พ่อคลั่งสังหารลูก4ศพ จ่อยิงเรียงตัว อายุ15-12-5-3 แล้วฆ่าตัวตาย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

พ่อคลั่งสังหารลูก4ศพ จ่อยิงเรียงตัว อายุ15-12-5-3 แล้วฆ่าตัวตาย

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2559 07:39
24,550 ครั้ง


สลดพ่ออาชีพรับจ้างก่อสร้างประสบปัญหาครอบครัว คลุ้มคลั่งจ่อยิงลูกสาวกับลูกชายอนาถ 4 ศพคาห้องนอนชั้นสองของบ้าน แล้วนั่งเฝ้าศพลูกยันเช้า ญาติพบเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเกลี้ยกล่อมหลายชั่วโมงไม่ยอมมอบตัว ยื่นข้อเสนออย่างเดียวขอพบอดีตภรรยาที่เพิ่งแยกทางกันได้ไม่นาน แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามตัวมาให้ได้ เพราะเกรงจะถูกฆ่าอีกศพ และฉวยโอกาสหนุ่มคลั่งอ่อนล้าใช้บันไดพาดปีนเข้าทางหน้าต่าง ลำเลียงศพเหยื่ออำมหิตออกมาอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางเสียงร้องระงมของญาติพี่น้อง ก่อนที่พ่อมือปืนจะตัดสินใจยิงระเบิดขมับตัวเองหวังฆ่าตัวตายตอนเย็น แต่ดวงยังไม่ถึงฆาตแพทย์ยื้อชีวิตเต็มที่อาการยังโคม่า

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 8 ก.พ. ร.ต.อ.วิสวัส ไพบูลย์ พนักงานสอบสวน สภ.ปะเหลียน จ.ตรัง รับแจ้งเหตุมีเหตุฆ่ากันตายยกครัว 4 ศพ ที่บ้านเลขที่ 270 หมู่ 2 บ้านหยงสตาร์ ต.ท่าข้าม จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงเกียรติ ทองสง ผกก. พ.ต.ท.สราวุธ วงษ์เดิม รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ณัฐภาคย์ นุ้ยโดด รอง ผกก.สส.บก.ภ.จ.ตรัง พ.ต.ท.ปรีชา ชูแก้ว รอง ผกก.สส.บก.ภ.จ.ตรัง พ.ต.ต.ทินกร มณีรัตน์ หน.ฉก.ภ.จ.ตรัง นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุทางเข้าบ้านมีรถราติดขัดยาวเหยียดกว่า 500 เมตร พบชาวบ้านนับร้อยกำลังยืนมุงดูและจับกลุ่มวิจารณ์ถึงเหตุการณ์เศร้าสลดใจที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เชือกกั้นพื้นที่ให้ออกห่างก่อนเข้าไปตรวจสอบพบบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ยังสร้างไม่เสร็จเรียบร้อยดี ทราบว่าภายในห้องนอนชั้น 2 มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 4 ศพ และผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือนายพรวิชิต หยงสตาร์ หรือช่างดำ อายุ 39 ปี เจ้าของบ้าน อาชีพช่างก่อสร้าง มีอาการคลุ้มคลั่งถือปืนอยู่ที่กระท่อมหลังบ้าน ซึ่งอยู่ติดกันตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังทราบเรื่องเจ้าหน้าที่กระจายกำลังปิดล้อมเกลี้ยกล่อมอยู่นานแต่ไม่เป็นผลนายพรวิชิต ตะโกนขู่ไม่ให้ใครเข้าใกล้ไม่เช่นนั้นจะฆ่าตัวตาย ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด

ต่อมา พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก.ภ.จ.ตรัง หลังรับรายงานเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายบุญชัย สมใจ นายอำเภอปะเหลียน นายพรศักดิ์ แดงสมุทร ปลัดอำเภอ นายสมชาย ท้ายห้วน กำนันตำบลท่าข้าม แพทย์เวร รพ.ปะเหลียน หน่วยกู้ภัยปะเหลียน ตำรวจกองปราบปรามฯ รวมทั้ง พ.ต.ท.สราวุธ จงจิต รอง ผกก.หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.ตรัง และทั้งตำรวจพื้นที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 100 นาย

หลังเจรจาอยู่นานกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายนายพรวิชิต ยังไม่ยอมวางอาวุธปืน พร้อมยังยื่นขอเสนอข้อพบ น.ส.ส้ม (นามสมมติ) อดีตภรรยา ซึ่งเป็นแม่ของเด็กทั้ง 4 ผู้ตายที่แยกทางกันได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่สามารถนำตัว น.ส.ส้มมาพบได้เพราะเกรงจะถูกนายพรวิชิต ฆ่าทิ้งอีกศพ เจ้าหน้าที่จึงหาทางออกโดยให้ผู้เป็นแม่ และญาติคนสนิทเข้าไปเจรจาหลายคนด้วยกัน แต่ไม่เป็นผล แม้นายพรวิชิต จะยื่นข้อเสนอขอเบียร์ดื่มเพื่อคลายเครียดเจ้าหน้าที่ก็จัดเบียร์ผสมยานอนหลับให้ แต่ในที่สุดแล้วนายพรวิชิต กลับไม่ยอมดื่มเบียร์เพราะรู้ว่าเจ้าหน้าที่ใส่ยานอนหลับ

ระหว่างที่นายพรวิชิต อยู่ในอาการอ่อนเพลียอย่างหนัก เจ้าหน้าที่เลยฉวยโอกาสใช้บันไดไม้พาดปีนทางหน้าต่างเข้าไปในห้องนอนชั้น 2 พอเข้าไปถึงทุกคนถึงกับเศร้าสลดกับภาพที่พบเห็นเบื้องหน้า มีศพเด็กหญิงและเด็กชายนอนคว่ำหน้าเรียงกัน 4 ศพ ทราบชื่อ น.ส.พัชราภรณ์ หยงสตาร์ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.2 ด.ช.พัชรพงศ์ หยงสตาร์ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ด.ญ.พัชรินทร์ หยงสตาร์ อายุ 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล และ ด.ช.พัฒนายุ หยงสตาร์ อายุ 3 ขวบ แต่ละศพถูกยิงด้วยกระสุนปืน .22 เข้าท้ายทอยกระสุนฝังในทุกศพ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยลำเลียงศพออกทางหน้าต่างอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของญาติพี่น้องดังระงมไปทั่ว รวมทั้ง ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง

ขณะที่กำลังตำรวจอีกชุดหนึ่ง ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.ดาวลอย ให้ตรึงกำลังที่กระท่อมหลังบ้าน เพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดตลอดเวลา เพราะยังไม่มีวี่แววว่าจะสามารถเข้าควบคุมตัวนายพรวิชิต พ่อโหดรายนี้ไว้ได้ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและญาติ ยังไม่ละความพยายามคงเกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหามอบตัวนานหลายชั่วโมง แต่ก็ไม่เป็นผล แม้ผู้เป็นแม่เข้าพูดคุยหลายครั้งก็ยังไม่สำเร็จ นายพรวิชิตยืนยันจะขอพบ น.ส.ส้มอย่างเดียว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรึงกำลังไว้เพื่อคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สอบสวนทราบว่า นายพรวิชิต มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง แต่งงานอยู่กินกับ น.ส.ส้มมานานจนมีลูกสาวลูกชายด้วยกัน 4 คน ภายหลังนายพรวิชิต ไปทำงานรับจ้างก่อสร้างต่างจังหวัด ทำให้นานๆถึงได้กลับมาเยี่ยมบ้านสักครั้ง กระทั่งระแวงว่าอดีตภรรยา คิดนอกใจไปมีชายอื่นทำให้มีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำ จนอดีตภรรยาขอแยกทางไปยึดอาชีพขายอาหารตามสั่ง ปล่อยให้ลูกชายกับลูกสาวทั้ง 4 คนอยู่ที่บ้านกันตามลำพัง โดยมีญาติพี่น้องคอยดูแล ก่อนเกิดเหตุนายพรวิชิตกลับมาเยี่ยมบ้านแล้วโทรศัพท์ติดกับอดีตภรรยา แต่ น.ส.ส้มไม่ยอมรับสาย อาจทำให้นายพรวิชิตเครียดจัด เพราะมี การโพสต์ระบายความในใจผ่านทางเฟซบุ๊ก ก่อนก่อเหตุจ่อยิงลูกสาวลูกชายตายอนาถพร้อมกันแล้วลากศพมานอนเรียงกันแล้วนั่งเฝ้าศพลูกทั้งคืน กระทั่งเช้าญาติพบเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบเหตุดังกล่าว

นายสมชาย ท้ายหวน กำนัน ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านตั้งแต่เมื่อคืนเวลาประมาณ 02.00 น.ว่าได้ยินเสียงปืนดังหลายนัดที่บ้านของนายพรวิชิต แต่ไม่มีใครกล้าออกมาดู กระทั่งตอนเช้ามาทราบว่านายพรวิชิต ได้ลงมือฆ่าลูกในไส้ของตนเองอย่างโหดเหี้ยม 4 ศพ โดยศพทั้งหมดยังอยู่ภายในบ้านไม่สามารถเอาออกมาได้ เนื่องจากนายพรวิชิตอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งและมีอาวุธปืน และกบดานอยู่ภายในกระท่อมหลังบ้านอยู่ติดกัน เจ้าหน้าที่เกลี้ยมกล่อมก็ไม่เป็นผลต้องใช้บันไดพาดปีนเข้าไปทางหน้าต่างห้องนอนชั้น 2 ทยอยนำศพ 4 พี่น้องลงมาด้วยความลำบาก ในชั้นนี้คาดว่าสาเหตุมาจากปัญหาภายในครอบครัว ต้องรอเจ้าหน้าที่สอบสวนให้แน่ชัดอีกครั้ง

ต่อมาเย็นวันเดียวกัน พล.ต.ท.วีระพงษ์ ชื่นภักดี ผบช.ภ.9 พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ และขณะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนในการเข้าจับกุมตัวนายพรวิชิต ผู้ต้องหาอยู่นั้น เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้น เมื่อจู่ๆได้ยินเสียงปืนดังสนั่นขึ้น 1 นัด ภายในกระท่อมหลังบ้าน เจ้าหน้าที่ที่ตรึงกำลังอยู่รีบกรูเข้าไปดู พบนายพรวิชิต ตัดสินใจยิงระเบิดขมับตัวเองนอนจมกองเลือดหายใจรวยริน หน่วยกู้ภัยรีบช่วยเหลือนำส่ง รพ.ปะเหลียน แพทย์นำเข้าห้องไอซียูพยายามยื้อชีวิตเต็มที่อาการยังเป็นตายเท่ากัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังแพทย์พยายามยื้อชีวิตนายพรวิชิตอยู่นานพอสมควร แต่อาการกลับไม่ดีขึ้นเพราะกระสุนเจาะเข้าจุดสำคัญประกอบกับเสียเลือดมาก ทำให้ทรุดหนักขึ้น จนในที่สุดก็สิ้นใจตายอนาถท่ามกลางความเศร้าสลดของญาติพี่น้องที่พากันร้องระงมลั่นโรงพยาบาล บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหล เพราะญาติเตรียมนำศพไปฝังตามพิธีศาสนาอิสลามภายในวันเดียวกัน ขณะที่ศพลูกสาวลูกชายญาติได้ทำพิธีฝังตามศาสนาตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    5.6%
  • ไม่ชอบ
    8.9%
  • สนุก
    1.3%
  • ประหลาดใจ
    2.2%
  • เสียใจ
    74.4%
  • ให้กำลังใจ
    7.6%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement