หนุน “Single Window” ตั้งเป้าคลุมอนามัยทั่วประเทศ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

หนุน “Single Window” ตั้งเป้าคลุมอนามัยทั่วประเทศ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ก.พ. 2559 07:21
218 ครั้ง


ทพ.ศิริเกียรติ เหลียงกอบกิจ ผอ.สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. เดินทางมาที่สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯนาม่วง ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี ก่อนกล่าวว่ามีการตรวจพบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารสเตียรอยด์ทั้งในรูปของยาลูกกลอนหรือเครื่องดื่มสมุนไพร ซึ่งล้วนเป็นภัยอันตรายต่อสุขภาพ สสส. ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกระทรวงสาธารณสุข จึงได้สนับสนุนการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีชื่อว่า “Single Window หรือหน้าต่างเตือนภัยสุขภาพ” เพื่อเป็นเครื่องมือสำหรับประชาชนในการเตือนภัยอันตรายดังกล่าว

สำหรับ “Single Window” เป็นนวัตกรรมที่ให้ข้อมูลกับประชาชนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ ที่ตรวจพบแล้วว่ามีอันตราย ประชาชนสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อันตรายได้จากเว็บไซต์ www.tumdee.org/alert/ และล่าสุดได้พัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นในมือถือทั้งระบบแอนดรอยด์ (Android) และไอโอเอส (IOS) ซึ่งสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรี

ภก.วรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี ผู้ริเริ่มพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพกล่าวว่า ได้ร่วมกับ สสส.และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาฐานข้อมูล “ระบบแจ้งเตือนภัยและฐานข้อมูลคุณภาพความปลอดภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค” มาตั้งแต่ปี 2552 โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่งทั่วประเทศ ได้ร่วมมือกันแจ้งข้อมูลสินค้าและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ตรวจยืนยันแล้วว่ามีอันตราย โดยส่งข้อมูลผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น ปัจจุบันมีสถิติผู้เข้าใช้งานฐานข้อมูลทางเว็บไซต์แล้วกว่า 70,000 คน ทั้งนี้ ประชาชนที่พบสินค้าอันตราย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่โทร. 0-4531-2230 หรือศูนย์เตือนภัยเฝ้าระวังรับเรื่องร้องเรียน และสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯทุกแห่ง

ด้านนายศิริชัย สายอ่อน ผอ.สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯนาม่วง เผยว่า การเฝ้าระวังตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพในระดับชุมชนของ ต.นาม่วง เกิดจากการทำงานร่วมกันของสมาชิกในชุมชนในรูปแบบพลัง 3 ประสาน ได้แก่ อปท. รพ.ส่งเสริมสุขภาพตำบลและเครือข่าย อสม. โดยมีมติร่วมกันคือ 1.ตั้งศูนย์เฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียนผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกหมู่บ้าน 2.ไม่ให้มีรถเร่ รถหนังขายยา หรือกลุ่มธุรกิจขายตรงโดยเฉพาะยาเข้ามาในชุมชน ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นต้องแจ้งขออนุญาตผู้ใหญ่บ้านและผ่านการตรวจหาสารปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์ โดย อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนก่อนจึงสามารถจำหน่ายสินค้าได้ 3.ติดตั้งป้ายเตือนภัยและเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกหมู่บ้าน และ 4.พัฒนาสถานประกอบการร้านอาหาร ร้านแผงลอยจำหน่ายอาหาร ร้านขายของชำและตลาดนัดให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ส่งผลให้ประชาชนในชุมชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวัง คัดกรอง และแจ้งเตือนภัยผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อาจมีอันตรายและสารปนเปื้อนที่เข้ามาขายในท้องถิ่นและสามารถเข้าถึงข้อมูลตรวจสอบผลิตภัณฑ์อันตรายได้ด้วยตนเองตลอดเวลา ผ่านเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นดังกล่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement