"น้ำลายเทียม"ผลงาน ลูกช้าง มช.คว้าแชมป์ R2M 2015 เส้นทางงานวิจัยสู่ "นวัตวณิชย์" - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

"น้ำลายเทียม"ผลงาน ลูกช้าง มช.คว้าแชมป์ R2M 2015 เส้นทางงานวิจัยสู่ "นวัตวณิชย์"

โดย นิสิตา 7 ก.พ. 2559 05:01
443 ครั้ง


ปิดฉากไปหมาดๆกับเส้นทางการสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่

ในโครงการ “เส้นทางสู่นวัตวณิชย์” ระดับประเทศ หรือ Research to Market Thailand 2015: R2M จัดโดย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเปิดศึก “ชิงดำ” เพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีม ที่โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชาออคิด เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา

เป็นการเปิดเวทีให้ 20 ทีมที่มีผลงานยอดเยี่ยมระดับภูมิภาค ได้แก่ “แคปซูลดินิเนียต้านอัลไซเมอร์” จาก ม.ขอนแก่น, “น้ำยาทำความสะอาดฮาร์ดดิสก์ที่มีประสิทธิภาพสูง” และ “VEEWA GLOW” ผลิตภัณฑ์จากไหมแท้ 100% จากม.มหาสารคาม, “โคเนื้อพันธุ์โคราชวากิว” จาก ม.สุรนารี, “เครื่องวัดกระแสไฟฟ้าผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต Feeling Watt” จาก ม.อุบลราชธานี, “เครื่องควบคุมอุณหภูมิเพาะเห็ดอัตโนมัติ” จาก ม.ราชภัฏพิบูลสงคราม, “กล่องเพาะเมล็ดกล้วยไม้แบบสมชีพ Symbiotic Seed Germination of Orchid Box” และ “iSonar เครื่องบอกเตือนสิ่งกีดขวางสำหรับผู้พิการทางสายตา” จาก ม.แม่ฟ้าหลวง

ตามมาด้วย “แผ่นฟิล์มข้าวเพื่อแปะติดรักษาแผลในช่องปาก” และ “น้ำลายเทียม Mouth Me” จาก ม.เชียงใหม่, “O Health” จาก ม.นเรศวร, “ถังหมักแก๊สชีวภาพ” จาก ม.แม่โจ้, “เครื่องอบแห้ง Hybrid Power Dryer” จาก ม.ราชภัฏอุตรดิตถ์, “อุปกรณ์ตรวจจับการเปลี่ยนแปลง โดยใช้เทคนิคการประมวลผลจากภาพถ่าย” จาก ม.พะเยา และอีก 5 ผลงานจาก ม.สงขลานครินทร์ ได้แก่ “แผ่นหนังเทียมจากยางธรรมชาติผสม”, “แผ่นแปะแผลชนิดล้างออกได้ที่มีส่วนประกอบจากว่านหางจระเข้และสารสกัดบัวบก”, “LekOscOpe: กล้องจุลทรรศน์เพื่อการศึกษาชนิดพกพาพิมพ์ขึ้นรูปได้จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ”, “ชุดทดสอบสังกะสีภาคสนาม” และ “สารทดแทนฟอสเฟตและไบคาร์บอเนตในการปรับปรุงคุณสมบัติความสามารถในการอุ้มน้ำและน้ำหนักของเนื้อกุ้ง” ได้นำเสนอผลงาน

หลังขับเคี่ยวกันอย่างหนัก ด้วยการนำเสนอแผนธุรกิจและแผนการตลาด ที่สามารถนำผลงานวิจัยไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ปรากฏว่า “น้ำลายเทียม Mouth Me” ของ ทีม MH Fusion จาก รั้วเชียงใหม่ สมาชิกในทีมประกอบด้วย 5 ซีเนียร์ คือ เบญจรงค์ สินธุยะ ณัฐธิดา จินตการราศรี และ จิราวรรณ จินดาแก้ว จากคณะวิทยาศาสตร์ กับอีก 2 สาวคณะบริหารธุรกิจ จันทร์จิรา สมิทธิกุล และ นภสร ศรีชัย ก็ชนะใจกรรมการคว้าแชมป์ไปครอง

ปล่อยให้น้องๆดีใจกับรางวัลที่ได้รับพักใหญ่ “นิสิตา” ไม่รอช้า รีบไปคว้าตัวทั้งทีมมาบอกเล่าถึงผลงาน เริ่มจาก “แตงโม”...เบญจรงค์ สินธุยะ บอกด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่คลายความตื่นเต้นว่า “น้ำลายเทียม Mouth Me นำเสนอในรูปแบบผลิตภัณฑ์สเปรย์ ขนาด 20 มิลลิลิตร ที่เพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปากและลำคอ สกัดจากกระเจี๊ยบเขียว ซึ่งเป็นสมุนไพรไทยที่มีคุณสมบัติการไหลแบบที่คล้ายกับการไหลของน้ำลายจริง คือยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งทำให้ความหนืดลดลง ช่วยให้เคี้ยวกลืนอาหารและพูดได้ง่ายขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกชุ่มชื้นเปรียบเสมือนน้ำลายจริง ที่สำคัญยังช่วยป้องกันการเกิดโรคในช่องปากและลำคอ เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากพืชสมุนไพร 100 เปอร์เซ็นต์ ไร้สารเคมี ไม่มีผลข้างเคียงและมีฤทธิ์ทางชีวภาพที่ช่วยลดอาการฟันผุด้วย”

“ฟิล์ม”...ณัฐธิดา จินตการราศรี รับช่วงสานต่อว่า “การคิดค้นน้ำลายเทียม Mouth Me เพื่อตอบสนองผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำลายเทียม ซึ่งพบบ่อยที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการฉายรังสีรักษา รวมทั้งผู้สูงอายุ ที่มักจะมีปัญหาเรื่องการขบเคี้ยวอาหารเพราะน้ำลายน้อย เหตุผลที่เลือกนำเสนอน้ำลายเทียม Mouth Me เพราะมั่นใจว่าสามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างชัดเจน เพราะการเริ่มทำผลิตภัณฑ์อะไรสักอย่างเกี่ยวกับการแพทย์ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ ก็เป็นโอกาสทางการตลาดและยังสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความจำเป็น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ ที่ได้รับผลกระทบจากการฉายรังสี”

“นิว”...จิราวรรณ จินดาแก้ว ช่วยเสริมว่า “สิ่งที่คาดหวังคือ อยากให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เข้ามาช่วยผลักดันผลงานวิจัยชิ้นนี้ ซึ่งหากได้หน่วยงานใหญ่ๆ มาช่วยก็จะทำให้ธุรกิจเล็กๆ สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและก้าวกระโดด เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของเราสามารถตอบโจทย์ได้ทุกด้าน และอยากได้การสนับสนุนการลงทุนจากภาคเอกชนเพื่อนำผลงานของเราออกสู่เชิงพาณิชย์ด้วย ซึ่งนอกจากกำไรในส่วนของเม็ดเงินที่จะได้แล้ว ยังได้กำไรทางด้านจิตใจเพราะบอกได้เลยค่ะว่าผลิตภัณฑ์ของเราเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี และไม่ทำให้เกิด worst case อย่างแน่นอน”

ขณะที่ “นุช”...จันทร์จิรา สมิทธิกุล เล่าว่า “การได้มาแข่งขันเส้นทางสู่นวัตวณิชย์ ทำให้อนาคตอยากเป็นผู้ประกอบการ เพราะโครงการนี้สามารถทำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ในเรื่องการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้และทำธุรกิจได้จริง มากไปกว่านั้นยังได้เรียนรู้หลายๆสิ่งหลายๆอย่าง การแข่งขันตั้งแต่รอบมหาวิทยาลัย ภูมิภาค จนถึงระดับประเทศ ทำได้ให้ความรู้มากมาย ที่สำคัญทำให้เห็นว่าตัวเองก็มีศักยภาพในการเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่”

ปิดท้ายด้วย “แก้ม”...นภสร ศรีชัย บอกว่า “ดีใจที่ได้นำความรู้ด้านการตลาดและบริหารที่เรียนมาประยุกต์ใช้ในการวางแผนการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจในชีวิตจริง และค้นพบว่าความฝันต่อไปในอนาคต คือการเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ และนำสิ่งดีๆที่ได้เรียนรู้ในชีวิตสู่สังคม ซึ่งเวทีนี้ถือเป็นเส้นทางในการสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ดีมาก”

เป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าสนับสนุน เพราะเมืองไทยมีงานวิจัยดีๆ ถูกเก็บ “ขึ้นหิ้ง” มากมาย “นิสิตา” ว่า หากมีการเปิดเส้นทางให้งานวิจัยเหล่านี้ได้รับการ “ต่อยอด” เชิงพาณิชย์ นอกจากจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มแล้ว ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น

อาจจะช่วยให้หลายคนในสังคม มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ชนิดที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็ได้ใครจะไปรู้!!!

นิสิตา

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement