จับหนุ่มทหารไทย ขโมยข้อมูลลูกค้า ทำบัตรเก๊-กดเงิน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

จับหนุ่มทหารไทย ขโมยข้อมูลลูกค้า ทำบัตรเก๊-กดเงิน

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2559 07:55
5,376 ครั้ง


ปอศ.สะกดรอยตามรวบหนุ่มใหญ่ วัย 50 ปี พนักงานแบงก์ทหารไทย ทำงานมานานถึง 10 ปี ฉกข้อมูลลูกค้าชาวต่างชาติไปกดเงินเอทีเอ็ม ย่านดอนเมือง บางเขน และรังสิต จ.ปทุมธานี เอาเงินไปใช้เสียหายหลายแสนบาท จนพบผู้ต้องหากดเงินหน้าร้านสะดวกซื้อ ปากซอยลาดปลาเค้า 76 พร้อมของกลางบัตรเอทีเอ็มปลอม 6 ใบ เงิน 20,000 บาท เตรียมขยายผลผู้ร่วมขบวนการ

รวบ พนง.แบงก์ทหารไทยฉกข้อมูลลูกค้ากดเอทีเอ็ม เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ บก.ปอศ. พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. พร้อมด้วยนายลอเรนโซ่ ทัสซาน-บัสซัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีเอ็มบี แถลงผลการจับกุมนายดิเรก แก้วชูเชิด อายุ 50 ปี เจ้าหน้าที่ทีเอ็มบี ตำแหน่งพนักงานดูแลลูกค้า แผนกบัตรเครดิต พร้อมของกลางบัตรเอทีเอ็มปลอม 6 ใบ เงินสด 20,000 บาท

พล.ต.ต.สมหมายกล่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ธนาคารทหารไทยว่าเมื่อช่วงปลายปี 58 มีคนร้ายใช้บัตรเอทีเอ็มปลอมกดเงินสดหลายครั้ง มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท จึงสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายมักจะก่อเหตุในพื้นที่เขตดอนเมือง เขตบางเขน กทม. และย่านรังสิต จ.ปทุมธานี จากการตรวจกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายจะสวมเสื้อคลุมสีเทา สวมหมวกนิรภัยสีดำ และใช้รถ จยย.สีแดงเป็นพาหนะ ก่อนสืบสวนรู้ว่าคนร้ายกบดานพักอาศัยอยู่ย่านถนนสรงประภา เขตดอนเมือง จึงสะกดรอย กระทั่งติดตามไปเห็นคนร้ายกำลังกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็ม ธ.ไทยพาณิชย์ ปากซอยลาดปลาเค้า 76 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงแสดงตัวจับกุม และตรวจธุรกรรมจนรู้ว่าแท้จริงบัญชีที่ทำธุรกรรมนั้นมีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติ

นายดิเรกให้การรับสารภาพว่า ทำงานกับธนาคารมากว่า 10 ปี ปลายปีที่ผ่านมาเดือดร้อนเรื่องเงิน จึงลักลอบนำข้อมูลของลูกค้าที่มาทำบัตรเอทีเอ็มใหม่ไปกดเงิน ส่วนใหญ่จะเลือกเหยื่อเป็นชาวต่างชาติ เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะใช้เงินจำนวนมาก และไม่ค่อยมีการตรวจสอบบัญชี ส่วนเงินที่ได้มาก็จะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และกินเที่ยว ด้านนายลอเรนโซ่ ทัสซาน-บัสซัท กล่าวว่า มีลูกค้าของธนาคารร้องเรียนว่ามีการเคลื่อนไหวของเงินในบัญชี จึงตรวจสอบและพบว่ามีความผิดปกติจริง ก่อนประสานตำรวจให้ช่วยจับกุม

รอง ผบช.ก.กล่าวเพิ่มเติมว่า นายดิเรกถูกแจ้งข้อหาใช้หรือมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ อันได้มาโดยรู้ว่าเป็นของที่ปลอมแปลงขึ้นฯ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นำตัวส่ง พงส.กก.5 บก.ปอศ.ดำเนินคดีต่อไป พร้อมจะขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ เพราะบัตรเหล่านี้ต้องมีข้อมูลที่ตรงกับเจ้าของบัตรในลักษณะสกิมมิ่ง ลำพังนายดิเรกน่าจะก่อเหตุคนเดียวไม่ได้

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    50.0%
  • ไม่ชอบ
    6.3%
  • สนุก
    22.9%
  • ประหลาดใจ
    14.6%
  • เสียใจ
    4.2%
  • ให้กำลังใจ
    2.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement