มติ สนช.ตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ระบบอุปถัมภ์วงราชการไทย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

มติ สนช.ตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ระบบอุปถัมภ์วงราชการไทย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 16:13
845 ครั้ง


สนช.มีมติตั้ง กมธ.ศึกษาปัญหาระบบอุปถัมภ์ระบบราชการไทย หลังมีการเล่นพรรคเล่นพวก เป็นชนวนเหตุทุจริตคอร์รัปชัน-ไร้ประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 59 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ 170 เสียง เห็นชอบญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการไทยให้เป็นรูปธรรม ที่ พล.ร.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง  สมาชิก สนช. ได้เสนอว่า ระบบราชการประกอบด้วยข้าราชการพลเรือน  ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ จำนวนกว่า 2 ล้านคน เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการของรัฐบาล ในการบริหารบ้านเมืองให้สำเร็จลุล่วงและมีประสิทธิภาพ และตั้งแต่ปี 2545 ได้มีการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่  มีกฎหมาย ระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ มากมายเพื่อให้การบริหารราชการเป็นไปอย่างมีคุณธรรม แต่ปรากฏว่า ผู้มีอำนาจในระบบราชการกลับไม่ได้ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดจริงจัง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบราชการและประเทศชาติ

ทั้งนี้ผลการวิจัยของธนาคารโลก ในปี 2556 พบว่า ประสิทธิผลของรัฐบาลและปัญหาคอร์รัปชันในระบบราชการไทยตกอันดับลงไปจากเดิม ขณะที่ผลการสำรวจของนักธุรกิจ ของเวิร์ดอีโคโนมิค ฟอรั่ม ได้จัดอันดับระบบเล่นพรรคเล่นพวก หรือระบบอุปถัมภ์ของข้าราชการไทย อยู่ที่อันดับ 93 จาก 148  ประเทศ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความไร้ประสิทธิภาพของระบบราชการไทย

โดย พล.ร.อ.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า ระบบอุปถัมภ์เกิดจากสภาพปัญหาของสังไทย และคนไทยที่นิยมยกย่องนับถือคนรวย นิยมการเคารพยกย่องและห้อมล้อมผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจ นิยมการประจบสอพลอ ชอบยึดถือตัวบุคคลมากกว่าหลักการ ซึ่งระบบอุปถัมภ์อยู่คู่สังคมไทยมานายหลายร้อยปี จนกลายเป็นค่านิยมและวัฒนธรรมที่ไม่ดีของคนไทย ระบบนี้อาจมีชื่อเรียกหลายอย่าง เช่น ระบบชุบเลี้ยง ระบบเล่นพรรคเล่นพวก นอกจากนี้ระบบอุปถัมภ์ยังเอื้อประโยชน์ให้นำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันที่เพิ่มมากขึ้นในระบบราชการไทย ในขณะที่ข้าราชการไทยขาดจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ที่ดี ทำหน้าที่เพียงตอบแทนบุญคุณผู้มีอำนาจ อีกทั้งต่างประเทศขาดความเชื่อถือต่อประเทศไทย จะส่งผลเสียต่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติในระยะยาว ดังนั้น สนช.จึงควรศึกษาว่าระบบอุปภัมภ์ในระบบราชการจะส่งผลเสียหายต่อประเทศชาติและระบบราชการอย่างไร และนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรมนำไปสู่วาระแห่งชาติให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตระหนักและแก้ไขอย่างจริงจัง โดยใช้เวลาศึกษาเป็นเวลา 120 วัน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    68.9%
  • ไม่ชอบ
    8.2%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    3.3%
  • เสียใจ
    9.8%
  • ให้กำลังใจ
    9.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement