DSI คาดนายทุนออกโฉนดทับที่ดินสาธารณะ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

DSI คาดนายทุนออกโฉนดทับที่ดินสาธารณะ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.พ. 2559 08:11
577 ครั้ง


กรณีชาวบ้านพรสวรรค์ หมู่ 14 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี รวมตัวกันกว่า 200 คน ยื่นฟ้องต่อกรมสอบสวนสืบสวนคดีพิเศษ กรณีนายทุนออกโฉนดทับซ้อนที่สาธารณประโยชน์ “โคกบ่อบา” 32 ไร่ ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ถูกฟ้องร้องขับไล่ดำเนินคดี โดยชาวบ้านแย้งว่านายทุนซื้อที่ดิน นส.3 จากชาวบ้านบริเวณ “โคกผักแว่น” จำนวน 14 ไร่ แต่กลับมาออกโฉนด 32 ไร่ ที่ “โคกบ่อบา” จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และดีเอสไอ ตรวจสอบว่าทำไมนายทุนจึงสามารถออกโฉนดทับพื้นที่สาธารณะได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 ก.พ. พ.ต.ท.บรรยวัสดิ์ ไตรสุทธิวงษ์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ (DSI) หัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวนคดีพิเศษ พ.อ.สุทธพิชญพงษ์ สุธิราวุธ รอง เสธ. มทบ. 24 นายวัชริน ศุตลาวดี นาย อำเภอเมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัดอุดรธานี เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีชาวบ้านพรสวรรค์ หมู่ 14 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ร้องเรียนถูกนายทุนออกโฉนดทับที่ดินสาธารณประโยชน์ “โคกบ่อบา” นำมาจัดสรรขาย และมีการฟ้องบุกรุก และขับไล่ชาวบ้านที่อยู่ในที่ดินดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ก่อนเดินทางไปดูพื้นที่จริง

หลังลงตรวจสอบพื้นที่จริง พ.ต.ท.บรรยวัสดิ์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ทราบว่า ทั้ง 2 ฝั่งจะมีข้อเท็จจริงไม่เหมือนกัน ชาวบ้านเป็นข้อเท็จจริงที่เขาอยู่กันมา ส่วนเจ้าพนักงานที่ดินถือตามเอกสาร เพราะฉะนั้น ปัญหามันมีอยู่ว่า ที่ที่ชาวบ้านอยู่จริงกับที่ตามเอกสารมันเป็นแปลงเดียวกันหรือไม่ จากนี้ไปจะได้ขอข้อมูลทั้งในส่วนชาวบ้านและเจ้าพนักงานที่ดินที่รับผิดชอบ ส่วนเรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียนส่งไปดีเอสไอ ผู้บังคับบัญชาอยู่ระหว่างการตั้งคณะทำงาน แล้วจะมีคำสั่งตามมา ตนจะได้นำเรียนปัญหาและอุปสรรคต่างๆข้อมูลทั้งหมดให้ผู้บังคับบัญชา และประสานกับที่ดินจังหวัดเพื่อหาทางแก้ไขให้ลุล่วงไปด้วยดี

“จากการฟังข้อเท็จจริง ที่ดินที่นายทุนไปซื้อขายกับชาวบ้านน่าจะอยู่อีกแปลงหนึ่ึง ส่วนที่ที่ชาวบ้านอยู่เดิมน่าจะเป็นที่สาธารณะอยู่แล้ว อาจจะมีความคลาดเคลื่อนในจุดไหน ต้องย้อนกลับดูข้อมูลเดิม ส่วนการออกโฉนดให้นายทุนนั้น จะต้องหาข้อมูลเพื่อหาข้อยุติให้ได้ว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง ที่ชาวบ้านอยู่รับรู้มากับเอกสารที่เจ้าพนักงานที่ดินถือว่ามันมีความผิดพลาดตรงไหน แม้จะ 30-40 ปี ก็สามารถค้นย้อนกลับไปได้ และมีลูกหลานชาวบ้านที่อยู่เดิมก็ยังมีชีวิตอยู่” พ.ต.ท.บรรยวัสดิ์กล่าว

ทางด้าน นางมิตร ดวงเพชรแสง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 332/7 หมู่ 14 บ้านพรสวรรค์ ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ชาวบ้านที่ถูกฟ้องคดีบุกรุกเมื่อปี 2557 เปิดเผยความรู้สึกว่า รู้สึกเสียใจ เพราะตนอยู่มาตั้งแต่เกิด รู้ว่าเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ เคยไปขอออกโฉนดแต่ออกไม่ได้เกือบ 50 ปีแล้ว จู่ๆก็มีโฉนดออกมาทับที่บ้านเรา ถูกฟ้องร่วมกับลูกชายคดีอาญา 6 คดี และแพ่ง 11 คดี รวมเป็น 17 คดี เดือดร้อนทั้งเงินประกันตัวคดีละ 9 หมื่นบาท ไม่มีปัญญาจะประกันตัวเอง ต้องนำที่ดินและบ้านของลูกสาวไปจำนอง รู้สึกเป็นกังวลเพราะหลายคดีกลัวติดคุก คดีอาญายกฟ้อง 4 คดี ล่าสุดศาลสั่งให้รื้อบ้านทุกหลังออกจากพื้นที่ ภายใน 30 วัน ตอนนี้ไม่มีที่จะอยู่

“ตอนนี้เดือดร้อนเงินประกันตัว ก็มีสำนักยุติธรรมมาช่วยประกันตัว และย้ายหนี้จากนายทุนนอกระบบมาไว้ในระบบ ส่วนค่าอุทธรณ์คดียุติธรรมจังหวัดได้ออกเงินช่วยถึงที่สุดต้องถูกยึดบ้านและย้ายออก ก็ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน เพราะอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิดจนแก่ หลังจากดีเอสไอมาลงพื้นที่ก็รู้สึกขอบคุณมากๆ เพราะไม่มีหน่วยงานใดที่ช่วยชาวบ้านได้ ถ้าดีเอสไอไม่ช่วยก็คือตาย หากไม่มีคนช่วยหรือไม่ได้รับความยุติธรรมจะผูกคอตาย” นางมิตรกล่าว.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    100.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement