'บิ๊กต๊อก' ท้า 'วีระ' บอกชื่อคนอยู่เบื้องหลัง เขมรรุมทำร้ายดีเอสไอ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

'บิ๊กต๊อก' ท้า 'วีระ' บอกชื่อคนอยู่เบื้องหลัง เขมรรุมทำร้ายดีเอสไอ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 20:18
2,490 ครั้ง


"บิ๊กต๊อก" ถาม "วีระ" ถ้ารู้ใครอยู่เบื้องหลังมวลชนทำร้ายดีเอสไอ ให้บอกชื่อมา ยันไม่ทราบเรื่อง ระบุตนเคยรับผิดชอบพื้นที่สมัยเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 คอยเตือนทหาร ถ้ายุ่งเกี่ยวสั่งย้ายแน่นอน...

กรณีนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน โพสต์ลงเฟซบุ๊กถาม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ว่า รู้อยู่เต็มอกว่าใครอยู่เบื้องหลังกรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถูกพ่อค้ากัมพูชารุมทำร้าย หลังจับสินค้าหนีภาษีที่ตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา

คืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.พ.59 เวลา 11.30 น. ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ขอตอบว่าในพื้นที่นี้ไม่มีใครไม่รู้หรอกว่ามีการขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะตลาดโรงเกลือเป็นสถานที่เขตธุรกิจใหญ่พอสมควรในชายแดน คนที่เข้าไปไม่ได้ตั้งอยู่วันสองวัน แต่มันตั้งมานานแล้ว สินค้าพวกนี้มันก็ต้องเข้าใจรับรู้กันว่าเป็นแหล่งสินค้าประเภทนี้ มันปฏิเสธไม่ได้หรอก เพราะประชาชนเดินเข้าเดินออก รัฐคงไม่ปฏิเสธเรื่องนี้ คนในพื้นที่เองก็คงไม่ปฏิเสธ เวลาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทำงานไม่ทราบหรอกว่าดีเอสไอจะลงไปทำงานอะไร เพราะดีเอสไอมีหน้าที่ทั่วราชอาณาจักร มีงานที่ต้องดูแลรับผิดชอบทั่วประเทศ จะมาถามว่ารัฐมนตรีรู้เรื่องหรือไม่ รัฐมนตรีคงไม่รู้หรอก เพราะวันหนึ่งดีเอสไอไปตรงนั้นตรงนี้ ไม่จำเป็นต้องรายงานมายังตน เหมือนการจับพวกยาบำรุง ยาอะไรพวกนี้ ตนก็ยังไม่รู้เลย เพราะเขาไม่ได้มารายงาน แต่เขาก็ทำแบบนี้ คือ มีหมายศาล แสดงตน มีเจ้าหน้าที่ทั้งชุดในและนอกเครื่องแบบ ดีเอสไอก็ทำแบบนี้

"เรื่องที่นายวีระพูดว่า พล.อ.ไพบูลย์ ทราบเรื่องทหารนั้น ไม่แน่ใจเหมือนกัน อยากให้นายวีระมาบอกตน ให้เอาชื่อมา ในอดีตตนเคยรับผิดชอบพื้นที่ตรงนั้นสมัยเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 และยังเตือนทหารว่าถ้ายุ่งเกี่ยวจะสั่งย้ายแน่นอน ถ้าพูดเรื่องนี้คือความจริงมันปฏิเสธไม่ได้ เพราะฉะนั้นรู้ว่าตัวบุคคลหรือมีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่ทราบ แต่ถามว่ามันเชื่อมโยงกับข้าราชการในพื้นที่ขนาดไหน มันก็ทำให้ประชาชนอาจสงสัยได้เหมือนกัน สิ่งเหล่านี้พูดตั้งแต่แรก เราไม่ควรปฏิเสธว่าไม่มีใครรู้ เพราะฉะนั้น ข้าราชการการปกครอง ข้าราชการในส่วนของกระทรวงอื่น ไม่ว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร ข้าราชการทหารที่ดูแลในพื้นที่ เพราะมันเป็นเขตชายแดน ตำรวจที่อยู่ที่นั่น คนในพื้นที่มันต้องตอบโจทย์ในสังคมเองให้ได้ มันจะปฏิเสธความไม่รับรู้ไม่ได้" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ เผยต่อว่า การเข้าไปแก้ปัญหามันยากขนาดไหน ต้องพูดอีกเรื่องหนึ่ง การแก้ปัญหาเป็นเขตเศรษฐกิจ การดูแลเรื่องความมั่นคง ดูแลธุรกิจ และสังคม ซึ่งแบบนี้มันเป็นปัญหาสังคม การใช้กฎหมู่เหนือกฎหมาย เป็นสิ่งที่คนในพื้นที่ต้องดูแล ดีเอสไอเป็นคนนอกพื้นที่ หากถามว่าดีเอสไอทำงานอย่างไร ขอตอบว่าวันที่ดีเอสไอเข้าไปทำงาน ตนมาทราบภายหลัง และได้สอบถามอธิบดีดีเอสไอก็ชี้แจงว่า 1. มีหมายศาล เพราะฉะนั้นจะบอกว่าไม่รู้ไม่เห็น ซึ่งไม่ใช่ 2. ได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ และ 3. มีเจ้าหน้าที่ในและนอกเครื่องแบบชัดเจน ซึ่งเป็นวิธีการทำงานของดีเอสไอในหลายพื้นที่ และก็ทำลักษณะนี้ มันก็ตอบโจทย์สังคมได้แล้วว่าเจ้าหน้าที่เขาทำตามหน้าที่ และการเข้าพื้นที่ก็ไม่จำเป็นต้องบอกหน่วยในพื้นที่ เรื่องสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นเรื่องของการร้องเรียนจากทั้งในและนอกประเทศ มีการร้องเรียนผ่านสถานทูตมาด้วยซ้ำ ส่วนจะร้องไปยังหน่วยในพื้นที่หรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่เมื่อมีการร้องมายังส่วนกลาง หน้าที่ของเรากระทรวงยุติธรรมต้องทำตามหน้าที่ และทำเหมือนกับกรณีอื่นทั่วไป มีการขอหมายศาลชัดเจน ตนได้สั่งการให้อธิบดีดีเอสไอไปหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งทุกหน่วยต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา

ส่วนเรื่องนี้จำเป็นต้องมีการจัดระเบียบชาวกัมพูชาที่เข้ามาค้าขายหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพียงแต่ดีเอสไอไปตามหน้าที่ แต่เชื่อว่ามันคงไปพัวพันเรื่องอื่นแล้วใช่หรือไม่ ซึ่งคงไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม แต่ถึงพูดเรื่องหารือว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร เช่น การจัดระเบียบ เป็นต้น ทั้งนี้ หากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ก.พ. มีการกระทำขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงอำนาจรัฐที่ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ ซึ่งเราจะต้องเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้สักที เชื่อว่าการค้าที่ถูกต้องมันสามารถทำได้

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า กรณีมีตัวแทนสมาคมคนค้าขายชายแดน ออกมาระบุว่า ขอให้เห็นใจว่าให้สามารถขายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ เพื่อให้ประชาชนอยู่ได้ เพราะคนที่มีรายได้น้อยต้องการใช้ของแพงมีจำนวนมากนั้น ถ้าพูดอย่างนี้แล้วพื้นที่อื่นขายของละเมิดลิขสิทธิ์ได้หรือไม่ มันก็ไม่ได้ เจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องมีหน้าที่ทำความเข้าใจกับประชาชน ถ้าตรงนั้นขายได้ กรุงเทพฯ ก็ต้องขายได้ ขายได้ทุกที่ มันเลือกปฏิบัติได้หรือ ดังนั้น กระทรวง ทบวงกรมที่เกี่ยวต้องไปหาวิธีการมา แต่อย่าให้ประชาชนมาขอว่าขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ที่ตรงนี้ และที่อื่นจะไม่ตามกันหมดหรือ ซึ่งมันรุนแรงขึ้นทุกวัน ถ้าเรายังไม่จัดการปัญหาตรงนี้.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    91.4%
  • ไม่ชอบ
    8.6%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement