ทดสอบทางไกลไปปราณบุรีกับสุดหล่อร่างบึ้ก LEXUS RX200t F-SPORT - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ทดสอบทางไกลไปปราณบุรีกับสุดหล่อร่างบึ้ก LEXUS RX200t F-SPORT

โดย อาคม รวมสุวรรณ 9 ก.พ. 2559 15:00
4,330 ครั้ง


วันเวลาผ่านไป ยอดขายที่ดีของ RX Model ทำให้ Lexus มีงานล้นมือในการพัฒนารถอเนกประสงค์เจนเนอเรชั่นที่สี่ให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ Concept Car รุ่น LF-NX ที่ถูกนำไปจัดแสดงตามงานแสดงรถยนต์ระดับโลกทั้งในญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยจากเรือนร่างที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมของมัน หลังจากนั้นไม่นาน ยอดขายแจ่มๆ ของครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ 5 ประตู รุ่น NX ที่สามารถซิวยอดขายในประเทศรวมถึงประเทศในแถบอเมริกาเหนือ โดยถ่ายเทเรือนร่างของ Concept Car รุ่น LF-NX ทำให้รูปลักษณ์ของ RX รุ่นใหม่ล่าสุดยังคงยึดโยงกับเส้นสายที่แสดงออกถึงความกล้าหาญในการออกแบบของ LF-NX รถต้นแบบแนวคิดครอสโอเวอร์อนาคตที่กลายมาเป็นรถคันจริง การประเดิมตลาดชิมลางด้วยโมเดล NX ยานครอสโอเวอร์จอมหรูผู้น้องของ RX Model ตามด้วยยอดขายที่ดี ทำให้ RX รุ่นใหม่มีรูปทรงที่ดูคล้ายกับ NX แทบจะแยกกันไม่ออกหากไม่นำมาจอดเทียบวัดสัดส่วนและรายละเอียดที่เสาท้ายของรถทั้งสองรุ่น

ด้วยขนาดที่โตกว่ารุ่นที่แล้วอย่างเห็นได้ชัดของ RX เจนเนอเรชั่นล่าสุดมีความสมส่วนลงตัว ด้านหน้าโหดขึ้นกว่าเดิมเยอะด้วยกระจังหน้าแบบ 6 เหลี่ยมล้อมหกรอบด้วยพลาสติกโครเมียมสีเงิน กระจังหน้า Spindle Grille ของ RX เวอร์ชั่น F-Sport เต็มไปด้วยรายละเอียดที่แตกต่างไปจากเวอร์ชั่นที่ถูกกว่าอย่าง Premium และ Luxury ช่องรับอากาศของ RX200t F-Sport มีตะแกรงรังผึ้งพลาสติกสีดำครอบคลุมเกือบทั้งหมดจากส่วนหน้าของตัวรถ สปอยเลอร์หน้าขนาดใหญ่ครอบทับส่วนหน้าทั้งหมด ชายล่างของสปอยเลอร์หน้ามีชิ้นงานกันกระแทก ไฟตัดหมอกเต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมที่แปลกประหลาดมีรูปแบบที่เชื่อมโยงกับกระจังหน้า ไฟหน้ามีหลอดไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights อยู่ในกรอบไฟหน้าแตกต่างจากไฟหรี่ LED ของ Lexus NX ผู้น้องที่แยกชุดไฟหรี่ย้ายมาอยู่ใต้ไฟหน้าแทนที่จะรวมอยู่ในกรอบไฟเดียวกัน ไฟหน้า Bi-LED สามดวงให้กำลังในการส่องสว่างสูง ฝากระโปรงหน้าเชื่อมโยงกับมุมของกระจัง Spindle Grille โดยยกสันมุมขึ้นเล็กน้อยบริเวณที่ติดกับแก้มข้าง โดยภาพรวม ด้านหน้าของ Lexus New RX200t รุ่น F-Sport มีให้คุณทั้งความงามที่แปลกตาและความดุดันเมื่ออยู่ในสีน้ำเงินเข้ม Deep Blue Mica ซึ่งเป็นสีใหม่ล่าสุดของ RX เจนเนอเรชั่นที่สี่คันนี้

ด้านข้างยังมีเส้นนำสายตาและเส้นที่จงใจแสดงให้เห็นถึงมิติที่มีทั้งเหลี่ยมมุมและความเฉียบคมยามแสงตกกระทบ จุดเด่นบริเวณด้านข้างของ RX200t F-Sport ไล่จากแก้มข้างที่กรุโพงซุ้มล้อด้วยพลาสติกกันกระแทกเหมือนครอสโอเวอร์-เอสยูวีหรูจากยุโรป เส้นข้างตัวรถลากจากไฟหน้าทะแยงขึ้นบนเล็กน้อยไปจรดกับไฟท้าย เสาหน้าค่อนข้างลาดเอน เชื่อมต่อกับกระจกและผืนหลังคาที่ค่อยๆ ลดระดับไปจนถึงเสาท้าย กรอบกระจกบังลมกรุด้วยเส้นโลหะสีเงิน เสาท้ายพร้อมช่องหน้าต่างที่ลดความอึดอัดและเพิ่มทัศนวิสัยมุมมองด้วยการเจาะเสาท้ายพร้อมกับติดตั้งกระจกเพื่อเพิ่มความโปร่งโล่ง สันหลังคามีโครงแรคหลังคาโลหะไว้ยึดกับแรคเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการขนสัมภาระ รถ Lexus RX200t รุ่น F-Sport ใส่ล้ออัลลอยแบบก้านถี่ลายล่าสุด F-Sport Package สีทองเหลือบดำขนาด 20 นิ้ว ใหญ่โตสะใจเต็มซุ้มล้อ ยาง Dunlop Sport MAXX 050 ไซส์ 235/55R20 สำหรับมิติขนาดของตัวรถ มีความกว้าง 1,895 มิลลิเมตร ยาว 4,890 มิลลิเมตรและสูง 1,690 มิลลิเมตร ความยาวดุมล้อหน้าถึงดุมล้อหลัง 2,790 มิลลิเมตร ถังเชื้อเพลิงจุ 72 ลิตร น้ำหนักตัวรถมากถึง 2,575 กิโลกรัมเลยทีเดียว

สัดส่วนท้ายรถหรือบั้นท้ายยังมีเหลี่ยมมุมที่เชื่อมโยงกันตลอดทั่วทั้งคัน ไฟท้ายทรงเหลี่ยมแบบล่าสุดยัดหลอด LED รูปตัว L สำหรับรุ่น 200t F-Sport ไฟเลี้ยวทำเก๋ด้วยการใช้หลอด LED ในตำแหน่งไฟเลี้ยวที่กะพริบจากด้านในไปด้านนอก LED Sequential เพิ่มมุมมองด้านความปลอดภัยในการเปลี่ยนเลน ฝาท้ายไฟฟ้าใช้ระบบเปิดฝาท้ายแบบใหม่ Touch Power back door ครั้งแรกในรถ Lexus กับระบบเปิดฝาท้ายอัตโนมัติ แค่ยื่นมือเหนือสัญลักษณ์ Lexus ที่ฝาท้าย เซนเซอร์ที่ติดตั้งจะรับสัญญาณแล้วสั่งให้ฝาท้ายเปิดออกแบบอัตโนมัติ เพิ่มความสะดวกขณะขนของชิ้นโตหรือตัวถังวิ่งลุยโคลนมาจนเลอะเทอะแล้วไม่สามารถเอื้อมมือไปกดเพื่อเปิดฝาท้ายได้ (กุญแจต้องอยู่กับตัว) ฝาท้ายเปิดออกด้วยมุมที่กว้างและสูงมากเป็นพิเศษ รวมถึงเบาะหลังที่มีสวิทช์พับและกางเบาะด้วยการกดปุ่มเพียงแค่ครั้งเดียว สปอยเลอร์หลังติดตั้งแผ่นพลาสติกสะท้องแสงที่มุมด้านข้าง ท่อระบายไอเสียของรุ่น F-Sport ทรงเหลี่ยม สอดรับกับชิ้นงานโลหะที่กรุปิดทับขอบตรงกึ่งกลางของสปอยเลอร์หลังเพื่อยกระดับความหรู ไฟเบรกดวงที่สามหลอด LED ติดตั้งอยู่ด้านบนกึ่งกลางของกระจกบานฝาท้าย กล้องมองหลังพร้อมเซนเซอร์ของ RX200t F-Sport ช่วยให้การขับถอยหลังมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเนื่องจากทำตัวเป็นครอสโอเวอร์-เอสยูวีที่มีสัดส่วนความสูงมากกว่ารถซีดาน จึงต้องมีกล้องแสดงภาพด้านหลังที่ทำงานร่วมแกนกับเกียร์ R หรือเกียร์ถอยเพื่อความปลอดภัย

ห้องโดยสารของ Lexus RX200t F-Sport ยังคงมีกลิ่นไอของรถญี่ปุ่นอยู่เต็มเหนี่ยว แผงแดชบอร์ดแบบสองชั้นเน้นความหรูหราของหนังที่ใช้หุ้มพร้อมตัดขอบด้วยพลาสติกสีเงิน เบาะหน้าแบบสปอร์ตในรุ่น F-Sport ผลิตจากโฟมมิ่ง หล่อขึ้นรูปแบบชิ้นเดียวปรับระดับด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง รองรับสรีระคนขับได้กระชับและมั่นคง เบาะยังมีพัดลมภายในที่ให้ทั้งลมเย็นหรืออุ่นเบาะขณะอากาศเย็น ระบบชาร์จไฟแบบไร้สาย มีแท่นชาร์จแบบไร้สายบริเวณกล่องคอนโซลกลาง รองรับระบบชาร์จไฟแบบ Qi โดยวางโทรศัพท์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องเสียบสายชาร์จ

มาตรวัดในรุ่น 200t F-Sport เป็นมาตรวัดแบบ TFT LCD thin film transistor ขนาดใหญ่ ออกแบบคล้ายมาตรวัดในระบบอนาล็อก หรุล้อมกรอบมาตรวัดทรงกลมด้วยพลาสติกสีเงิน มาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอลอยู่กลางมาตรวัดรอบ พร้อมกับการแสดงผลของโหมดขับเคลื่อน มุมขวาสุดเป็นมาตรวัดอุณหภูมิของเครื่องยนต์และระดับของเชื้อเพลิงภายในถัง RX200t F-Sport ยังมีจอ HUD head up display แสดงผลข้อมูลของการขับขี่โดยยิงภาพสะท้อนขึ้นไปที่กระจกบังลมบานหน้าส่วนล่างตรงหน้าของคนขับในระดับสายตา ทำให้สามารถอ่านข้อมูลที่สำคัญขณะขับเคลื่อนโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน

สวิทช์ปรับโหมดของการขับเคลื่อน 4 รูปแบบใน RX200t F-Sport เริ่มจาก ECO โหมดประหยัด / Normal โหมดปกติ / Sport โหมดขับเคลื่อนแบบสปอร์ต / Sport+ โหมดขับเคลื่อนสูงสุด ที่สามารถปรับแต่งระบบขับเคลื่อน ระบบ AVS พวงมาลัยไฟฟ้า และระบบปรับอากาศได้ตามต้องการ

กึ่งกลางแดชบอร์ดมีจอแสดงผลขนาดยักษ์ EMV RTI navi ขนาด 12.3 นิ้ว ใช้ฟังก์ชั่นแบบผสมผสานการทำงานของระบบมัลติมีเดีย ระบบนำทางด้วยดาวเทียม ข้อมูลของระบบต่างๆ และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกกับมอนิเตอร์ของกล้องมองหลังและกล้องมองด้านข้าง 

จอสี TFT MID multi information display - thin film transistor ขนาด 4.2 นิ้ว บริเวณด้านซ้ายของแผงมาตรวัด แสดงผลอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและแรงบิดในแต่ละล้อ แสดงผล G Sensor และองศาของการเลี้ยว อัตราเร่ง บาร์วัดแรงดันในระบบเบรคแบบไฮโดรลิก รวมถึงการบูสของเทอร์โบ

หัวใจของการขับเคลื่อนใน RX200t F-SPORT เป็นเครื่องยนต์รุ่นใหม่ของ Lexus ขนาดความจุ 2 ลิตร 1,998 ซีซี มีรูปแบบการทำงาน ด้วยชุดฝาสูบ atkinson cycle พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผัน Lexus ออกแบบเครื่องยนต์ที่เน้นการใช้น้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพหรือประหยัดน้ำมันมากที่สุด เครื่องยนต์แบบ Atkinson Cycle ออกแบบมาเป็นพิเศษทำให้เครื่องยนต์มีแรงเสียดทานของชิ้นส่วนต่างๆ ลดลง เพลาข้อเหวี่ยงเยื้องศูนย์ที่ช่วยให้ลูกสูบเคลื่อนที่โดยที่ใช้แรงน้อยกว่า ไปจนถึงจังหวะระเบิดที่ยาวนานกว่าเครื่องยนต์ Otto Cycle ซึ่งเป็นพื้นฐานของเครื่องยนต์ 4 จังหวะทั่วไป สามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้บ่อยโดยไม่มีแรงกระชากหรือสึกหรอมากเหมือนเครื่องยนต์แบบอื่น เนื่องจากเครื่องยนต์ Atkinson Cycle มีระยะลูกสูบที่ขยายลงเมื่อมีการจุดระเบิดยาวกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป จึงใช้งานแรงดันได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังมีความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้น้อยกว่าเครื่องยนต์สี่สูบเรียงธรรมดา เนื่องจากอากาศที่ไหลเข้ามีปริมาณที่มากกว่า จุดด้อยของเครื่องยนต์แบบ Atkinson Cycle คือการเสียเปรียบเชิงกลในเรื่องของแรงบิดรอบต่ำ แต่ไม่ถึงกับทำให้สมรรถนะหดหาย เนื่องจากเครื่องยนต์ของ RX200t มีระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผัน twin scroll turbocharger คอยทำหน้าที่สร้างแรงบิดนั่นเอง แถมแรงบิดยังสูงกว่าของเครื่องยนต์เบนซินที่ไม่มีระบบอัดอากาศและประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่า

เครื่องเบนซินแบบแถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว รหัส 8AR-FTS พร้อมกลไกวาล์วแปรผันสองฝั่ง VVT-iW โดยมีการปรับปรุงกลไกแปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย อัดอากาศเข้าท่อร่วมไอดีด้วยเทอร์โบ วาล์วแปรผันระบบ VVT-iW นี้มีระยะการทำงานที่ยาวขึ้นมากกว่าระบบ VVT-i แบบปกติ ได้กำลังสูงสุด 238 แรงม้า ที่ 4,800-5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร มาในย่าน 1,650-4,000 รอบต่อนาที ชุดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ D-4ST Direct - injection 4 stroke gasoline engine Superior version with Turbo ชุดอัดอากาศแบบ twin scroll turbocharger นับเป็นครั้งแรกที่ Lexus เลือกใช้เครื่องยนต์อัดเทอร์โบที่มีการแปรผันการทำงานไปตามรอบของเครื่องยนต์ กำลังแรงบิด 350 นิวตันเมตร มาในแบบ flat torque แรงบิดครอบคลุมตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบสูงสุด ระบบอัดอากาศ twin scroll turbocharger ใช้การลดอุณหภูมิของไอดีก่อนประจุเข้าไปในห้องเผาไหม้ด้วยระบบ Air-toliquid อินเตอร์คูลเลอร์ เครื่อง 8AR-FTS มีการออกแบบฝาสูบใหม่และตัวเทอร์โบที่ประกบเข้าหากัน ฝาสูบมีการออกแบบท่อร่วมไอเสียโดยเชื่อมต่อระหว่างสูบที่หนึ่งและสูบที่สี่ สูบที่สองเชื่อมต่อกับสูบที่สาม ฝาสูบมีช่องทางออกของไอเสียสองช่อง ด้านบนเป็นช่องไอเสียของสูบหนึ่งและสูบที่สี่ ส่วนด้านล่างเป็นช่องไอเสียของสูบสองและสาม เครื่อง 8AR-FTS วางตามขวางโดยติดตั้งเทอร์โบอยู่บริเวณด้านหน้าของตัวเครื่อง ส่วนอินเตอร์คูลเลอร์ถูกย้ายไปอยู่ทางด้านหลังของเครื่องยนต์ ชุดอินเตอร์คูลเลอร์มีขนาดเล็กกะทัดรัดไม่กินพื้นที่ของห้องเครื่องยนต์

ท่อนำอากาศเข้าเครื่องยนต์มีลักษณ์เป็นรูพรุนภายใน ออกแบบมาเพื่อทำให้อากาศที่ไหลเข้าไปมีความราบรื่นและเงียบขึ้น โครงสร้างของเทอร์โบแบบ twin scroll turbocharger ในเครื่องยนต์ 8AR-FTS มีรูปแบบเทอร์โบที่มีโข่งไอเสีย (Turbine Housing) เป็นลักษณะ 2 ช่องนั่น ประโยชน์ที่ได้รับคือเทอร์โบสามารถทำงานบูสได้เต็มประสิทธิภาพและเร็วกว่าเทอร์โบแบบ Single Scroll แม้เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ในรอบที่ไม่สูงหรือไอเสียยังน้อยอยู่ เครื่องยนต์ 4 สูบใช้ไอเสียจากสูบที่ 2 และ 3 มาเป่าช่องแรกที่โข่งไอเสีย คือช่องซึ่งใกล้กับกันรุนตัวหลัง โดยไอเสียจะวิ่งผ่านรูในโข่งซึ่งถูกรีดให้แคบลงเพื่อเร่งความเร็วของอากาศ (คล้ายกับการบีบปลายสายยางขณะฉีดน้ำปริมาณเท่าเดิม) ไปชนที่ส่วนฐานของเทอร์ไบน์ส่วนที่อยู่ใกล้ Diameter ของแกนเทอร์โบ / ช่องที่ 2 จะรับไอเสียจากสูบที่ 1 และ 4 คือช่องที่อยู่ในโข่งไอเสียฝั่งที่ใกล้กับ Down pipe จะถูกไอเสียเป่าส่วนกลางและส่วนยอดของกังหันเทอร์ไบ เพื่อป้องกันไอเสียหมุนวนและชนกันภายใน การทำงานของ twin scroll turbocharger ทำให้ไอเสียสามารถสร้างพลังงานในรอบต่ำมากพอที่จะหมุนให้เกิดกำลังได้เร็วกว่าเทอร์โบแบบ Single Scroll

เครื่อง 2 ลิตรสูบเรียงอัดเทอร์โบเชื่อมต่อกับเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ 6 สปีด พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยในรุ่น F-Sport สมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 9.5 วินาที และมีความเร็วปลายที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 11.5 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อย CO2 195 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร มาตรฐานมลพิษ EURO-6 ระบบรองรับด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช็คอัพและเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบนพร้อมกันโคลง รุ่น 200t F-Sport ติดตั้งโช็คอัพแบบ Active ทั้งสี่ตัว พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับการทำงานในระบบ AVS - Adaptive Variable Suspension System โดยจะปรับค่าความหนืดของโช็คอัพอัตโนมัติขึ้นอยู่กับสภาพทางที่ขับผ่าน ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ AWD ในสภาวะปกติจะขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า จนกว่าเซนเซอร์จะตรวจพบว่าล้อหน้าเกิดการลื่นไถล ระบบขับเคลื่อนจะสั่งให้เฟืองทดกำลังถ่ายเทแรงบิดไปยังล้อหลัง

สาธยายสรรพคุณกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มาถึงเวลาของการลองขับทดสอบ รุ่น F-Sport ใน RX200t นั้นมีความเหนือชั้นกว่ารุ่น Luxury และ Premium จากอุปกรณ์ตกแต่งแบบสปอร์ตซึ่งมีส่วนทำให้ RX200t F-Sport แตกต่างทั้งในด้านอุปกรณ์และความสวยงามลามไปถึงโหมดขับเคลื่อนที่ F-Sport มีโหมด Spors S Plus เอาไว้สร้างความบันเทิง โมเดล RX โดยเฉพาะรุ่น Hybrid นับเป็นรถรุ่นขายดีของ Lexus จากยอดขายทั่วโลกรวม 2.2 ล้านคัน นับจากเจนเนอเรชั่นแรกสุดจนมาถึงเจนเนอเรชั่นที่ 3 สำหรับรถทดสอบซึ่งเป็น RX เจนเนอเรชั่นที่ 4 ยังคงความหรูหรามาเต็มด้วยองค์ประกอบโดยรวมของตัวรถที่แต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดแต่งสปอร์ตราคาแพงของแบรนด์หัวลูกศร RX200t F-Sport มีเบาะนั่งคู่หน้าที่ค่อนข้างสูงแต่ปรับให้เตี้ยลงได้ด้วยสวิทช์ปรับเบาะด้านข้าง ภายในที่เน้นวัสดุอุปกรณ์ไฮโซราคาไม่ถูก ยังติดยึดกับแนวทางญี่ปุ่นมากไปนิด ห้องโดยสารที่แปลกแยกเป็นเอกลักษณ์ทางอารมณ์ของ Lexus แตกต่างไปจากห้องโดยสารของ Mercedes Benz GLC 250d AMG Dynamic หรือแม้แต่ BMW X5 sDRIVE25D M-Sport รวมถึงราคาของ RX200t รุ่น F-Sport ก็ยังแพงกว่าถึง 4 แสนบาท เป็นราคาค่าตัวที่ทำให้เศรษฐีต้องคิดหนักอยู่เหมือนกันสำหรับการเลือกซื้อเอสยูวีคันใหม่ที่ขึ้นตรงกับเงินในกระเป๋า โดยมีสมรรถนะและความชอบส่วนตัวมาคอยกำหนดชี้นำความอยากได้อยากมีอยู่ในหัวสมอง

Lexus RX200t กลายเป็นรถยนต์โมเดลล่าสุดในกลุ่ม Crossover / SUV ที่ Lexus ใช้ความพยายามอย่างมากในการพัฒนาเพื่อเอาชนะรถคู่แข่งจากเยอรมนี รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผัน ผมและเพื่อนสื่อมวลชน คุณสินธุ์ชัย ภมรพล หรือพี่อ้วน คอลัมนิสต์และนักจัดรายการรถยนต์ชื่อดังจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจและเดอะเนชั่น เดินมาขึ้นรถทดสอบที่ทางทีมพีอาร์ของ Lexus จัดไว้ให้ขับทดสอบในช่วงเช้า สำหรับการขับในช่วงแรก ผมและพี่อ้วนจะลองขับ Lexus RX รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตรติดเทอร์โบ 238 แรงม้า โดยจะขับเจ้า RX ตัวใหม่ทั้งรุ่นมาตรฐานและรุ่นตกแต่งด้วยอุปกรณ์พิเศษแบบสปอร์ตหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ F-SPORT ส่วนเส้นทางของการขับทดสอบเป็นการขับขี่แบบ Free Run จากด้านหน้าอาคารออลซีซั่นถนนวิทยุมุ่งหน้าไปยังอำเภอปราณบุรีแถบปากน้ำปราณ รวมระยะทางทดสอบทั้งหมดกว่า 228 กิโลเมตร เป็นการขับทดสอบเพื่อดูว่า New RX คันใหม่ของ Lexus จะสามารถรักษาชื่อเสียงและมาตรฐานอันสูงส่งของแบรนด์หัวลูกศรเอาไว้ได้หรือไม่

ผมกับพี่อ้วน สินธุ์ชัย ภมรพล ในรถทดสอบ Lexus New NX200t รุ่น F-SPORT สีน้ำเงินเข้ม Deep Blue Mica ซึ่งเป็นสีใหม่ของ New RX Model ไม้แรกสุดเป็นหน้าที่ของพี่อ้วนโดยขยับรถทดสอบไหลตามกันออกมาในย่านความเร็วที่ไม่มากนักเพื่อทำความคุ้นเคยกับท่านั่งควบคุม ใน RX รุ่นล่าสุด ให้ความรู้สึกในตำแหน่งเบาะผู้โดยสารตอนหน้าแตกต่างจาก Lexus RX270-350 รุ่นที่แล้วอยู่พอสมควร ห้องโดยสารที่มีพื้นที่พอเพียงสำหรับ 5 คน พอมานั่งกันแค่สองคนจึงรู้สึกโล่งเป็นพิเศษ ห้องโดยสารของ New RX มีระยะห่างระหว่างศีรษะกับเพดานมากพอที่จะสร้างความรู้สึกโปร่งโล่ง เนื่องจากรูปแบบที่ออกแนวสปอร์ตอเนกประสงค์ 5 ที่นั่งของตัวรถซึ่งมีหลังคาที่ค่อนข้างสูง สำหรับพื้นที่ในการวางเท้านั้นมีให้อย่างเหลือเฟือ พี่อ้วน ซึ่งรับหน้าที่ขับทดสอบเป็นคนแรกจะต้องขับออกจากกรุงเทพมหานครลากยาวไปอีก 100 กิโลเมตร ก่อนที่จะถึงจุดแวะพักเปลี่ยนคนขับในแถบวังมะนาว สภาพการณ์ใน New RX200t F-Sport เมื่อทำการสตาร์ตเครื่องยนต์ก็พบกับความเงียบงันของห้องโดยสาร มาตรการกักเก็บเสียงแปลกปลอมจากภายนอกที่ดีของ Lexus ประกอบด้วยวัสดุซับเสียงทำให้เกิดความเงียบงันเมื่อวิ่งด้วยความเร็วต่ำในเมือง ความเงียบของห้องโดยสารคล้ายกับ Benz GLC 250d และ X5 sDRIVE 25d การขับเคลื่อนทั้งหมดของ RX200t เกิดจากเครื่อง 2 ลิตรเทอร์โบรหัส 8AR-FTS มีเพียงแค่เสียงของยาง Dunlop Sport MAXX 050 ขนาด 235/55R20 ที่มีแก้มและเนื้อยางค่อนข้างแข็งดังเข้ามาให้พอได้ยินที่ย่านความเร็วเดินทาง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แปลกใจอยู่เหมือนกันที่ Lexus เลือกใช้ยาง Dunlop แทนที่จะเป็น Yokohama หรือ Toyo tire ซึ่งเป็นแบรนด์ยางของญี่ปุ่นที่ให้ความเงียบและความนุ่มนวลกว่ายาง Dunlop อยู่พอสมควร

Lexus New RX เป็นรถ Crossover / SUV คลาสพรีเมียมเกรด A ที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของพวกเศรษฐี เครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตร 4 สูบเรียง 1,998 ซีซี 238 แรงม้า อัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผันพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ส่งแรงบิดจากเครื่องไปยังชุดส่งกำลังซึ่งเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด การเสริมแรงบิดด้วยเทอร์โบประสิทธิภาพสูงเกิดขึ้นทันทีที่คันเร่งถูกกด ตำแหน่งของการนั่งโดยสารบริเวณเบาะหน้าอยู่ในเกณฑ์ดี นั่งสบายคลายกังวลจากสัมผัสที่ออกแนวแน่นๆ หนึบๆ ของ RX รุ่นล่าสุด ทางลาดยางที่ค่อนข้างเรียบทำให้ระบบรองรับของ Lexus RX200t F-Sport ทำหน้าที่ส่งถ่ายความสบายในการนั่งทางยาว ที่ความเร็วเดินทางประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจ้า RX200t F-Sport วิ่งได้เนี้ยบมากราวกับกำลังคลานอยู่ที่ย่านความเร็วต่ำ ช่วงล่างที่ขึ้นชื่อลือชาว่าไม่เป็นสองรองจาก Benz และ BMW มีความมาดมั่นสูงจากความนิ่ง พวงมาลัยไฟฟ้าก็เริดมีส่วนผสมของ BMW และ Benz อยู่ในนั้น รอให้คุณไปค้นหาเอาเองเพิ่มเติม แม้จะผ่านผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอคนนั่งก็ยังรู้สึกสบายตัวไม่หัวโยกหัวคลอนจากระบบรองรับที่ปรับจูนมาได้เริดหรูอลังการ เครื่องยนต์ 8AR-FTS ที่ออกแบบมาเพื่อให้ทั้งความประหยัดและความแรง ส่งผลไปถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ Lexus RX250 รุ่นที่ผ่านมา มิติตัวถังที่ใหญ่โตกว่าเดิมนิดหน่อยแต่กลับทำให้น้ำหนักตัวบานเบอะมากถึง 2.5 ตัน สร้างภารกรรมให้กับเครื่องยนต์อยู่บ้าง อุปกรณ์เยอะระบบความปลอดภัยแยะ และระบบขับเคลื่อนที่ค่อนข้างมีน้ำหนักทำให้รุ่น F-Sport ตัวหนักเกินเหตุ ระบบส่งกำลังซึ่งใช้เกียร์ออโตทอร์คคอนเวอร์เตอร์ 6 สปีด ส่งถ่ายความนวลออกมาในการเปลี่ยนอัตราทด เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่มีความเรียบและนิ่มนวล ปราศจากอาการกระโชกโฮกฮากที่นักขับบางคนอาจชอบหรือไม่ชอบ เกียร์ที่ทำงานได้ไหลลื่น ตัดต่อขึ้นลงได้เนียนหูเนียนตา เป็นชุดส่งกำลังอัตโนมัติในรถอเนกประสงค์ของ Lexus ที่เน้นความลื่นไหลมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคนที่ชอบเปลี่ยนเกียร์ด้วย Paddle Shift

จุดแวะพักที่ย่านวังมะนาวบริเวณ Danus Hobby Farm หลังจากแวะทานน้ำถ่ายรูปอยู่ครึ่งชั่วโมง รถทดสอบ New RX ทั้ง 6 คัน 3 รุ่น ออกเดินทางต่อไปยังปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติป่าละอู ก่อนที่จะวกออกมาแล้วมุ่งตรงไปยังปากน้ำปราณฯ โดยมีผมเข้ามารับหน้าที่ควบคุมเจ้าสุดหล่อมาดเนี้ยบ RX200t ต่อจากพี่อ้วน ใน RX200t รุ่น F-SPORT มีโหมดสำหรับการจัดการที่ดีอยู่ถึง 3 ระดับให้ผู้ขับเลือกใช้ โหมด ECO ใช้สำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องขับในย่านความเร็วต่ำ โหมดนี้จะทำงานร่วมแกนกับ Auto Start/Stop โหมด ECO ใช้สำหรับการขับขี่ทั่วไปโดยมีการทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์ที่ยืดหยุ่นสูงผนวกกับอัตราสิ้นเปลืองที่ดีเมื่อใช้คันเร่งเท่าที่จำเป็นไปตามสภาพการของการจราจร เกียร์จะดันขึ้นสู่เกียร์สูงอย่างรวดเร็วเพื่อลดรอบเครื่องยนต์ ส่งผลให้มีความประหยัด ส่วนโหมด Normal เป็นโหมดปกติที่ใช้ขับแบบผสมเร็วก็ได้ช้าก็ดี สำหรับ Sport Mode นั้น ออกแบบมาเพื่อการขับที่เร็วขึ้น โดยจะดึงเอาสมรรถนะเกือบทั้งหมดออกมาสำหรับการเร่งความเร็ว โหมดสุดท้ายใน RX200t F-Sport คือ Sport S Plus หรือ Sport + ซึ่งเป็นโหมดสูงสุด เมื่อหมุนสวิทช์ทรงกลมที่ใช้ปรับโหมดขับเคลื่อนเข้าสู่ Sport S Plus Mode คาแรกเตอร์แบบคุณชายพุฒิภัทรของเจ้า RX200t จะเปลี่ยนตัวตนของมันทันทีจากรถบ้านจ่ายกับข้าวสไตล์ยกสูงของพวกไฮโซมาเป็นแฮตช์แบค 5 ประตู ที่มีอัตราเร่งร้อนแรงใช้ได้เลยทีเดียว

แรงดึงจากเครื่องตัวเล็กอัดเทอร์โบบนน้ำหนักตัว 2.5 ตัน ของเจ้ายักษ์ขับเคลื่อน 4 ล้อคันนี้ ไม่มากเท่าที่ควรเนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไปแต่ก็มีแรงดึงมากพอที่จะทำให้รู้สึกถึงการพุ่งทะยานไปข้างหน้า เสียงท่อระบายท้ายกับเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ดังเข้ามาจากภายนอกเมื่อคันเร่งโดนกดจนจมมิดพรมปูพื้น การปรับตั้งเสียงท่อระบายและเสียงท่อไอดีใน Lexus New RX เกิดจากการพัฒนาควบคู่กับบริษัท Yamaha ซึ่งใช้แนวคิด Acoustic ในการปรับระดับความดังของท่อทางต่างๆ ขั้นตอนอันสลับซับซ้อนที่เกิดขึ้นในช่วงพัฒนาตัวรถ ในขั้นตอนของการพัฒนา เสียงเครื่องและเสียงท่อท้ายที่ระดับความเร็วต่างกันมีลมผ่านเข้าไปยังท่อไอดีและผ่านออกไปที่ท่อระบายไอเสีย วิศวกรของ Lexus ได้ทำการทดลองและนำเอาเสียงหรือความถี่ของเสียงในย่านที่ดีที่สุด ซึ่งเกิดขึ้นจากการทำงานของเครื่องยนต์ไปจนถึงหม้อพักและออกไปยังปลายท่อระบายท้ายมาปรับแต่งเพื่อทำให้เสียงการทำงานของ New RX200t รุ่น F-SPORT ถูกอกถูกใจลูกค้า เสียงการทำงานของเครื่องยนต์และท่อดังกล่าวนี้ มีให้ได้ฟังกันอย่างจัดเต็มใน Sport Mode และ Sport S Plus Mode เสียงครางสองโทนขึ้นอยู่กับระดับการทำงานของรอบเครื่องยนต์ ดังเข้ามาให้ได้ยินอย่างชัดเจนสร้างความรู้สึกเร้าใจได้ดีพอสมควร

เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร พยายามพิสูจน์ตัวเองว่ามันมีดีมากพอสำหรับยกมาประจำการใน Sport Crossover-SUV จอมหรูคันนี้ RX200t รุ่นล่าสุดจากแบรนด์หัวลูกศร ถึงแม้จะวางเครื่องจิ้มลิ้มแค่ 2 ลิตร แต่อย่ากังวล เครื่องยนต์ 8AR-FTS อัดเทอร์โบ มีแรงบิดให้เรียกใช้ได้เกือบจะทุกย่านรอบเครื่องยนต์ เทอร์โบรุ่นใหม่ล่าสุดแบบ Twin scroll turbo charger ถูกปรับตั้งให้ลดอาการรอรอบ เมื่อพ้น 3,000 รอบต่อนาที ความหฤหรรษ์ก็เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางสภาพภูมิประเทศอันงดงามแถบสามร้อยยอดที่ทำให้คุณรู้สึกสงบ เสียงการทำงานของเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง ออกมาในแนวสุภาพเรียบร้อย ตามลักษณะของแบรนด์ Lexus ซึ่งเล็งไปยังกลุ่มคนมีเงินที่เริ่มชาชินหรือเบื่อกับการครอบครอง Mercedes Benz หรือแม้แต่ BMW และต้องการความแปลกแยกแตกต่างบนถนน Dynamic ของตัวรถเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผมหวดมันเร็วขึ้น จังหวะของการเปลี่ยนอัตราทดในเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 6 สปีด ที่ใช้กลไกทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ผสานอารมณ์แบบสปอร์ตได้อย่างจะแจ้งมากกว่ารุ่นไฮบริดที่ใช้เกียร์ CVT จังหวะของการเปลี่ยนเกียร์ขยับไม่มากเท่ากับ BMW X5 แต่เบาและคมชัดแม่นยำ เมื่อลองเปลี่ยนเกียร์ด้วยแป้น Paddle Shift คลัตช์ของเกียร์ 6 สปีดออโตและคันเร่งไฟฟ้าทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติติง มันให้จังหวะในการเปลี่ยนเกียร์ที่น่าพึงพอใจหากไม่แคร์กับเกียร์ ZF8HP อันสุดแหล่มของ X5 หรือเกียร์ 9 สปีดของ Mercedes Benz GLC

เมื่อวิ่งอยู่บนที่ราบเชิงเขาที่มีถนนแบบสองเลนสวนกันไปมา ซึ่งค่อนข้างอันตรายจากความโล่งและความเป็นทางหลวงชนบทที่ไม่เหมาะต่อการลงคันเร่งแรงๆ RX200t F-Sport จะเหมาะมากกับการคาเกียร์เรียกแรงบิดที่ตำแหน่งเกียร์ 3 โดยเหลืออีก 3 เกียร์เอาไว้ใช้งานในย่านความเร็วที่มากยิ่งขึ้น หรือใช้สำหรับการวิ่งทางตรงยาวๆ ที่ย่านความเร็วสูง ล้อขอบ 20 นิ้วของ NX200t กับยาง Dunlop Sport MAXX 050 ไซส์ 235/55R20 ให้ความมั่นใจได้ดี ยางรุ่นนี้มีเนื้อยางที่ค่อนข้างแข็งและส่งเสียงดังมากกว่ายาง Yokohama Bluearth E51 อยู่นิดๆ แต่กริ้บกับการยึดโยงต่อสภาพผิวถนนยังคงชัดเจนเหมือนกันเปี๊ยบ เมื่อวิ่งที่ย่านความเร็วเดินทาง 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บางจังหวะที่โล่งลองกดพรวดเดียวไหลไปถึง 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนต้องเบรกเพื่อลดความเร็ว คุณสามารถเข้าโค้งได้อย่างปลอดโปร่งโล่งสบายแต่ไม่ควรยัดมาด้วยความเร็วสูงมากจนเกินไปจากสัดส่วนความสูงของตัวรถ อารมณ์และความรู้สึกในโค้งกึ่งๆ ออฟโรดหรูจากเยอรมนี แต่ยังมีบางจุดที่ต้องปรับปรุง เมื่อเน้นความสบายตัวและความนิ่มนวล การขับเข้าโค้งด้วยความเร็วที่ไม่สูงมากจะทำให้ควบคุมรถได้อย่างง่ายดาย ถนนราดยางในสามร้อยยอดราบเรียบราวกับถูกปูด้วยกระเบื้อง แต่ไม่เปิดโอกาสให้นักขับได้ซ่ากันมากนัก เนื่องจากอุดมไปด้วยรถจักรยานยนต์ชาวบ้าน รถปิกอัพเจ้าถิ่นหรือแม้แต่รถบรรทุกล้อเยอะ การขับให้ช้าลงในเอสยูวีหรูสุดขั้วกลับกลายเป็นเรื่องที่ดีสำหรับการหลีกหนีจากอุบัติเหตุอันไม่พึงประสงค์ไปโดยปริยาย เมื่อความเร็วของ RX200t อยู่ในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายจราจร คุณก็จะใช้เส้นทางได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อของ Lexus RX200t F-Sport ในสภาพการณ์ปกติ จะขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้าเป็นหลักเพื่อประหยัดเชื้อเพลิง การควบคุมแรงบิดของล้อขับเคลื่อนแบบอัตโนมัติจาก 100:0 ถึง 50:50 เมื่อเซนเซอร์ตรวจพบว่าล้อหลังเริ่มขาดการยึดเกาะที่ดี หรือขับท่ามกลางฝนตกซึ่งพื้นผิวถนนในขณะนั้นมีความลื่นจากน้ำฝนที่ปกคลุมผิวทาง ระบบขับเคลื่อน 4WD ของ Lexus RX200t F-Sport จะทำงานโดยทดกำลังด้วยเพลาและเฟืองท้ายไปยังล้อหลังเพื่อกระจายแรงบิดให้เท่ากันทั้งล้อหน้า-หลังแบบ 50:50 ภายใต้การควบคุมแรงบิดที่มีความสมดุล ในวันทดสอบสภาพอากาศแจ่มใส ผมและเพื่อนสื่อมวลชนเลยไม่มีโอกาสได้ลองทดสอบการขับเคลื่อนทุกล้อของเจ้า RX200t F-Sport ถนนลาดยางแบบสองเลนสวนกันจากชายขอบของปากน้ำปราณไปยังเขากะโหลกและสามร้อยยอดใช้เวลาวิ่งไม่นานนัก 18.45 น. ผมหักพวงมาลัยเลี้ยวเจ้า RX200t รุ่นสูงสุด F-Sport เข้าสู่ที่จอดรถบริเวณด้านหน้าของโรงแรมเชอร์ราตันปราณบุรี เป็นการจบทริปทดสอบทางไกลในวันแรกของ Lexus New RX แบบสบายๆ ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนอบอ้าวในช่วงหัวค่ำของวันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 รุ่น 2.0 ลิตร อัดเทอร์โบ 238 แรงม้า ตกแต่งด้วยอุปกรณ์แหล่มๆเวอร์ชั่น F-Sport เหมาะกับผู้บริหารที่ชอบขับรถเองไปเที่ยวทางไกลต่างจังหวัดในวันหยุดกับครอบครัว สมรรถนะในด้านแรงบิดและอัตราเร่งบนเรือนร่างที่สวยงาม ตัวเลขอัตราเร่งจาก 0-100 ใน 9.5 วินาที เป็นรองทั้ง GCL250D และ X5sDRIVE 25D อย่าลืมว่าน้ำหนักตัวของเจ้า Lexus RX200t นั้นหนักถึง 2 ตันกว่าๆ หนักกว่าเจ้า X5 และ GLC อยู่พอสมควร ประสิทธิภาพของแรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ได้รับจากเครื่องยนต์ 2 ลิตรเทอร์โบ มากเกินพอสำหรับทุกถนนบนโลกใบนี้หากไม่ได้เป็นคนที่ชอบขับเร็ว การเร่งความเร็วใน RX200t ด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบรุ่นใหม่ล่าสุดเหมาะสมกับพวกที่ชอบขับแบบไปเรื่อยๆ ทั้งบนทางแบบปกติหรือบนไฮเวย์ โดยมีกำลังมากพอในการแซงรถช้าแบบไม่ต้องกังวล เครื่องยนต์และเกียร์ทำงานประสานกันเป็นอย่างดี ระบบส่งกำลังแบบ 6 สปีด ยังเป็นรองเกียร์ 8 สปีดของ X5 แบบเห็นๆ การทรงตัวรวมถึงการถ่ายเทน้ำหนักในโค้งสร้างความมั่นใจได้ดีสมกับตราสัญลักษณ์หัวลูกศรที่แปะเอาไว้ทั่วทั้งคัน อุปกรณ์ต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกมีความละเอียดประณีตหรูหรามีระดับตามสไตล์ของ Lexus ที่ไม่เคยคิดสร้างรถราคาถูกอยู่แล้ว

ปรบมือให้กับความหาญกล้าของ Lexus ในการผลิตรถอย่าง RX เพื่อเอาชนะรถยนต์อเนกประสงค์จากฝั่งยุโรป แม้ความนิยมในประเทศจะเป็นรองทั้ง BMW และ Mercedes Benz แต่คุณภาพของงานประกอบที่ดี การขับขี่ที่มีประสิทธิภาพรวมกับอารมณ์และความรู้สึกในการควบคุมที่แปลกแยกไปจากแบรนด์เยอรมนีทั้งสองยี่ห้อทำให้ Lexus สามารถก้าวเดินต่อไปได้ ด้วยราคาที่สูงถึง 5,090,000 บาท คุณจะได้สปอร์ตครอสโอเวอร์-เอสยูวีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวัสดุคุณภาพ เป็นรถที่นิ่มนวลชวนสัมผัส นั่งสบายเหมาะกับการขับใช้งานในชีวิตประจำวันของผู้บริหารที่ครอบครองทั้ง Benz และ BMW ความหรูหราสะดวกสบาย กับพลัง 238 แรงม้า ที่แฝงอยู่ในเรือนร่างอันสง่างาม ระบบต่างๆ ถูกหลอมรวมให้สามารถรองรับการขับขี่ได้ไม่น้อยหน้ารถยนต์ยุโรป บริษัทที่กำลังก้าวไปอย่างมั่นคงอย่าง Lexus กำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จากผลิตภัณฑ์ของพวกเขา RX200t รุ่น F-Sport สานต่อความสำเร็จของรถรุ่นพี่ได้อย่างงดงาม มันจะมอบการขับขี่ที่ทำให้คุณรู้สึกประทับใจ หากสนใจและแบ่งเวลาเพียงน้อยนิดเพื่อไปลองขับทดสอบก่อนการตัดสินใจควักกระเป๋าถึง 5 ล้านบาท เพื่อแลกเปลี่ยนกับจักรกลมากความสามารถคันนี้ คุณอาจคิดถึงรถยนต์อเนกประสงค์พรีเมียมยี่ห้ออื่น แต่ก็ยากที่จะลืมเจ้า RX รุ่นใหม่เมื่อได้ลองขับ ทั้งหมดทั้งปวงทำให้วิศวกรของ Mercedes Benz และ BMW มีงานที่จะต้องทำมากขึ้น นั่นก็คือเพิ่มความพยายามในการสร้างรถยนต์ที่เหนือกว่า รวมถึงการเพิ่มเงินทุนสำหรับการพัฒนาจำนวนมหาศาลที่พร้อมจะจ่ายให้กับเทคโนโลยีล่าสุด ตัวเลขยอดขายทั่วโลกของ Lexus ทุกโมเดลคงจะทำให้ฝ่ายการตลาดของบริษัทแห่งนี้มีความสุขมากขึ้น ผมส่งกุญแจ RX200t คืนให้กับเจ้าหน้าที่ของ Lexus และหวังว่าสักวันหนึ่งมันกับผมจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง สิ่งที่ Lexus RX200t F-Sport สีน้ำเงินเข้ม Deep Blue Mica คันนี้มอบให้ผมตลอดช่วงระยะเวลาสั้นๆ จะยังคงอยู่ในความทรงจำของผมไปอีกนาน.


ข้อมูลรายละเอียดของ Lexus RX200t F-Sport จาก Lexus Thailand

ระบบความปลอดภัย
ระบบความปลอดภัยคือหัวใจหลักของ Lexus โมเดล RX เจนเนอเรชั่นล่าสุดมีระบบความปลอดภัย Lexus Safety System+ เตรียมความพร้อมของตัวรถก่อนเกิดอุบัติเหตุ ประกอบด้วย

ระบบช่วยเตือนจุดบอดและช่วยเตือนขณะขับถอยหลัง RCTA Blind Spot Monitor System และ Rear Cross Traffic Alert ใช้เรดาร์ส่งสัญญาณติดตั้งบริเวณสปอยเลอร์หลัง โดยส่งสัญญาณเตือนหากตรวจพบรถที่วิ่งอยู่ในเลนด้านข้างในตำแหน่งที่เป็นจุดบอด ซึ่งทำให้มองไม่เห็นหรือตรวจพบสิ่งกีดขวางขณะขับถอยหลัง

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control รักษาระดับความเร็วให้คงที่

ระบบแสดงภาพมุมสูง Panoramic view monitor บนหน้าจอ EMV แสดงภาพมุมสูงรอบคัน

ถุงลมเสริมความปลอดภัย Dual-stage SRS ระบบยึดหน่วงเสริม

สีตัวถัง
-Graphite Black Glass สีใหม่
-Amber Crystal Shine สีใหม่เฉพาะรุ่น Luxury / Premium
-Deep Blue Mica สีใหม่
-White Nova Glass Flake เฉพาะรุ่น F-Sport
-Sonic Quartz เฉพาะรุ่น Luxury / Premium
-Sleek Ecru Metallic เฉพาะรุ่น Luxury / Premium
-Platinum Sliver Metallic
-Sonic Titanium
-Black
-Red Mica Crystal Shine

โทนสีในห้องโดยสาร
-Black
-Topaz รุ่น Luxury / Premium
-Dark Rose เฉพาะรุ่น F-Sport

วัสดุแผงข้างประตู
-Walnut รุ่น Premium - ภายในสีดำ
-Shimamoku รุ่น Premium - ภายในสีน้ำตาล
-3D Film รุ่น Luxury
-Aluminum รุ่น F-Sport

ราคา
LEXUS RX200t Luxury ขับเคลื่อนล้อหน้า 3,999,000 บาท
LEXUS RX200t Premium ขับเคลื่อนล้อหน้า 4,490,000 บาท
LEXUS RX200t F-Sport ขับเคลื่อน 4 ล้อ 5,090,000 บาท
LEXUS RX350 F-Sport ขับเคลื่อน 4 ล้อ 6,800,000 บาท
LEXUS RX450h Premium ขับเคลื่อน 4 ล้อ 7,600,000 บาท

LEXUS RX200t F-Sport AWD Specifications
Engine Type ........................................8AR-FTS
Displacement.......................................1,998 cc
Max Output..........................................238Hp / 4800 - 5600 rpm
Max Torque..........................................350 Nm / 1650 - 4000 rpm
Fuel System..........................................EFI, D-4ST
Fuel Type..............................................เบนซิน 95 หรือ สูงกว่า (E10 หรือ E20) เท่านั้น
Avg Fuel Consumption........................11.90 km/l
Emission CO₂ (Combined)..................195 g/km
Max. Speed...........................................200 km/h
Acceleration 0 - 100 km/h....................9.5 sec
Transmission.........................................6-speed Automatic with paddle shift (F-Sport)

Brakes
Front .....................................................328-mm Ventilated Discs
Rear.......................................................338-mm Ventilated Discs

Suspension
Suspension Coil Springs, Gas-filled Shock Absorbers,Stabilizer Bar
Front......................................................McPherson Strut
Rear.......................................................Double Wishbone
Minimum Turning Radius (Tire).........5.8 m

Overall
Length..................................................4,890 mm
Width...................................................1,895 mm
Height..................................................1,690 mm
Wheelbase............................................2,790 mm

Tread
Gross Vehicle Weight...........................2,575 kg
Fuel Tank Capacity...............................72 L

Wheels and Tires.................................20" Dunlop Sport MAXX 050 235/55R20

RX 200t F-Sport AWD Start 5,090,000 THB

F SPORT Emblem (Exterior and Interior)

Silver Trim

Meshed Upper and Lower Grille

Original F SPORT Factory-fitted Genuine Leather Seats

Aluminum Pedals

Paddle Shifters

Front and Rear Performance Dampers

Lexus Scuff Plates with LED illumination

Moonroof; Tilt / Slide

Lexus Dynamic Handling System (LDH)

Dynamic Rear Steering (DRS)

Variable Gear Ratio Steering (VGRS)

235 / 55 R19 F SPORT Alloy Wheels

Exterior Feature

Windshield Green Glass; Acoustic Green, UV-Cut Function

Front Door Window Glass; Acoustic Green, UV-Cut Function

Door Mirrors; Side Turn Signal Lamp, Power Folding, Foot Area Illumination, Heater

Moonroof ; Tilt / Slide

Roof Rail

Lighting System

Head Lamp 3-LED

Headlamp ; Auto Leveling Device Function Auto (Dynamic)

Headlamp Cleaner

Daytime Running Lights

Front Fog Lamp

Cornering Lamp

Interior Feature

Combination Meter 8-inch TFT LCD Meter

Leather Steering Wheel & Shift Level Knob F-Sport

Vanity Mirrors & Lamp (Front Seats)

Auto Air Conditioning System ; Independent Temperature with Clean Air Filter

Nano-e System

Interior Illumination System

RR Door Sun Shade

Seat

Seat Cover Material F-Sport Smooth Leather

Power Front Seat Adjuster 8-way

Front Seat : Lumbar Support 2-way

Front Seat Memory Driver Seat Only

Front Seat Heater & Air Ventilation

Rear Seat Sliding and Reclining Adjustment, Seatback Fold-down Electric Power

Rear Center Armrest ; Cupholder, Storage Space for Small Items

Audio

Audio System Lexus Premium Audio Surround Sound Sys. 12-speaker

EMV (Electro Multi-Vision) Display 8-inch

Center Console Box ; Audio Mini-jack, USB

Bluetooth

Operation System

Power Tilt & Telescopic Steering Column

Steering Wheel Control Switches

Seat/Steering Auto Return & Away System (Driver's Seat)

Touchless Power Back Door

Stop & Start System

Cruise Control

Smart Entry & Start System

Card Key

Parking Assist System

Back Camera

Back Monitor Panoramic

Navigation System

Wireless Charger

Safety Feature

Vehicle Dynamics Integrated Management (VDIM)

Traction Control System (TRC)

Vehicle Stability Control (VSC)

Anti-lock Brake System (ABS) with Electronic Brake Force Distribution (EBD)

Brake Assist System (BA)

Hill-Start Assist Control

Tire Pressure Warning

Lane Change Assist with BSM

Rear Cross Traffic Alert (RCTA)

Automatic Anti-Glare Inside and Outside Rear View Mirrors

Emergency Brake Signal

Dual Stage SRS Airbag (Driver's Seat)

Dual Stage SRS Airbag (Front Passenger's Seat); Twin-chamber Type

SRS Knee Airbags (Driver Seats)

SRS Front Passenger Cushion Airbags

SRS Side Airbags (Front Seats)

SRS Curtain Shield Airbags

Whiplash Injury Lessening (WIL) (Front Seats)

3-point ELR Seatbelts with Pretensioner, Force Limiters and Torsion Reduce (Front Seats)

3-point ELR Seatbelts with Pretensioner, Force Limiters (Rear Seats)

Anchor Bars for Fixing ISO FIX-Compliant Child Seat (Rear Seat)

Security System; Immobilizer, Intrusion Sensor with Auto Alarm


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thyairath.co.th 
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    50.0%
  • ไม่ชอบ
    31.3%
  • สนุก
    6.3%
  • ประหลาดใจ
    6.3%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    6.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement