ท้า‘ทักษิณ’ ส่งข้อคิด! ให้พิจารณาในรธน. ปชป.หยัน-แค่เกม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ท้า‘ทักษิณ’ ส่งข้อคิด! ให้พิจารณาในรธน. ปชป.หยัน-แค่เกม

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2559 07:35
8,536 ครั้ง


ยักไหล่ไม่สนเสียง “ทักษิณ” พล่ามข้ามโลกวิจารณ์ร่าง รธน. “ประวิตร” บอกเป็นความเห็นส่วนตัว ห้ามความคิดกันไม่ได้ ข้องใจเจตนาพูดเพื่ออะไร “วิษณุ” เฉยๆแต่แปลกใจเล็กน้อย ทำนายมีเลือกตั้งเร็วๆนี้ กรธ.ไม่สะท้านคำด่ารุนแรง กวักมือเรียก “ทักษิณ” ส่งความเห็นที่เป็นประโยชน์มาให้พิจารณา ด้านพรรคประชาธิปัตย์สับเกมเรียกคะแนนสงสาร เคาะกะลาหวั่นลูกหาบชิ่งหนี จี้ คสช.ยุบพรรคเพื่อไทยให้รู้แล้วรู้รอด ฐานปล่อยให้คนหนีคดีชักใยบงการอยู่เบื้องหลัง สปท.เปิดเวทีชำแหละร่าง รธน. ติติงสไตล์เดียวกับ สนช. ตัดตอนพรรคเล็ก-ให้อำนาจศาล รธน.มากเกินไป “มีชัย” ยังข้องใจทั้ง สนช.-สปท. อ่านร่าง รธน.ไม่แตกฉาน แถมความจำเลอะเลือน ขู่นักการเมืองไม่เลิกโกหกปลิ้นปล้อน เจอยัดยาแรงเพิ่มใส่ร่าง รธน. “นิพิฏฐ์” ชี้คนไทยไม่อยากฟัง ไม่อยากอ่าน รธน. เพราะท้องยังไม่อิ่ม คาดรับร่างเพราะเชื่อมั่นเลือกตั้งทำ ศก.ฟื้น กรณีใช้งบต้อนรับนายกฯแพง 2 สัปดาห์รู้ผล อึ้งตั้งปลัดท่องเที่ยวฯเป็นประธานสอบกันเอง

หลังจากนักการเมืองออกมารุมวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อย่างหนัก โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่เตรียมการโหวตคว่ำในขั้นตอนการทำประชามติ ล่าสุด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีออกมาโจมตีว่าเป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ทำให้ประเทศล้าหลังนั้น คนในฝ่ายรัฐบาล ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ต่างวางเฉยไม่ตอบโต้ในเรื่องดังกล่าว ขณะที่ กรธ.แนะนำให้นายทักษิณเสนอความเห็นเข้ามาให้พิจารณา

“ประวิตร” รับได้ภาพรวม รธน.

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 8 ก.พ. ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญว่า ล่าสุดได้อ่านแล้ว ภาพโดยรวมรับได้ แต่ยังมีเนื้อหาบางอย่างต้องเพิ่มเติม ส่วนของกระทรวงกลาโหม ได้รับข้อเสนอจากกองทัพแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการทำงาน และนโยบายหลักด้านทหาร ขณะที่ในเรื่องของความมั่นคงไม่มีอะไรต้องปรับแก้ ทั้งนี้ตนจะรวบรวมส่ง ครม.ในวันที่ 9 ก.พ. แต่จะเสนออะไรนั้นขอไม่บอก เดี๋ยวคนไม่เห็นด้วยกับตนจะออกมาตีอีก

ปัดทหารชี้นำรณรงค์ประชามติ

เมื่อถามถึงกรณีที่ให้ทหารชี้แจงลงพื้นที่ทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญและรณรงค์ให้ประชาชนออกมาทำประชามติ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เราจะให้ทหารชักชวนประชาชนออกมาให้มากที่สุด เราไม่ได้บอกให้ประชาชนออกมารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ กระบวนการสร้างความเข้าใจมีอยู่แล้วในแต่ละพื้นที่ นำโดยกระทรวงมหาดไทย เมื่อถามว่า การให้ทหารออกมาเชิญชวนจะถูกมองว่าทหารเข้าสู่พื้นที่ทางการเมืองหรือไม่ เพราะน่าจะเป็นหน้าที่ของ กกต.และพลเรือนมากกว่า พล.อ.ประวิตรตอบว่า ให้เขาออกมาจะการเมืองอะไร กกต.ยังมีอำนาจอยู่หรือไม่ ขณะนี้ คสช.มีอำนาจอยู่ คงไม่เสียหาย เพราะประชามติไม่ใช่เรื่องการเมือง ไม่ใช่การชี้นำ

ยักไหล่เมิน “ทักษิณ” แล้วแต่จะคิด

เมื่อถามว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐธรรมนูญถอยหลังไป 20 ปี พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของท่าน ทุกคนคิดได้หมด หากมีอะไรเสนอก็ส่งมาได้ตามช่องทางที่ท่านมี ท่านจะพูดไปทำไมตนยังไม่รู้เลย ทั้งนี้ในอนาคตท่านจะทำอะไรก็เรื่องของท่าน ถ้ามีโอกาสที่จะกลับมา เมื่อถามว่า การพูดลักษณะนี้จะเป็นการปลุกระดมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า คงไม่มี เพราะประชาชนรู้ว่าตอนนี้อะไรเป็นอะไร นายกฯทำงานเพื่อส่วนรวมสร้างความเข้มแข็งของประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป

ชี้สื่อตัวการทำนายกฯหงุดหงิด

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ออกอาการเครียดหงุดหงิดในช่วงนี้ว่า นายกฯตั้งใจทำงานเพื่อให้ประเทศเดินไปได้ ท่านดูทุกอย่าง คิดจนหัวจะแตกแล้ว อ่านหนังสือทุกวัน พอนักข่าวไปถามในสิ่งที่ท่านอธิบายไปแล้ว ท่านก็เครียดว่าอธิบายไปแล้วทำไมไม่เข้าใจ ไม่ได้โกรธนักข่าว ยืนยันว่านายกฯไม่ได้โมโห ส่วนตัวให้กำลังใจนายกฯทุกวันอยู่แล้ว แต่ความจริงนายกฯควรให้กำลังใจตนมากกว่า เพราะมีกำลังใจน้อย

ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า อาจเกิดจากกรณีที่นายกฯ พยายามอธิบายให้สื่อมวลชนเข้าใจ ขณะที่สื่อมวลชนฟังแล้ว นำไปอนุมานและถามซ้ำ ส่วนตัวสนิทกับนายกฯมาตั้งแต่เด็ก ลักษณะการพูดคุยเรื่องงานของนายกฯ เป็นแบบนี้อยู่แล้ว

“วิษณุ” เฉยๆ “ทักษิณ” ฉะ รธน.ห่วย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับกรธ.ห่วยแตก ล้าหลังเพื่อนบ้านว่า รับทราบเรื่องดังกล่าว และไม่ได้ว่าอะไร เห็นเขาบอกว่าจะเลือกตั้งในเร็วๆนี้ด้วย เมื่อถามว่า ยังยืนยันเลือกตั้งจะเกิดขึ้นแน่ตามโรดแม็ปรัฐบาล นายวิษณุตอบว่า ยังเป็นไปตามโรดแม็ปเดิม ต่อข้อถามกรณีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การออกกฎหมายลูก อาจเลื่อนโรดแม็ปไปอีก 3 เดือนนั้น รองนายกฯตอบว่า ถึงอย่างไรก็เลือกตั้งในปี 2560 แน่นอน

ผบ.ทบ.ว้าก “ตู่-เต้น” อย่าใส่ร้ายเด็ก

ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณี นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ออกมาโจมตีการให้นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) รณรงค์และทำความเข้าใจกับประชาชนให้ใช้สิทธิลงมติร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการชี้นำว่า พูดอย่างนี้ทำให้เด็กๆและเยาวชนเสียกำลังใจ อย่าทำลายกำลังใจของเด็ก เด็กมีความตั้งใจมากที่จะชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการปราบปรามการทุจริต เพราะฉะนั้น ถ้าใครไม่เดือดร้อน อย่าใส่ร้าย รด.เลย เพราะเด็กเหล่านี้เป็นจิตอาสาจริงๆ ที่ผ่านมาก็ชี้แจงไปแล้วหลายครั้งว่าไม่ใช่การชี้นำ

สปท.ปูพรมถล่มประเด็นร้อน รธน.

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่ออภิปรายแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ มีตัวแทนคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เข้ารับฟังคือ นายเธียรชัย ณ นคร นางกีรณา สุมาวงศ์ และนายอมร วาณิชวิวัฒน์ โดยคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองอภิปรายเป็นคณะแรก ส่วนใหญ่แสดงความเห็นท้วงติงเรื่องการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือระบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่เป็นห่วงจะทำให้มีการทุจริตเลือกตั้งมากขึ้น และคะแนนที่ออกมาไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้มาใช้สิทธิ เรื่องการเลือกตั้ง ส.ว.ทางอ้อม จาก 20 กลุ่มอาชีพ ที่จะเกิดปัญหาการบล็อกโหวตจึงควรใช้วิธีการสรรหาทั้งหมด เรื่องการให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป และเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำได้ยาก จนอาจเกิดวิกฤติในอนาคต

เหน็บ กรธ.ตัดสิทธิตัวเองแค่ 2 ปี

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน สปท.การเมือง อภิปรายว่า มีหลายเรื่องในร่างรัฐธรรมนูญที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า สิ่งที่ กรธ.เสนอมาจะแก้ปัญหาประเทศได้จริงหรือไม่ ทั้งที่มาของ ส.ส. กำหนดให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ทำให้พรรคที่ส่ง ส.ส.เขตไม่ครบทุกพื้นที่จะได้คะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อยาก ส่วนการเลือกตั้ง ส.ว.ทางอ้อม จาก 20 กลุ่มอาชีพ จะเกิดการบล็อกโหวตได้ง่าย ถ้าอยากได้ ส.ว.ที่มีประโยชน์ต่อประเทศ ควรมาจากการสรรหาทั้งหมด และ ส.ว.วาระแรกควรอยู่แค่ 2 ปี เพื่อดูว่าวิธีแก้ปัญหาการทุจริตเลือกตั้งที่วางไว้ใช้ได้ผลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การที่ กรธ.ต้องการให้ ส.ว.ปลอดจากการเมือง โดยกำหนดให้คุณสมบัติผู้สมัครต้องพ้นจากสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 10 ปี แต่กลับระบุให้ กรธ.ที่จะไปดำรงตำแหน่งต่างๆต้องพ้นจากตำแหน่ง กรธ.อย่างน้อย 2 ปีนั้น มีความสมดุลกันหรือไม่ ควรกำหนดเวลาให้ใกล้เคียงหรือมีมาตรฐานเดียวกัน

บัตรใบเดียวตัดตอนพรรคเล็ก

นายคำนูณ สิทธิสมาน สปท.กล่าวว่า ระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวจะตัดเส้นทางพรรคเล็กและพรรคทางเลือกใหม่ อีกทั้งการให้พรรคการเมืองเสนอชื่อนายกฯล่วงหน้า 3 คน เป็นจุดอ่อน หากเกิดกรณีที่บริหารประเทศไป 1 ปี แล้วต้องเปลี่ยนตัวนายกฯเช่น ตาย ลาออก กระบวนการเลือกนายกฯใหม่ตามร่างรัฐธรรมนูญระบุว่า ให้นำกระบวนการเดิมมาใช้คือ ต้องเอารายชื่อนายกฯจากที่พรรคการเมืองเสนอไว้ในตอนแรกมาเป็นอีก ทั้งที่สถานการณ์ช่วงนั้นอาจเปลี่ยนไปแล้ว ทำไมจึงต้องผูกพันเอารายชื่อเดิมที่ถูกเสนอไว้มาเป็นอีก มองไม่เห็นว่าการเลือกนายกฯระบบนี้มีความเหมาะสม

หนาวสะท้านอำนาจศาล รธน.

นายสมพงษ์ สระกวี สปท.การเมือง กล่าวว่า ใครได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้ว บอกได้คำเดียวว่าหนาว เพราะมีอำนาจใหม่มาอยู่ในมือศาลรัฐธรรมนูญใช้แทนปวงชนชาวไทยอย่างน่าเกรงขาม ไม่เคยเห็นมาก่อนในรัฐธรรมนูญฉบับใด ถือว่าน่ากลัวมาก เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณาให้ ส.ส. ส.ว. และ ครม.พ้นจากตำแหน่งได้ภายใน 7 วัน การจัดทำงบประมาณ เอกสารนับหมื่นหน้า ต้องระวังมาก ไม่เช่นนั้นรัฐบาลอาจพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะได้ การคิดพิสดารแบบนี้ ทำให้ไม่ไปไหน

ส่งซิกขอมติ คสช.เลือก ส.ว.สมัยแรก

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า หลังจากที่สมาชิก สปท.อภิปรายให้ความเห็นร่างรัฐธรรมนูญต่อที่ประชุม สปท.เสร็จสิ้นในเย็นวันที่ 9 ก.พ.แล้ว ประธาน สปท.จะนำประเด็นต่างๆที่ได้รวบรวมความเห็นไว้มาเสนอให้ที่ประชุม สปท. ลงมติว่า จะมีข้อสรุปประเด็นใดบ้างที่จะเป็นมติของ สปท.ส่งความเห็นไปให้ กรธ.พิจารณา ส่วนจะมีการลงมติในประเด็นใดบ้าง ต้องรอหารือกันอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญที่จะมีการเสนอให้ที่ประชุม สปท. ลงมติตัดสินใจคือ ข้อเสนอของ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิก สปท. ที่เสนอให้มีบทเฉพาะกาลให้ คสช.เป็นผู้คัดเลือก ส.ว.ชุดแรก ภายหลังมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่ง พล.อ.ธวัชชัยเคยแถลงประเด็นดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม สปท.หลายคนยังติดใจประเด็นที่ประธาน สปท.จะให้สมาชิก สปท.ลงมติ โดยไม่แจ้งรายละเอียดให้ทราบก่อนล่วงหน้า

“มีชัย” งง สปท.อ่าน รธน.ไม่เข้าใจ

ที่รัฐสภา เวลา 14.00 น. มีการประชุมคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน วาระพิจารณาทบทวนความเห็นและข้อเสนอแนะ นายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า ขณะนี้ กรธ.อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญจากฝ่ายต่างๆ เท่าที่ฟังการอภิปรายนำเสนอประเด็นร่างรัฐธรรมนูญของสปท. พบว่าบางอันก็ดีบางอันก็เข้าใจผิด ขณะเดียวกัน ท่านอาวุโสทางการเมืองท่านหนึ่งออกมาให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์โดยระบุว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบทเฉพาะกาลยาวที่สุด ปกติร่างกันเพียง 3-4 มาตรา ก็เลยรู้สึกตกใจรีบไปเปิดรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่ท่านผู้นั้นร่างก็พบว่าในบทเฉพาะกาลมีจำนวน 17 มาตราเท่ากับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ส่วนรัฐธรรมนูญ 40 บทเฉพาะกาลมีจำนวน 23 มาตรา ยาวกว่าอีก จึงคิดว่าท่านอาจจะจำผิด และท่านก็บอกว่าการให้ สนช. และ ครม.อยู่ไปจนกระทั่ง ครม.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่เป็นรัฐบาลซ้อนรัฐบาล ก็เป็นการเข้าใจผิดอีกเช่นกัน เพราะเมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาคนเหล่านี้ต้องไปหมด ไม่ได้อยู่ทำหน้าที่แล้ว

ยังไม่ถึงเวลาสรุปแก้จุดไหนบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลายมุมมองสะท้อนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากเกินไปอาจนำมาสู่ทางตันทางการเมืองได้ ประธาน กรธ.ตอบว่า เราก็รับฟัง ขณะเดียวกัน บางคนก็บอกว่าดีแล้ว เวลานี้ก็กำลังปวดหัวอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไรดี เบื้องต้นก็คงจะมาพิจารณากันอีกครั้งว่าสิ่งใดปรับแก้ไขได้เราก็พร้อมดำเนินการปรับแก้ แต่ถ้าสิ่งใดเขาเข้าใจผิดเราก็พร้อมชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อถามว่า ขณะนี้มีเนื้อหาใดที่ กรธ.จะคงไว้ไม่เปลี่ยนแปลงหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า เร็วไปที่จะพูด ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายก่อนแล้วจะได้พิจารณา

ขู่นักการเมืองไม่เลิกโกหกเจอยาแรง

นายมีชัยยังกล่าวถึงกรณีที่เฟซบุ๊ก “หยุดดัดจริตประเทศไทย” จัดทำอินโฟกราฟฟิกร่างรัฐธรรมนูญโดยตั้งชื่อว่า “ฉีกหน้ารัฐธรรมนูญโจร สละเวลาอ่านเพียง 10 นาทีก่อนที่จะสายเกินไป” ว่า เป็นสิ่งที่รับไม่ได้เพราะเป็นการให้ข้อมูลเท็จ จำเป็นต้องหารือกับรัฐบาลในการจัดการกับปัญหานี้ แต่ไม่ใช่การใช้กฎหมายมาปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น และหากนักการเมืองยังไม่เลิกโกหกก็อาจจะมีการเพิ่มมาตรการบางอย่างไปในร่างรัฐธรรมนูญด้วย แต่เบื้องต้นคงต้องหารือกับทาง กรธ.ก่อน ส่วนความเห็นของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯที่ออกมาระบุว่าให้ กรธ.หยุดพูดหรือวิจารณ์ความเห็นเรื่องร่าง รธน.นั้น นายมีชัยตอบว่า ตอนนี้เราก็หยุดแล้ว ยังไม่ได้ทำอะไร การที่เขามอง ก็อาจจะเป็นเพราะท่านมีความเป็นห่วงว่าหากมีใครออกมาพูด แล้วเราจะไปต่อความก็จะทำให้มีเรื่องมาใหม่ได้

กรธ.กวักมือ “ทักษิณ” เสนอความเห็น

ต่อมานายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับระบบรัฐสภาและการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว แต่มีข้อเสนอเรื่องที่มา ส.ว.ที่ให้กลุ่มประชาชนเลือกตั้งกันเอง 20 กลุ่มสาขา มีทั้งให้เลือกตั้งทางตรงผสมกับการสรรหาและการสรรหาทั้งหมด นอกจากนี้ยังสนใจประเด็นสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมในการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องคำนึงถึงประชาชนท้องถิ่นดั้งเดิมเป็นหลัก การเสมอภาคของสิทธิสตรี รวมถึงเสนอให้ผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่ เมื่อถามถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯวิจารณ์รัฐธรรมนูญห่วย นายอุดมตอบว่า ทางการเมืองก็ว่ากันไป กรธ.ไม่ขอตอบโต้ แต่เรามีหน้าที่รับฟังความเห็นและนำมาปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ในฐานะที่นายทักษิณเป็นคนไทยคนหนึ่งก็สามารถส่งความเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์เข้ามาได้

เสนอสูตรสรรหาผสมเลือกตั้ง ส.ว.

นพ.อนันต์ อริยชัยพาณิชย์ อดีตรองประธานวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กว่า รูปแบบการเลือกตั้ง ส.ว.โดยอ้อมของ กรธ. ที่ให้มีการเลือกแบบไขว้สายอาชีพนั้น เชื่อว่าจะมีปัญหาการบล็อกโหวตแน่นอน สุดท้ายจะได้ ส.ว. ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน กทม. เสียส่วนใหญ่ ไม่กระจายไปทั่วประเทศ และมีปัญหาความเชื่อมโยงกับประชาชน จึงอยากเสนอให้ ส.ว.ทั้ง 200 คน มาจากจังหวัดโดยการสรรหา จากนั้นผู้สมัครคัดเลือกกันเองจนเหลือ 3 เท่าของจำนวน ส.ว. ที่จะได้ตามโควตาของแต่ละจังหวัด แล้วสุดท้ายให้ประชาชนเลือก ส.ว.ในจังหวัดตัวเองแบบวันแมนวันโหวต โดยจุดที่ต้องเน้นแบบเข้มข้นคือการตรวจสอบคุณสมบัติและเลือกเฟ้นคนดีมีความสามารถในขั้นตอนการสรรหา เพื่อตัดข้อครหาใกล้ชิดเกี่ยวพันพรรคการเมือง ส่วนการกำหนดเงื่อนไข ส.ว. ดำรง ตำแหน่งได้วาระเดียวแล้วไม่สามารถเป็นได้อีกตลอดชีพนั้น ควรกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับด้วย ไม่ใช่ฉีกทิ้งเขียนใหม่ก็มาลงได้อีก

พท.เย้ยร่าง รธน.วิทยานิพนธ์ตัดแปะ

นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร. คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โครงสร้างและการจัดหมวดหมู่ในร่างรัฐธรรมนูญ คล้ายวิทยานิพนธ์ตัดแปะ ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง โดยได้ยกฐานะองค์กรอัยการ และการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขึ้นเป็นอีก 2 หมวด ที่น่าสังเกตก็คือ ในหมวดองค์กรอัยการมีบทบัญญัติเพียงมาตราเดียว ไม่รู้ทำเพื่ออะไร หรือเอาใจใคร เพราะกลายเป็นว่าเฉพาะเรื่องกระบวนการยุติธรรม มีทั้งหมวดศาลและหมวดองค์กรอัยการ ส่วนตัวคิดว่าองค์กรวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กรธ.ต้องทำให้ชัดว่าจะให้เป็นศาลหรือเป็นคณะตุลาการ จึงขอเสนอให้ยกเลิกหมวดองค์กรอิสระและหมวดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ แล้วไปตั้งเป็นหมวดการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเพียงหมวดเดียว ส่วนหมวดองค์กรอัยการนั้นก็ยกเลิกไป แล้วไปรวมกับกิจการตำรวจในหมวดศาลและกระบวนการยุติธรรม จะได้มีการตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกันในระหว่างกระบวนการยุติธรรมทั้ง 3 ชั้นด้วย

นิรโทษฯตัวเองไม่ต่างจากหนีคดี

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “แล้วก็...ไม่พ้นทักษิณ” ว่า อ่านคำแก้ตัวล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวแห่งหนึ่งแล้วแทบไม่เชื่อตาตัวเอง เพราะนอกจากจะฟังไม่ขึ้นแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยยอมรับความผิดพลาดของตนเองแต่ใช้วิธีโทษคนอื่น การไม่ยอมรับความจริงเป็นต้นตอของปัญหา ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้ โดยการที่ยังกล่าวหาว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเป็นต้นตอของปัญหาคือการก้าวข้ามไม่พ้น หรือกลัวทักษิณจนขึ้นสมอง จนนำไปสู่การเขียนรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่เคารพอำนาจของประชาชน นายทักษิณที่ท่านกล่าวหาว่าหนีคดีนั้น ถูกยึดอำนาจและถูกดำเนินคดีด้วยองค์กรที่คณะรัฐประหารตั้งขึ้นซึ่งไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม แล้วการที่นำกำลังออกมายึดอำนาจแล้วนิรโทษกรรมให้ตัวเอง หรือการบริหารประเทศภายหลังการยึดอำนาจที่ต้องใช้มาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญมาล้างผิดให้ตัวเองกับพรรคพวก พฤติกรรมเหล่านี้ต่างจากการหนีคดีตรงไหน ต่างกันเพียงอย่างเดียวคือนายทักษิณไม่มีมาตรา 44 และเนติบริกรมานิรโทษกรรมให้ แน่จริง พล.อ.ประยุทธ์กล้าประกาศไหมว่าจะยอมให้ตัดมาตรา 270 ออกไปจากร่างรัฐธรรมนูญ

“จตุพร” ปูดหาช่องผุด ส.ว.ลากตั้ง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ได้สร้างศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจมากมาย หวังให้มีหน้าที่ปราบโกง แต่บทบาทขององค์กรนี้ในอดีตสะท้อนถึงความไม่ยุติธรรม เป็นต้นเหตุวิกฤติปัญหาของประเทศจนถึงปัจจุบัน เหตุการณ์บ้านเมืองในอดีต ส่วนสำคัญเกิดจากตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งตั้งขึ้นหลังการยึดอำนาจปี 49 สั่งยุบพรรคการเมือง ทั้งพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตย ทำให้เกิดปัญหาต่างๆลุกลามถึงปัจจุบัน แต่ในวันนี้ร่างรัฐธรรมนูญกลับเพิ่มเติมอำนาจให้ศาลรัฐธรรมนูญมากมาย พยายามอธิบายให้เป็นฉบับปราบโกง แต่องค์กรอิสระจะมาปราบโกงต้องทำตัวเองให้สะอาดก่อน ที่มาของอำนาจต้องใสสะอาด ประชาชนตรวจสอบได้ ขณะนี้กลุ่ม 40 ส.ว. ไม่แน่ใจจะได้เป็น ส.ว. ตามร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย จึงเสนอให้หัวหน้า คสช. แต่งตั้ง ส.ว. ในช่วง 5 ปีแรก เพื่อความมั่นใจในโอกาสได้กลับมาเป็น ส.ว.อีกครั้ง

เต้นผางแก้ข่าว “ทักษิณ” ออกโรงสับ

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ วีดิโอคอลวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญในการพบปะทานข้าวของอดีต ส.ส.กทม. ว่ารู้สึกประหลาดใจว่าข่าวออกมาได้อย่างไร เพราะคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ในการพบปะกันมีอดีต ส.ส.พูดขึ้นว่าไม่ได้มีโอกาสพูดคุยโทรศัพท์หรือไปเยี่ยมอดีตนายกฯทักษิณมาเป็นเวลานานมากแล้ว จึงโทรศัพท์ไปหาเพื่ออวยพรปีใหม่ ไม่มีการเตรียมการอะไรมาก่อน เมื่อโทรศัพท์ติดก็แค่เปิดสปีกเกอร์โฟน ไม่มีจอภาพใดๆทั้งสิ้น แล้วก็คุยโทรศัพท์กันสั้นๆ นายทักษิณขอให้อดีต ส.ส.มีกำลังใจเข้มแข็งในการฝ่าฟันอุปสรรค ตั้งใจทำงานรับใช้ประชาชนด้วยความจริงใจ จะได้กลับมาเป็น ส.ส.ทุกคน ไม่ว่าการเลือกตั้งจะมาเร็วหรือช้า ซึ่งถ้ามาเร็วในปีนี้ บังเอิญมีอดีต ส.ส.ถามเรื่องรัฐธรรมนูญขึ้นมา นายทักษิณตอบสั้นๆว่า ห่วงบ้านเมืองว่าการร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้น่าจะทำให้บ้านเมืองถอยหลังลงคลองมากกว่าจะปฏิรูปประเทศ ประเทศที่เขาล้าหลังกว่าเรา 20 ปี ยังพัฒนาตัวเองทั้งด้านประชาธิปไตยและเศรษฐกิจจนก้าวหน้าไปมาก โดยไม่ได้กล่าวตำหนิใครเลย ดังนั้น โปรดอย่าฉวยโอกาสนำมาเป็นประเด็นทางการเมือง

“นิพิฏฐ์” ชี้เหตุผลคนรับร่าง รธน.

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วีดิโอคอลมายังแกนนำและอดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย โดยโจมตีเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ แต่ให้แกนนำเตรียมพร้อมการเลือกตั้งว่า ท่าทีของพรรคเพื่อไทยเหมือนครั้งร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ที่รณรงค์ไม่รับ แต่ถึงเวลากลับส่งคนลงเลือกตั้ง เท่าที่ดูอารมณ์ของคนที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญมี 2 เหตุผล 1.เชื่อใน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. โดยไม่ต้องอ่านเนื้อหารัฐธรรมนูญ ตามสโลแกน “เชื่อผู้นำชาติปลอดภัย” เหมือนสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม อดีตนายกฯ 2.คนต้องการเลือกตั้ง เพราะเชื่อว่าหากได้รัฐบาลเลือกตั้งเศรษฐกิจความเป็นอยู่จะดีขึ้น

ใช้อารมณ์ตัดสินไม่ดูเนื้อหาแล้ว

ส่วนตัวได้คุยกับกลุ่มคนที่เป็น นปช.ภาคเหนือและภาคอีสาน เขาบอกจะรับรัฐธรรมนูญ ไม่ได้จะคว่ำตามที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พูด เพราะเชื่อว่าหากมีการเลือกตั้งความเป็นอยู่จะดีขึ้น ส่วนคนที่จะไม่รับร่างมี 2 เหตุผล คือ 1.ไม่รับ เพราะอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ คนกลุ่มนี้นิยมทหาร ทหารอยู่นานขนาดไหนก็ไม่ว่า ไม่เกี่ยวกับเนื้อหารัฐธรรมนูญ 2.รับไม่ได้กับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ คนส่วนนี้มีน้อยมาก ดังนั้น กรธ.อย่าให้ยืดเยื้อ ประชาธิปไตยหลังท้องอิ่ม ตอนนี้ประชาชนท้องไม่อิ่ม จึงไม่อยากฟัง หรืออ่านรัฐธรรมนูญ หากคนเดือดร้อนอีก 2 ปี ไม่รู้จะอยู่อย่างไร น่าเห็นใจมาก

เย้ย “ทักษิณ” เคาะกะลาหวั่นลูกหาบหนี

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วีดิโอคอลมายังแกนนำ และอดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ว่า 1.ที่นายทักษิณ บอกประเทศถอยหลัง 20 ปีนั้นเห็นด้วย แต่ถอยหลังเพราะเกิดทุจริตงบประมาณแผ่นดินจำนวน 1 ล้านล้านบาท เสียไปกับการโกงจำนำข้าว 2.ที่บอก กรธ.บัญญัติให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญมากไปนั้น ศาลใดที่ระบอบทักษิณซื้อไม่ได้ ศาลนั้นก็ใช้ไม่ได้ นายทักษิณกลัว ไม่พอใจที่สุดคือบัญญัติที่ให้ 3 องค์กร สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ติติง แนะนำรัฐบาลได้ เพราะหากมีบัญญัตินี้ในรัฐธรรมนูญ 50 การโกงจำนำข้าวจะไม่เกิดขึ้น การแก้ปัญหาบ้านเมืองที่ผ่านมาจึงไม่ได้อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ตามที่นายทักษิณกล่าวหา แต่เกิดจากการโกงกินของนักการเมืองอย่างไร้จิตสำนึก ซึ่งนายทักษิณก็น่าจะรู้ ใครบ้างที่โกง

ยุ คสช.ยุบ พท.ปล่อยคนหนีคดีชักใย

นายวิรัตน์กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายทักษิณส่งสัญญาณให้พรรคเพื่อไทยเตรียมตัวเลือกตั้ง มั่นใจว่าจะกลับมาชนะเลือกตั้งได้บริหารประเทศอีกครั้งนั้น รอให้ถึงวันเลือกตั้งก่อนดีกว่า นายทักษิณเก่งมาจากไหนถึงพยากรณ์ได้ นายทักษิณกำลังพูดจาสร้างราคาเพื่อไม่ให้ลูกน้องตีจากมากกว่า คสช.ต้องดำเนินการ คนบางกลุ่มไปนั่งจับกลุ่ม ให้คนหนีคดี หนีหมายจับอยู่นอกประเทศมาบงการ ชี้นำแบบนี้ มีความผิดถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่อย่างไร ขอให้ตรวจสอบด้วย และขอให้ กรธ.กับ กกต.ร่วมมือกันศึกษาด้วยว่า หากต่อไปเกิดกรณีคนหนีคดีเข้ามาบงการ แทรกแซงการบริหารพรรคการเมือง จะมีความผิดต้องยุบพรรคหรือไม่

เย้ย “ทักษิณ” เรียกคะแนนสงสาร

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายทักษิณมีสถานะเป็นนักโทษหนีคดี แต่ออกมาขับเคลื่อนพรรคการเมือง สร้างความแตกแยกในสังคม คสช.ต้องจริงจังเพื่อติดตามตัวนายทักษิณมาดำเนินคดี นายทักษิณใช้ยุทธศาสตร์สับขาหลอกเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง วิจารณ์โดยไร้ข้อเท็จจริง เนื้อหาสาระในรัฐธรรมนูญเเต่ละมาตราถ้าได้ประโยชน์ จะหยิบฉวย แต่ถ้าเสียประโยชน์ก็ออกมาด่าว่าไม่เป็นประชาธิปไตย พูดโดยไม่แยกดีชั่ว บอกว่าถูกกลั่นแกล้ง เรียกคะแนนสงสารหวังผลการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันก็โจมตี คสช.ไปในตัว ด่ารัฐธรรมนูญห่วยแตก แต่สั่งลูกน้องให้เตรียมตัวเลือกตั้ง แบบนี้ขัดแย้งระหว่างคำพูดกับการกระทำ

2 สัปดาห์รู้ผลสอบงบฯรับนายกฯ

ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบการใช้งบประมาณต้อนรับนายกฯของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงจำนวนเงินที่สูงเกินความจำเป็นนั้น เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ได้เรียกนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เข้าพบเพื่อติดตามการตรวจสอบการใช้งบประมาณในการจัดงานโครงการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า โดยว่าจ้างบริษัทคอมอาร์ตโปรดักชัน จำกัด วงเงิน 1.8 ล้านบาท ที่สำนักปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯเป็นผู้ว่าจ้าง นางกอบกาญจน์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีสั่งกำชับให้รายงานการใช้งบประมาณเพื่อความกระจ่าง โดยคณะกรรมการที่ตรวจสอบเรื่องนี้ ต้องเร่งให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ ตนได้สั่งการให้คณะกรรมการเปรียบเทียบราคากลางในแต่ละรายละเอียดว่ามีความสมเหตุสมผลมากน้อยเพียงใด หลังจากนี้ต้องกำชับให้ทุกหน่วยงานของกระทรวง จ้างออแกไนเซอร์จัดงานต่างๆให้น้อยที่สุด โดยเน้นทำงานด้วยตัวเองแทน

ปลัดเป็นประธานสอบกันเอง

ด้านพงษ์ภาณุเปิดเผยว่า ในฐานะที่เป็นหัวหน้าราชการสูงสุดในกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบเองเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว โดย รมว.การท่องเที่ยวฯให้โจทย์โฟกัสเป็นพิเศษคือ ความสมเหตุสมผลในเรื่องของการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินในการจัดงาน ส่วนตัวมองว่าตัวงานไม่มีอะไรมาก ไม่ได้โอเวอร์อย่างที่หลายฝ่ายมอง แต่ในส่วนการเตรียมงานบางส่วนยอมรับว่าสูงมาก เรื่องนี้ต้องขอเวลาตรวจสอบก่อน

เผยคลังใช้งบ 2.2 ล้านรับนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลังว่า สำหรับงบประมาณที่กระทรวงการคลังใช้รับรองนายกรัฐมนตรีในการตรวจเยี่ยมกระทรวงการคลังก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2558 เป็นเงินจำนวนประมาณ 2.2 ล้านบาท โดยใช้ 1 ล้านบาท ในเรื่องค่าอาหารว่างและค่าอาหารกลางวัน แบ่งเป็นข้าราชการเข้าร่วมประมาณ 90 คน ใช้งบประมาณไป 300,000 บาท ส่วนอีก 700,000 บาท เป็นสื่อมวลชนและคณะผู้ติดตามจำนวน 500 คน สำหรับค่าใช้จ่ายทางด้านอีเวนต์ประมาณ 200,000 บาท ระบบ ไฟฟ้าสำรอง 100,000 บาท ค่ารักษาความปลอดภัยและค่าเช่าจอ LED พร้อมระบบเครื่องเสียง ไมค์ ค่าจัดทำวีดิโออีกประมาณ 500,000 บาท อย่างไรก็ตามงบประมาณนี้เป็นการใช้จ่ายในปีงบประมาณ 2558 และได้ส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว

ยื่นศาล รธน.ตีความคำสั่ง คสช.

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา อุปนายกและเลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินผ่านนายรักษ์เกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เรียกร้องให้ส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง คสช.ที่ 3/2559 เรื่องการยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการผังเมือง และกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และคำสั่ง คสช.ที่ 4/2559 เรื่องยกเว้นการบังคับใช้กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท เพราะเห็นว่าคำสั่ง คสช.ทั้ง 2 ฉบับ ไม่เป็นไปตามเหตุผลและเจตนารมณ์ของมาตรา 44 ทำลายความสมานฉันท์คนในชาติ จึงขอให้ส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่งขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 44 หรือไม่

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    5.1%
  • ไม่ชอบ
    73.7%
  • สนุก
    20.7%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.1%
  • ให้กำลังใจ
    0.3%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement