ดีเอสไอ โต้ ไม่ได้ทุจริต เหตุเขมรล้อมจนท. ชี้ โรงเกลือปัญหาระดับชาติ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

ดีเอสไอ โต้ ไม่ได้ทุจริต เหตุเขมรล้อมจนท. ชี้ โรงเกลือปัญหาระดับชาติ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.พ. 2559 11:35
3,236 ครั้ง


โฆษก 'ดีเอสไอ' แจง กรณีผู้ไม่หวังดีบิดเบือนข้อมูลบนเฟซบุ๊ก โต้ กล่าวหาปฏิบัติหน้าที่ทุจริต กรณีชาวเขมรล้อมกรอบทำร้ายจนท. ชี้ ตลาดโรงเกลือถูกปล่อยให้จำหน่ายสินค้าละเมิดมานาน กลายเป็นปัญหาระดับชาติ

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 59 สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ ได้เกิดเหตุการณ์มวลชนแรงงานต่างชาติประมาณ 400 คน เข้าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษที่ตรวจค้นจับกุมสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา บริเวณตลาดโรงเกลือ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งกรมฯ ได้แถลงข้อเท็จจริงให้สาธารณชนทราบแล้วนั้น

ปรากฏว่า มีผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ เผยแพร่บนเฟซบุ๊ก (Facebook) บิดเบือนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ไปปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต เนื่องจากไม่ประสานหน่วยงานพื้นที่ก่อนนั้น 

กรมสอบสวนคดีพิเศษขอชี้แจงข้อเท็จจริง ในการปฏิบัติงาน ดังนี้ 1. เรื่องนี้กรมได้รับการร้องขอจากสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย มาตั้งแต่ประมาณเดือน ก.ย. 58 โดยขอให้ปราบปรามจับกุมผู้ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ประเภทน้ำหอม ซึ่งมีจำนวนมากบริเวณตลาดโรงเกลือ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงได้อนุมัติให้ทำการสืบสวน เป็นสำนวนสืบสวนที่ 141/2558 โดยผู้สืบสวนได้ทำการสืบสวนเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยมีตัวแทนผู้เสียหายสนับสนุนข้อมูล จนพบว่ามีมูลความผิด มีของละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจำนวนมาก ทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ และเป็นเรื่องที่กระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เพราะเป็นแหล่งจำหน่ายของละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแหล่งใหญ่ และน่าจะเป็นเครือข่าย อันอยู่ในอำนาจที่ DSI จะดำเนินการตามกฎหมายการสอบสวนคดีพิเศษ อธิบดีจึงมีคำสั่งให้สอบสวนเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ ตามคดีพิเศษที่ 7/2559 เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี 2. ก่อนเกิดเหตุ วันที่ 2 ก.พ. 59 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้นำพยานหลักฐานขอหมายค้นต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจำนวน 3 จุด ซึ่งศาลได้ตรวจพยานหลักฐานและอนุมัติหมายค้นให้ตามขอ โดยขอเข้าตรวจค้นในวันที่ 3 ก.พ. 59 เวลา 10.00 น. 3. ในวันที่ 3 ก.พ. 59 เจ้าหน้าที่สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาและสำนักปฏิบัติการพิเศษ ประมาณ 50 คน และตัวแทนผู้เสียหาย ได้เข้าตรวจค้นตามหมายทั้งสามจุด เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและแสดงหมายค้นให้เจ้าของสถานที่ทราบ ซึ่งจากการตรวจค้นทั้งสามจุดพบของกลางเป็นน้ำหอมยี่ห้อต่างๆ รวมแล้วมากกว่า 20,000 ขวด และมีการควบคุมผู้ครอบครองไว้เพื่อบันทึกจับกุม 

ระหว่างนั้นเริ่มมีกลุ่มมวลชนชาวกัมพูชาเข้ามาล้อมส่งเสียงข่มขู่เจ้าหน้าที่ และเริ่มขว้างปาก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทยอยขนของกลางขึ้นใส่รถที่เตรียมไปด้วย กลุ่มมวลชนซึ่งมีแกนนำก็เข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่ มีการขว้างก้อนอิฐ ก้อนหินใส่รถเจ้าหน้าที่จนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งรถยนต์ทางราชการเสียหาย นอกจากนี้กลุ่มมวลชนยังได้ลงมือชิงตัวผู้ต้องหา และของกลางที่เจ้าหน้าที่ขนขึ้นรถออกมาบางส่วน เมื่อสถานการณ์บานปลายจึงมีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจมาระงับเหตุ และได้ถอนกำลังออกมา ในเวลาประมาณ 10.30 น.

พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเห็นได้ว่ากลุ่มผู้กระทำผิดไม่ได้เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง อีกทั้งปัญหาของตลาดโรงเกลือที่เป็นแหล่งจำหน่ายสิ่งของละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาก็ถูกปล่อยปละละเลยมานาน จากที่ควรจะเป็นปัญหาระดับพื้นที่กลายเป็นปัญหาระดับประเทศ จนกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งรับผิดชอบอาชญากรรมพิเศษจากส่วนกลางต้องเข้าไปดำเนินการ และในฐานะเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
      
ต่อประเด็นการประสานงานในพื้นที่นั้น ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนฯ มาตรา 22/1 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในการขอสนธิกำลังกับหน่วยงานกรณีมีเหตุจำเป็น ซึ่งเรื่องนี้หากเป็นกรณีปกติเพียงกำลังเจ้าหน้าที่ของกรม 50 นาย สามารถปฏิบัติการได้โดยไม่ต้องแจ้งประสานขอสนธิกำลัง แต่มีข้อสังเกตของการเข้าปิดล้อมของมวลชนต่างชาติในครั้งนี้ที่กระทำโดยรวดเร็ว มีแกนนำ เป็นขั้นเป็นตอน จึงอาจมีผู้อยู่เบื้องหลังมวลชน ซึ่งอาจเป็นผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากขบวนการค้าสิ่งของละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และอาจเป็นความผิดอาญาเรื่องฟอกเงิน ซึ่ง DSI จะได้สืบสวนขยายผลต่อไป จึงประชาสัมพันธ์มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    18.5%
  • ไม่ชอบ
    3.2%
  • สนุก
    33.9%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    44.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement