คดีสุดแปลก กิ่งสนตกเสียบอกตาย! ทนายชี้ไม่ใช่ความซวย แต่เข้าข่ายละเมิด - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

คดีสุดแปลก กิ่งสนตกเสียบอกตาย! ทนายชี้ไม่ใช่ความซวย แต่เข้าข่ายละเมิด

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 13:00
31,624 ครั้ง


หนุ่มใหญ่ลูกจ้างทำความสะอาดสวนรุกขชาติที่ระยอง ขี่ซาเล้งถูกกิ่งสนหักตกลงมาปักอกซ้ายตายคาที่ ทีแรกชาวบ้านบอกเป็นเรื่องของความโชคร้าย ที่คนจนๆ ตายไปแล้วก็แล้วกัน แต่อุปนายกสภาทนายระบุ เป็นความผิดละเมิด พร้อมส่งทนายไปฟ้องให้...

จากเหตุการณ์ เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 3 ก.พ. 59 ที่ผ่านมา พ.ต.ต.วิรัตน์ ยอดเสาร์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เพ จ.ระยอง ไปพลิกศพผู้เสียชีวิตบนถนนสาย เพ-แกลงกร่ำ ม.4 ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง พบศพนายส่วน เล็กรัตน์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101/11 ม.4 ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง ทำงานเป็นลูกจ้างทั่วไป ทำความสะอาดที่ สวนรุกขชาติบ้านเพ ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง เสียชีวิตอยู่บนถนน และห่างไปประมาณ 70 เมตร มีรถจักรยานยนต์ต่อเป็นสามล้อพ่วงข้าง ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ 125 สีน้ำเงิน ทะเบียน ขคร 881 ระยอง ชนต้นสนอยู่ข้างทาง หน้ารถหันไปทางบ้านกร่ำ

จากการสอบสวนทราบว่า หลังจากที่เลิกงานแล้ว นายส่วน ได้ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างเดินทางกลับบ้านมาถึงบริเวณดังกล่าว มีกิ่งสนแห้งหักตกลงมาปักที่อกด้านซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์และลึก ทำให้ นายส่วน ตกจากรถถึงแก่ความตาย และรถจักรยานยนต์วิ่งไถลไปอีกประมาณ 70 เมตร ชนกับต้นสนข้างทาง จึงได้หยุดลง

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุมีทั้งคนที่มองว่า เป็นเรื่องราวความซวยของคนจนที่ตายแล้วก็แล้วกันไป หรือน่าจะถือเป็นความบกพร่องของหน่วยงานรัฐ ที่ต้องรับผิดในความตายของประชาชน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 4 ม.ค. นายสุนทร พยัคฆ์ อุปนายกสภาทนายความ ได้กล่าวกับผู้สื่ข่าวว่า ในความเห็นส่วนตัว เรื่องนี้ไม่ใช่ความซวยของชาวบ้านคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเหตุละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งมาตรา 434 วรรคสอง บัญญัติไว้ใจความว่า "ถ้าความเสียหายเกิดจากโรงเรือนสิ่งก่อสร้างชำรุดบกพร่อง หรือบำรุงรักษาที่ไม่เพียงพอ ผู้ครองจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน แต่ถ้าผู้ครองใช้ความระมัดระวังตามควรปัดป้องไม่ให้เกิดความเสียหาย ผู้เป็นเจ้าของจำต้องใช้สินไหมทดแทน" โดยบทบัญญัตินี้ใช้บังคับกับการปลูก หรือค้ำจุนต้นไม้หรือกอไผ่ด้วย

นายสุนทร กล่าวว่า ต้นสนดังกล่าวน่าจะอยู่ในความรับผิดชอบ ในการดูแลรักษา และปลูกโดยเทศบาล ซึ่งเป็นผู้ครองหรือเจ้าของ ดังนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ของเทศบาลซึ่งมีหน้าที่ออกตรวจตราดูว่ามีต้นไม้กิ่งแห้งทำท่าจะก่อให้เกิดอันตราย ก็ต่องปัดป้องโดยตัดออกเสีย หรือมีป้ายเตือน หรือตัดแต่งให้เกิดความปลอดภัย แต่กลับประมาทเลินเล่อไม่ตรวจตราไม่ตัดแต่ง หรือกระทำการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย เมื่อกิ่งไม้หักหล่นลงมาเสียบอก นายส่วน จึงไม่ใช่เรื่องความซวย แต่อาจเกิดกับใครก็ได้ ยิ่งข่าวระบุว่า กิ่งไม้แห้งหล่นลงมาเป็นประจำเคราะห์ดีไม่มีใครโดน ยิ่งแสดงว่า เจ้าหน้าที่ของเทศบาลไม่ระมัดระวัง ดังนั้น เทศบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหาย โดยฟ้องเป็นคดีละเมิดตามมาตรา 420 และ 434 วรรคสอง ประกอบมาตรา 448 คือ ต้องฟ้องใน 1 ปี

อุปนายกสภาทนายความ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม คดีนี้มีลักษณะเป็นคดีละเมิดอันเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงต้องอาศัยช่องทางตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐพ.ศ. 2539 โดยต้องฟ้องต่อศาลยุติธรรม ไม่ใช่ฟ้องต่อศาลปกครอง กล่าวคือฟ้องที่ศาลจังหวัดระยองนั่นเอง โดยให้ญาติผู้มีส่วนได้เสีย บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายมาร้องขอความช่วยเหลือที่สภาทนายความ ตนจะจัดทนายความไปช่วยเหลือทันที

"ถ้าชาวบ้านพบกิ่งไม้ ต้นไม้ ที่มีลักษณะอันตรายหวาดเสียว เกรงว่าจะโดนเข้ากับตัวเอง จะเข้าไปตัดแต่งให้เรียบร้อยโดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่เทศบาลก็ย่อมทำได้ ไม่ถือเป็นความผิดฐานทำลายทรัพย์สาธารณะ เพราะขาดเจตนา และกระทำเพื่อป้องกันภัยตรายที่ใกล้จะถึงตัว" นายสุนทร กล่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    82.9%
  • ไม่ชอบ
    1.2%
  • สนุก
    2.3%
  • ประหลาดใจ
    4.2%
  • เสียใจ
    2.6%
  • ให้กำลังใจ
    6.7%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement