แฉ 3 แก๊งโจ๋พัทลุง แข่งกันโหด! ญาติเหยื่อเตรียมยื่น 'บุ๋ม' ค้านอภัยโทษคดีข่มขืน - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

แฉ 3 แก๊งโจ๋พัทลุง แข่งกันโหด! ญาติเหยื่อเตรียมยื่น 'บุ๋ม' ค้านอภัยโทษคดีข่มขืน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 17:45
12,587 ครั้ง


ภาพจาก ทีมข่าวพัทลุงนิวส์

ผบช.ภ.9 ลงพื้นที่ตรวจสำนวน 5 โจ๋โหดฆ่าฝังดิน รุมโทรม จับโยนเหว ญาติคนตายเตรียมยื่นเรื่องถึง ‘ปุ๋ม ปนัดดา’ ให้คัดค้านอภัยโทษ พร้อมขอความช่วยเหลือจากสภาทนายฯ เผยมี 3 แก๊งโฉดในพื้นที่ก่อเหตุข่มขวัญแก๊งอื่น... 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ก.พ. 59 พล.ต.ต.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผบช.ภ.9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สิทธิพน ธรรมสถิตย์พร ผบก.ภ.จว.พัทลุง และคณะ เดินทางไปยัง สภ.ศรีนครินทร์ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุฆ่าฝังศพ และรุมโทรมเหยื่อสาว จากนั้นได้ร่วมประชุมกับนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี พร้อมสั่งการให้ตั้งชุดสืบสวนสอบสวนขึ้นมาอีก 1 ชุด โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.สิทธิพน ธรรมสถิตย์พร ผบก.ภ.พัทลุง เป็นหัวหน้าชุด 

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ ร.ต.ต.สมศักดิ์ คงทองสังข์ รอง สวป.สภ.ศรีนครินทร์ ไปนำตัววัยรุ่น 2 คน อายุ 16 ปี และอายุ 17 ปี สมาชิกแก๊งปืนควาย และอยู่ร่วมในเหตุการณ์บางช่วง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้สอบสวนในฐานะผู้ต้องหา เนื่องจากทั้งสองได้ไปที่เกิดเหตุ เพื่อเสพน้ำต้มพืชกระท่อมร่วมกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม แต่ได้เดินทางกลับลงมาก่อน


พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผบช.ภ.9 เผยว่า จากการที่ได้ดูสำนวนการสอบสวนของ สภ.ศรีนครินทร์ ก็มีความสมบูรณ์และละเอียดครบถ้วน สามารถส่งฟ้องผู้ต้องหาได้ ส่วนกรณีที่ได้สั่งการให้รวบรวมหลักฐานด้านอื่นๆ ด้วยนั้น ก็เพื่อให้สำนวนสมบูรณ์มากขึ้น ส่วนกรณีมีคดีฆ่าฝังศพในพื้นที่ อ.กงหรา อ.ป่าพะยอม และพื้นที่ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง การสอบสวนยังไม่พบว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

ทางด้าน พล.ต.ต.สิทธิพน ธรรมสถิตย์พร ผบก.ภ.พัทลุง กล่าวว่า กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ ถือว่าโหดเกินเยาวชน จึงไม่แปลกใจที่สังคมได้ออกมาประณามให้ประหารชีวิตกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 4 คน สำหรับตนเห็นด้วยในเรื่องดังกล่าว แต่ก็เป็นรายละเอียดของกฎหมายที่จะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม พร้อมกันนี้ อยากขอร้องให้สื่อมวลชนได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้ปกครองรักลูกให้ถูกทาง ในส่วนของตำรวจตนได้สั่งการให้หัวหน้าสถานีตำรวจทุกพื้นที่ได้เข้มงวดตรวจสอบพฤติกรรมกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น ส่วนการแก้ปัญหายาเสพติดโดยเฉพาะน้ำต้มพืชกระท่อมนั้น ตำรวจได้เร่งป้องกันปราบปรามอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ต้องหาที่เป็นหญิงสาวอายุ 20 ปี ชาว อ.นาทวี จ.สงขลา ผู้ต้องหาคนที่ 5 ในคดีนี้ ตำรวจได้นำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทลุงแล้วในตอนเช้าวันนี้

ขณะที่ญาติของสาววัยุร่นที่ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ในส่วนผู้ต้องหาที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ 5 คนนั้น ทางญาติของผู้ตายไม่เชื่อว่ามีเพียงแค่นี้ ทางพ่อแม่และญาติของผู้ตายจึงขอให้ตำรวจได้เร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลไปสู่คนร้ายที่ร่วมขบวนการโหดในครั้งนี้ เพื่อนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

พร้อมกันนี้ ทางญาติจะทำเรื่องร้องขอไปยังสภาทนายความจังหวัดพัทลุง เพื่อให้เข้ามาดูแลในเรื่องคดี พร้อมขอความร่วมมือกับทางสภาทนายความในการทำเรื่องเสนอให้มีย้ายการพิจารณาคดีของผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน 2 คน จากศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุงไปสู่ศาลจังหวัดพัทลุง เนื่องจากพฤติกรรมการก่อเหตุเป็นการกระทำที่โหดร้ายผิดวิสัยมนุษย์ นอกจากนี้ทางญาติยังจะมีการยื่นเรื่องถึง “บุ๋ม ปนัดดา” ดารานักแสดง ที่มีองค์กรคอยให้ความช่วยเหลือสตรีที่ถูกทำร้าย ขอให้คัดค้านไม่ให้มีการอภัยโทษในคดีข่มขืนอีกด้วย


ส่วนนายโกสินทร์ บุญมณี ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ทางสภาทนายความฯ มีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนตามคำร้องอยู่แล้ว โดยญาติสามารถเข้ามายื่นเรื่องได้ที่สภาทนายความจังหวัดพัทลุง ตั้งอยู่ที่ศาลจังหวัดพัทลุง ได้ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ อย่างไรก็ดี ในส่วนของจังหวัดพัทลุงเคยมีคดีในลักษณะอย่างนี้แต่ไม่รุนแรงเหมือนคดีนี้ ผู้กระทำความผิดเป็นเยาวชนต่ำกว่า 18 ปี ถูกศาลเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุงตัดสินจำคุกนานถึง 30 ปี ซึ่งในส่วนของการขอย้ายการพิจารณาคดีจากศาลเด็กและเยาวชน ทางสภาทนายความสามารถยื่นเรื่องให้ได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลจังหวัดพัทลุง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ได้มีการตั้งแก๊งวัยรุ่น 3 แก๊งด้วยกัน ประกอบด้วย แก๊งปืนควาย มีสมาชิก 10-15 คน แก๊งหื่นจัง มีสมาชิก 7 -10 คน และแก๊งจัดหามายัง มีสมาชิกประมาณ 6-8 คน โดยทั้ง 3 แก๊งจะออกก่อเหตุตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อสร้างภาพที่ร้ายกาจให้สมาชิกของแก๊งได้มีชื่อเสียง และอวดศักดาข่มขวัญแก๊งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการข่มขืนกระทำชำเราหญิงสาวที่จะจบลงด้วยการชดใช้ค่าเสียหาย การชิงทรัพย์ผู้อื่น และการใช้อาวุธปืนไล่ยิงคู่อริตามพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เมืองพัทลุง แก๊งทั้ง 3 แก๊งดังกล่าวได้เข้ามาก่อเหตุร้ายหลายครั้ง ในปีที่ผ่านมาเคยนำกรวยบอกทางของตำรวจมาปิดทางให้รถหยุด และใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์คนขี่ จยย.ไป 1 ครั้ง มีผู้เสียหาย 2 ราย ดังนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ และพื้นที่ใกล้เคียงจึงเห็นด้วยกับการที่ตำรวจจะเร่งรัดปราบปรามแก๊งวัยรุ่นพวกนี้ชนิดขุดรากถอนโคน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    80.2%
  • ไม่ชอบ
    3.0%
  • สนุก
    1.1%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    1.5%
  • ให้กำลังใจ
    14.1%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement