ถามหาความกล้าหาญ “ทีโอที” เอไอเอสเข็นเซ็นสัญญาธุรกิจกันเสียที - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ถามหาความกล้าหาญ “ทีโอที” เอไอเอสเข็นเซ็นสัญญาธุรกิจกันเสียที

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 8 ก.พ. 2559 06:01
1,117 ครั้ง


“เอไอเอส” ค้นใจ“ทีโอที” เรียกหาความกล้าหาญ ปิดจ็อบเซ็นสัญญาร่วมธุรกิจที่ยืดเยื้อมากว่า 2 ปีให้เสร็จเสียที ปฏิเสธเตะสกัดคู่แข่ง หลังพลาดประมูลคลื่น 900 และอาจเสียฐานลูกค้า 2 จีไป ยืนยันสัญญาเป็นลักษณะวิน–วิน ได้ประโยชน์ทั้งคู่จึงต้องผลักดันให้จบเสียที

นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ เอไอเอสยังคาดหวังว่าสัญญาการทำธุรกิจร่วมกันระหว่างเอไอเอสและบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) จะสำเร็จลุล่วงได้ภายในเดือน มี.ค.นี้ เพราะกระบวนการดังกล่าวใช้เวลายาวนานมากว่า 2 ปีแล้ว ก็ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ “ก่อนประมูลใบอนุญาต 4 จี คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ได้สำเร็จ เอไอเอสอยากเป็นพันธมิตรกับทีโอทีมากเพียงไร หลังประมูลได้คลื่นมาแล้ว ก็ยังเหมือนเดิม”

เขาบอกว่า ข้อเสนอล่าสุดในการทำสัญญาธุรกิจระหว่างเอไอเอสและทีโอที ประกอบด้วย 3 ข้อหลัก ได้แก่ 1. สัญญาเช่าใช้คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ของทีโอทีจำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ ระยะเวลา 10 ปี ซึ่งเอไอเอสเสนอผลตอบแทนปีละ 3,900 ล้านบาท และมีสิทธิใช้งาน 80% ของเครือข่ายทั้งหมด อีก 20% ทีโอทีสามารถนำไปหารายได้เพิ่มเติม


2. แผนความร่วมมือในการบริหารจัดการเสาสัญญาณมือถือ 13,800 ต้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในข้อพิพาทระหว่างกันว่ากรรมสิทธิ์ของเสาจะเป็นของใคร ซึ่งความตั้งใจของเอไอเอสคือการตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) บริหารเสาสัญญาณร่วมกัน แต่สิ่งที่ทีโอทีเป็นห่วงในขณะนี้คือ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนต้องใช้เวลาระยะหนึ่งตามเงื่อนไขรัฐวิสาหกิจ ขณะที่ทีโอทีกำลังต้องการรายได้มาเลี้ยงตน ซึ่งเอไอเอสก็เข้าใจ ล่าสุดจึงตกลงที่จะจ่ายค่าเช่าเสาให้กับทีโอที ในอัตราปีละ 3,600 ล้านบาท ซึ่งในทางปฏิบัติถือว่ายอมรับว่าเสาเป็นของทีโอที แต่การจ่ายเงินต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าแผนความร่วมมือเรื่องเสา จะต้องนำไปสู่การตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างกัน และในอนาคต เอไอเอสมีแผนจะนำเสาของเอไอเอสอีกจำนวน 14,000 ต้น เข้ามารวมในบริษัทร่วมทุนแห่งนี้ด้วย

3. ข้อตกลงว่าด้วยการเช่าใช้อุปกรณ์ 2 จีของทีโอที ซึ่งเอไอเอสได้ส่งมอบอุปกรณ์ไปแล้วตามเงื่อนไขสัมปทานเดิม โดยเอไอเอสเสนอผลตอบแทนอีกปีละ 2,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 5 ปี

“โดยสรุปผลตอบแทนที่เอไอเอสเสนอไปนั้น ทำเงินให้ทีโอทีปีละ 9,500 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยพลิกฟื้นสถานการณ์ของทีโอทีได้ ถือเป็นทางออกในระยะยาว การที่ทีโอทีไม่รีบดำเนินการ ปล่อยเวลายืดเยื้อมานาน นับว่าเสียโอกาสมากพอแล้ว การเป็นพันธมิตรกับเอไอเอส เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว”

“แม้ความร่วมมือระหว่างกันต้องติดขัดกับระเบียบ ข้อกฎหมายของรัฐวิสาหกิจมากมายเพียงใด แต่ผมคิดว่าเราผ่านอุปสรรคเหล่านั้นมาหมดแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงความกล้าหาญในการเดินทางทำโครงการความร่วมมือให้สำเร็จ จากการพูดคุยกับพนักงานทีโอทีในทุกระดับ ผมยืนยันว่าทุกฝ่ายต้องการร่วมธุรกิจกับเอไอเอสต่อไป เพื่อความอยู่รอด เพื่อนำรายได้มาหล่อเลี้ยงองค์กร แต่ที่ทีโอทียังขาดคือความกล้าหาญในการตัดสินใจ ซึ่งน่าจะถึงเวลาแล้ว”

เมื่อถูกถามว่า ด้วยความปรารถนาดีและความพยายามทั้งหมดของเอไอเอส หากที่สุดยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ จะมีทางออกอย่างไร เขาตอบว่า เอไอเอสมีทางออกในการทำธุรกิจเสมอ หากร่วมมือกับทีโอทีไม่สำเร็จ ก็มีทางเลือกอื่นๆ อีกไม่นานก็น่าจะมีการนำเอาคลื่นใหม่ๆทั้งคลื่น 2300 และ 2600 เมกะเฮิรตซ์ออกมาประมูล

“ล่าสุดที่เอไอเอสพลาดประมูลใบอนุญาต 4 จี บนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นคลื่นเดิมของเอไอเอสที่ให้บริการ 2 จีอยู่ แต่เราก็เร่งแก้ปัญหาเต็มที่ นอกจากการเร่งเปลี่ยนมือถือให้ลูกค้าใหม่ เพื่อให้ใช้บริการได้ต่อเนื่อง รวมทั้งทุ่มลงทุนยกระดับโครงข่ายให้ดีขึ้น เพื่อรองรับลูกค้าที่จะย้ายมาจาก 2 จีที่ยังมีใช้บริการอยู่ 12 ล้านเลขหมายแล้ว เรายังเพิ่งบรรลุข้อตกลงโรมมิ่ง 2 จีบนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ของดีแทคด้วย ซึ่งจะช่วยรองรับลูกค้าที่ยังไม่เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนซิม ให้ใช้บริการต่อได้ และนี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าเราพยายามหาทางรอดให้ธุรกิจเสมอ”

แต่แม้เชื่อว่าจะมีทางออกเสมอ เขายังยืนยันว่าความร่วมมือกับทีโอที เป็นสิ่งที่เอไอเอสต้องการ เพราะได้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่ทีโอทีมี อย่างการเช่าอุปกรณ์ 2 จีของทีโอทีต่อ แม้เอไอเอสกำลังพยายามยุติการให้บริการ 2 จีอยู่ก็ตาม แต่อุปกรณ์ เช่น ไฟเบอร์ออพติก ทรานสมิทชั่น ก็เป็นประโยชน์ต่อเอไอเอสในการบริหารโครงข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อการให้บริการอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์แบบมีสาย ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของเอไอเอส

เมื่อถูกถามว่า ความพยายามผลักดันการเซ็นสัญญาให้สำเร็จ ถือเป็นการสกัดคู่แข่งที่เพิ่งประมูลคลื่นความถี่ 900 ได้และกำลังเข้ามาแย่งฐานลูกค้า 2 จีหรือไม่ เขายืนยันคำตอบเดิมว่า ความร่วมมือกับทีโอทีถือเป็นข้อเสนอแบบ Win-Win คือได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เอไอเอสออกมาผลักดันในเรื่องนี้อย่างจริงจัง.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    35.4%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    24.6%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    40.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement