ปภ. ยึด 'ประชารัฐ' แก้ภัยแล้ง กำหนดกติกาการใช้น้ำเท่าเทียม-เป็นธรรม - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ปภ. ยึด 'ประชารัฐ' แก้ภัยแล้ง กำหนดกติกาการใช้น้ำเท่าเทียม-เป็นธรรม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 21:50
294 ครั้ง


ปภ. เผย ภัยแล้งกระทบหลายพื้นที่กว่า 3,000 หมู่บ้าน เบื้องต้นได้สูบน้ำจากแหล่งน้ำดิบสำหรับใช้การเกษตรและผลิตประปา ทั้งนี้ ยังใช้กลไก "ประชารัฐ" ให้ความรู้ และกำหนดกติกาการใช้น้ำ เพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม...

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 59 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 14 จังหวัด รวม 55 อำเภอ 290 ตำบล 2,666 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 3.56 ของจำนวนหมู่บ้านทั่วประเทศ แยกเป็น ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ และพะเยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา นครพนม มหาสารคาม ขอนแก่น ร้อยเอ็ด สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยสูบน้ำจากแหล่งน้ำดิบส่งเข้าพื้นที่การเกษตรกรรม รวม 1,602,572 ลูกบาศก์เมตร สูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อส่งน้ำเข้าแหล่งน้ำดิบสนับสนุนการผลิตน้ำประปา จำนวน 4,920,365,000 ลิตร แจกจ่ายน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค รวม 107,860,000 ลิตร และผลิตน้ำดื่มสะอาดแจกจ่ายให้กับประชาชน รวม 1,104,000 ลิตร อีกทั้งได้ประสานจังหวัดจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจจัดทำบัญชีแหล่งน้ำ ปริมาณน้ำที่ใช้การได้ ความต้องการใช้น้ำของประชาชน เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการจัดสรรน้ำให้เกิดความสมดุล และสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในแต่ละพื้นที่ รวมถึงขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยใช้กลไก "ประชารัฐ" ในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้ง จัดทำประชาคมหมู่บ้านเพื่อกำหนดกติกาการใช้น้ำร่วมกันให้มีความเท่าเทียมและเป็นธรรม

นอกจากนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังบริเวณจุดเสี่ยงที่มักมีการลักลอบสูบน้ำ กรณีเกิดปัญหาการแย่งน้ำ ให้เน้นการเจรจาและทำความตกลงร่วมกัน เพื่อป้องกันการระดมมวลชนสร้างสถานการณ์ซ้ำเติมปัญหาภัยแล้งให้รุนแรง และขยายวงกว้างมากขึ้น สำหรับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้เน้นจัดสรรน้ำในพื้นที่ประสบภัยแล้งอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับน้ำอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก และใช้ประโยชน์จากน้ำทุกแหล่งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมประสานจัดทำฝนหลวงเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย ดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาล เป่าล้างบ่อบาดาลเดิม และติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา

พร้อมกันนั้น ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด เตรียมสำรองน้ำไว้อุปโภคบริโภค เกษตรกรควรวางแผนการเพาะปลูกพืชให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ และแผนการจัดสรรน้ำในพื้นที่ จะช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำ ส่งผลให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคตลอดช่วงฤดูแล้ง รวมถึงประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติภัยแล้งในครั้งนี้ไปได้ สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    50.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    50.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement