ตรวจบ้านวิกรม สร้างไม่ผิดกฎ คาดจุดธูปไหม้ ไฟฟ้าลัดวงจร - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ตรวจบ้านวิกรม สร้างไม่ผิดกฎ คาดจุดธูปไหม้ ไฟฟ้าลัดวงจร

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 ก.พ. 2559 05:40
6,444 ครั้ง


เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกับสถาปนิก วิศวกรเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านนายวิกรม อัยศิริ อดีต ส.ว.ระนอง อย่างละเอียดทุกชั้น พบอาคารมีการออกแบบถูกต้อง มั่นคงแข็งแรง ภายในมีการติดตั้งระบบตรวจสอบควัน เป็นไปตามการออกแบบโครงสร้าง ปี 2535 หลังตรุษจีนจะเรียกบุคคลในบ้านมาสอบปากคำ สรุปหาสาเหตุของโศกนาฏกรรมอีกครั้ง

กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสูง 10 ชั้น ภายในซอยนราธิวาสราชนคริทร์ 18 ของนายวิกรม อัยศิริ อดีต ส.ว.ระนอง เป็นเหตุให้นางอังคนา อัยศิริ ภรรยาเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุ ความคืบหน้าเมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 6 ก.พ. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย กรุงเทพมหานคร รับแจ้งเกิดกลุ่มควันคุกรุ่นภายในชั้น 9 ของอาคารดังกล่าว จึงประสานรถน้ำดับเพลิงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบเปลวเพลิงแต่อย่างใด มีเพียงกลุ่มควันบางๆที่เกิดจากการสะสมความร้อนภายในผนังปูนเท่านั้น จึงถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกมาจากจุดเกิดเหตุ

ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.ท.บัณฑิต ประดับสุข อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูถัมภ์ เดินทางมาร่วมตรวจสอบโครงสร้างของอาคารตามที่รับการประสานจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เปิดเผยก่อนเข้าตรวจสอบภายในตัวอาคาร ว่า จากการดูด้วยสายตาโครงสร้างภายนอกออกแบบถูกต้อง ดูมั่นคงแข็งแรง มีการออกแบบที่ถูกต้องตามหลักการก่อสร้างตามสมัย ถือว่าปลูกสร้างอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ภายนอกมีบันไดลิงเป็นไปตามการออกแบบโครงสร้าง ปี 2535 ต้องรอตรวจสอบด้านในอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผกก.สน.บางโพงพาง พร้อมทีม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่สมาคมสถาปนิกสยาม เจ้าหน้าที่สมาคมผู้ตรวจสอบและบริหารความปลอดภัยอาคาร เจ้าหน้าที่สภาวิศวกร และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมเข้าไปตรวจสอบภายในอาคารดังกล่าว โดยมีการปิดประตูและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพงพาง และเจ้าหน้าที่ทหาร ตรวจสอบคนเข้าออกอย่างละเอียด ไม่ให้บุคคลภายนอก หรือสื่อมวลชนที่มาทำข่าว เข้าไปภายในที่เกิดเหตุ

กระทั่งเมื่อเวลา 13.30 น.หลังทีมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานร่วมกับสถาปนิก วิศวกร เข้าตรวจสอบภายในอาคารดังกล่าว โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชม. พ.ต.ท.บัณฑิตเปิดเผยอีกครั้งว่า จากการตรวจสอบเป็นอาคารที่พักอาศัย สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ระบบพื้นคาน ความสูง 9 ชั้น มีชั้นดาดฟ้า ถูกออกแบบสร้างแล้วเสร็จ เมื่อปี 2535 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 ปี 2535 โครงสร้างภายนอกอาคารมีการออกแบบดี ถูกต้อง มีความมั่นคงแข็งแรง นอกอาคารมีบันไดลิง ผู้สร้างมีความรอบคอบมาก เนื่องจากด้านในมีการติดตั้งระบบตรวจสอบควัน หากพบควันในอาคารจะส่งสัญญาณเสียงเตือน ถือว่ามีความทันสมัยมากในยุคนั้น สำหรับภายในฝ้า เพดาน และผนัง มีการกรุด้วยไม้สัก พื้นเป็นไม้ปาร์เก้ มีบันไดขึ้นลงทางเดียว เจ้าหน้าที่เน้นตรวจที่ชั้น 3 เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นชั้นต้นเพลิง ซึ่งจุดที่ตรวจชั้นดังกล่าว มีลักษณะเป็นห้องโถง นั่งเล่น และมีจุดที่สามารถจุดธูปเทียนบูชาพระได้

ด้าน พ.ต.อ.นำเกียรติกล่าวว่า การตรวจครั้งนี้นอกจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานยังมีสถาปนิก และวิศวกรร่วมตรวจสอบด้วย เป็นการตรวจสอบอย่างละเอียดทุกชั้นของตัวบ้าน แต่จะเน้นในบริเวณชั้น 3 ซึ่งเป็นในส่วนของห้องนั่งเล่นที่คาดว่าจะเป็นห้องต้นเพลิง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บหลักฐานทั้งหมดไปตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อย ต้องรอผลการตรวจ จึงจะสรุปเหตุการณ์ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะเรียกพยานและบุคคลภายในบ้านมาสอบปากคำอีกครั้งหลังเทศกาลตรุษจีน ขณะนี้ไม่มีบุคคลในครอบครัวอยู่ มีเพียงคนดูแลบ้านเท่านั้นที่พาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากตรวจสอบที่บริเวณชั้น 3 ของบ้าน เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสันนิษฐานการเกิดเพลิงไหม้ไว้ 2 ประเด็น คือ การจุดธูปไหว้เจ้า และเหตุไฟฟ้าลัดวงจร จากพัดลมตั้งพื้นที่อยู่ในจุดใกล้เคียง

นอกจากนั้นนายชวลิต กิจศุภนนท์ อายุ 75 ปี เจ้าของอาคาร ซีเค เรซิเดนท์ เปิดเผยว่า กรณีทางเขตยานนาวา ให้ข่าวกับสื่อมวลชนและออกใบประกาศปิดพื้นที่ชั่วคราว เมื่อวันที่ 5 ก.พ. มีความผิดพลาดเรื่องที่ตั้ง เนื่องจากที่ตั้งของจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ออกมาเผยแพร่ คือบ้านเลขที่ 42 จดในชื่อ บริษัท ซีเค เรซิเดนท์ จำกัด ความสูง 7 ชั้น จำนวน 14 ห้อง พื้นที่ 2,223 ตารางเมตร เป็นข้อมูลของบ้านตน ที่สร้างมาประมาณกว่า 10 ปี เป็นที่พักอาศัย และบางส่วนเปิดให้เช่า ทำให้มีคนรู้จักและลูกค้าเกิดความเข้าใจผิด จึงอยากให้ทางเขตออกมาขอโทษและแก้ไขความผิดพลาดที่ทำให้ทางตนเกิดความเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้นำใบประกาศใบใหม่มาติดยังที่เกิดเหตุ โดยเปลี่ยนเป็นบ้านเลขที่ใหม่ 32 (บ้านเลขที่เก่า 2204/5) เรื่องแก้ไขอาคาร “กรณีที่อาคารมีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภัยอันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่าง หรือทรัพย์สิน หรืออาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัย หรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรือกระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม” จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 46 วรรคหนึ่ง ขอให้เจ้าของบ้านดำเนินการแก้ไขอาคารภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับคำสั่ง หากพ้นกำหนดนี้แล้วจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    9.5%
  • สนุก
    4.8%
  • ประหลาดใจ
    4.8%
  • เสียใจ
    28.6%
  • ให้กำลังใจ
    52.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement