‘จักรทิพย์’รับ มีแรงกดดัน! จากหน่วยอื่น ทำรตอ.ฆ่าตัว - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

‘จักรทิพย์’รับ มีแรงกดดัน! จากหน่วยอื่น ทำรตอ.ฆ่าตัว

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.พ. 2559 07:33
2,362 ครั้ง


“บิ๊กแป๊ะ” ผบ.ตร.ยอมรับมีแรงกดดันกับชุดพนักงานสอบสวน ที่ทำคดียึดรถเก๋ง 204 คันจริง ไม่ใช่ตำรวจ เป็นข้าราชการจากหน่วยอื่นรับเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับคดี ไม่อยากลงลึก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ บก.น.2 ตรวจสอบว่าเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของ ร.ต.อ.ทวี หมื่นรักษ์ พงส.สน.ทุ่งสองห้อง หรือไม่

กรณีเหตุสลด ร.ต.อ.ทวี หมื่นรักษ์ พงส.สน.ทุ่งสองห้อง ใช้ปืนยิงศีรษะปลิดชีพตนเองต่อหน้าภรรยาและลูกน้อย ภายในแฟลตข้าราชการตำรวจใกล้ สน.ทุ่งสองห้อง คาดชนวนเหตุจากความเครียด ต้องรับผิดชอบคดีที่ ศปร.น.จับกุมผู้ต้องหารับจำนำรถยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตและตรวจยึดของกลางรถยนต์ 204 คันที่นำมาจอดในลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านหลักสี่ ต่อมา พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ออกมาให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่าผู้ตายและชุดพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้ถูกกดดันจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้และอาจดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ดีพอจึงทำให้เกิดเหตุดังกล่าว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 3 ก.พ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เผยตามที่มีข่าวตนระบุว่า มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้องกดดันในเรื่องนี้ ขอปฏิเสธยังไม่ได้ระบุถึงประเด็นนี้ ต้องขอตำหนิสื่อด้วย คำถามบางคำถามเป็นคำถามไม่สร้างสรรค์ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่ามีหรือไม่มี ตนรู้เจตนาว่าสื่อต้องการถามอะไรและจะให้ตนตอบอย่างไร เรื่องนี้มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องจริงแต่เขาเป็นห่วงเรื่องที่ชุดจับกุมจะถูกคู่กรณีฟ้องร้อง แต่ไม่ได้ไปกดดันเรื่องให้ปล่อยรถตามที่เป็นข่าว ดังนั้น การถามในแต่ละครั้งให้มันสร้างสรรค์ ไม่ใช่ถามเพื่อจับผิด ตนรู้เจตนาของคนที่ถามอยู่แล้ว จึงตอบกลับไปว่ามีแต่เป็นคนละเรื่องกันและมีคนมากดดันพนักงานสอบสวนจริงแต่ไม่ใช่ตำรวจ เป็นข้าราชการจากที่อื่น อาจจะเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคดีและออกอาการมากไป ไม่อยากพูดว่ามีส่วนเป็นเหตุให้ตำรวจเสียชีวิตหรือไม่ หากถามว่าเขามากดดันหรือไม่ ยอมรับว่าเข้ามากดดัน เชื่อว่าผู้สื่อข่าวที่อยู่ต่อหน้าตนรู้ชื่อ รู้อาชีพ แต่ไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายเอ่ยถึง เดี๋ยวจะเป็นประเด็น ปล่อยให้พนักงานสอบสวนของ บก.น.2 เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนคดีต้องว่ากันไปตามตัวบทกฎหมาย

มีรายงานว่า กรณีมีกระแสข่าวผู้เกี่ยวข้องในคดียึดรถยนต์ 204 คัน ใช้ปืนเข้าไปข่มขู่กดดันคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ใน สน.ทุ่งสองห้อง ขณะประชุมความคืบหน้าทางคดีนั้น ผู้บังคับบัญชาระดับสูงมีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเร่งด่วนเพื่อประกอบการพิจารณาว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่กดดันให้ ร.ต.อ.ทวี หมื่นรักษ์ ตัดสินใจก่อเหตุสลดหรือไม่

ที่ สน.ทุ่งสองห้อง เวลา 16.00 น. พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รอง ผบก.น.2 เรียกประชุมชุดพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีรับจำนำรถ 204 คัน เพื่อสรุปความคืบหน้าของคดี ใช้เวลานาน 4 ชม. ภายหลัง พ.ต.อ.คมศักดิ์เปิดเผยว่า ขณะนี้ บ.ลิสซิ่งเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เช่าซื้อแล้วจำนวน 36 คดี ในข้อหายักยอกทรัพย์ จะถูกหรือผิดต้องดูที่เจตนาของผู้เช่าซื้อ คดีนี้มีความล่าช้าเพราะยังโต้แย้งเรื่องสิทธิครอบครองกันอยู่ 3 ฝ่ายระหว่างบริษัทลิสซิ่ง ผู้เช่าซื้อ และผู้รับจำนำรถ พนักงานสอบสวนจะพิจารณาให้น้ำหนักไปทางลิสซิ่งและผู้เช่าซื้อก่อน ส่วนผู้รับจำนำที่รู้อยู่แล้วว่ารถติดลิสซิ่งและรับจำนำไว้ต้องมีสิทธิน้อยกว่า ยืนยันชุดสอบสวนจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    31.9%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    7.2%
  • ประหลาดใจ
    24.6%
  • เสียใจ
    18.8%
  • ให้กำลังใจ
    17.4%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement