'ซัมซุง' ยังไม่ลงทุนเพิ่มในไทย บีโอไอคุยอิเล็กทรอนิกส์หลายรายจ่อซบอก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'ซัมซุง' ยังไม่ลงทุนเพิ่มในไทย บีโอไอคุยอิเล็กทรอนิกส์หลายรายจ่อซบอก

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 ก.พ. 2559 06:15
774 ครั้ง


“อรรชกา” เผย ดึงดูด “ซัมซุง” ลงทุนเพิ่มในไทยไม่สำเร็จ ลุ้น “สมคิด” กล่อมอีกครั้งระหว่างโรดโชว์ลงทุนไทยในเกาหลีใต้ 22–25 มี.ค.นี้ ด้าน “บีโอไอ” ระบุ ปี 58 อนุมัติส่งเสริมลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 319 โครงการ รวมมูลค่าลงทุน 116,885 ล้านบาท ส่วนอีกหลายรายจ่อลงทุนเพิ่มปีนี้

นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงผลการเข้าพบ นายยิม แซง-มู รองประธานอาวุโส บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด ที่พิพิธภัณฑ์นวัตกรรมซัมซุง ภายในบริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ชี้แจงถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาล ทั้งการกำหนด 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 9 คลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่เป็นการต่อยอดจากอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนในไทย โดยซัมซุงเป็นนักลงทุนเป้าหมายของไทยในคลัสเตอร์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เบื้องต้นจากการเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มเติม ผู้บริหารซัมซุงไม่ตอบรับใดๆ แต่ขอไปพิจารณารายละเอียดก่อน จึงต้องติดตามผลการเดินทางไปชักจูงการลงทุน (โรดโชว์) ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่เกาหลีใต้อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 22-25 มี.ค.ว่าซัมซุงจะตัดสินใจอย่างไร


“ที่ผ่านมา แม้บริษัทยักษ์ใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ ซัมซุง ได้ย้ายสายการผลิตโทรทัศน์จากไทยไปเวียดนาม แต่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทยไม่มากนัก เพราะไทยไม่มีโรงงานผลิตจอภาพ คิดเป็นสัดส่วนถึง 80% ของมูลค่าโทรทัศน์ทั้งหมด งานส่วนใหญ่ที่ทำในไทยมีเพียงการประกอบชิ้นส่วน ซึ่งได้มูลค่าเพิ่มภายในประเทศน้อย และใช้แรงงานมาก จึงย้ายฐานไปยังเวียดนาม ซึ่งนำเข้าจอภาพจากจีนได้สะดวกกว่า และแรงงานราคาถูก”

อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงมีความแข็งแกร่งในการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน อาทิ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องทำความเย็น เครื่องซักผ้า เครื่องล้างจาน เป็นต้น เพราะไทยเป็นฐานการผลิตคอมเพรสเซอร์ในเครื่องทำความเย็น และมอเตอร์ไฟฟ้าอันดับต้นๆของโลก ซึ่งเป็นส่วนประกอบ สำคัญในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ผู้ประกอบการจึงไม่ย้ายฐานออกจากไทย โดยในกลุ่มสินค้านี้ มีมูลค่าการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 40% ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าโทรทัศน์มาก


นางอรรชกากล่าวต่อว่า นอกจากการเชิญชวนนักลงทุนรายใหญ่ ให้เข้ามาลงทุนแล้ว รัฐบาลควรสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ผลิตกล่องควบคุมอัจฉริยะ ที่ใช้ควบคุมการทำงานในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งใช้เงินลงทุนไม่มาก เพียงแต่ต้องการผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์ มีความตั้งใจจริง และทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาเสริม ก็สามารถผลิตนวัตกรรมด้านนี้ได้ไม่ยาก หากทำได้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ได้มาก

ด้าน น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวถึงแนวโน้มการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในปีนี้ว่า บริษัทชั้นนำของโลกหลายรายมีแผนจะเข้ามาลงทุนในไทย ทั้งการขยายการลงทุนของบริษัทที่มีฐานการผลิตในไทยแล้ว และโครงการลงทุนของนักลงทุนรายใหม่ ซึ่งเป็นผลจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่ และนโยบายส่งเสริมคลัสเตอร์ที่มุ่งเน้นสนับสนุนให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างนวัตกรรม และเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

“ปีที่ผ่านมา บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า จำนวน 319 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 116,885 ล้านบาท โดยเป็นกิจการที่สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิตอลของรัฐบาล ได้แก่ กิจการซอฟต์แวร์ 173 โครงการ เงินลงทุนรวม 1,367 ล้านบาท กิจการผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณโทรคมนาคม 8 โครงการ เงินลงทุน 17,017 ล้านบาท และกิจการ Cloud Service 2 โครงการ ลงทุน 520 ล้านบาท”

สำหรับบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน ได้แก่ บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย จำกัด ผลิต Lighting Device ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประกอบจอแอลซีดีสำหรับจอภาพโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เงินลงทุน 3,960 ล้านบาท บริษัท ฟูจิคูระ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้รับการส่งเสริมในกิจการผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ชนิดอ่อนสำหรับอุปกรณ์สื่อสาร เช่น แผ่นวงจรสำหรับควบคุมการสั่น การแสดงผลหน้าจอ หรือการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกสำหรับแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ เงินลงทุน 2,972 ล้านบาท บริษัท โซนี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน เงินลงทุน 2,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นการย้ายฐานการผลิตมาต่างประเทศครั้งแรกของโซนี่ และโครงการผลิตเครื่องปรับอากาศของบริษัท มิตซูบิชิ อิเล็กทริค คอนซูมเมอร์โพรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด เงินลงทุน 10,700 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการลงทุน เพิ่มด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์จากเดิมที่เป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตสินค้า ซึ่งปีที่ผ่านมาบีโอไอได้ให้การส่งเสริมการลงทุนแก่บริษัท ซิลิคอน คราฟ เทคโนโลยี จำกัด เงินลงทุน 20 ล้านบาท แม้เป็นบริษัทเล็ก แต่คิดค้นนวัตกรรมเอง คือการออกแบบชิพค้นหาตำแหน่งที่ฝังในตัวสัตว์เพื่อนับจำนวน และตรวจติดตามการเจริญเติบโต โดยมีลูกค้าอยู่ในสหภาพยุโรป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    54.6%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    39.0%
  • ประหลาดใจ
    6.4%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement