจึงทิ้งศพไว้กลับมาที่ห้องเช่า แต่พี่ชายกลัวตำรวจ เมื่อกลับมาบ้านรีบเก็บเสื้อผ้าหนีออกจากห้องไป โดยไม่บอกว่าไปที่ไหน

หลังจากที่นายตินลวย รับสารภาพแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งให้ชุดสืบสวนออกตามล่าตัวนายอองลวิน ตามบ้านเพื่อนคนงานชาวเมียนมาด้วยกันและที่โรงงานที่นายอองลวินทำงานอยู่ แต่ไม่พบตัว จึงประสานไปยัง ตม.ด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี เพื่อให้ตรวจสอบหาตัวนายอองลวิน นำตัวมาดำเนินคดี ส่วนนายตินลวย นั้นได้สั่งให้สอบสวนอย่างละเอียด และให้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในตอนเช้าของวันที่ 10 ก.พ.59 โดยตั้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    81.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    19.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement