ท่อนขาซ้ายโผล่ ลอยเจ้าพระยาอีก ตร.ยังมืดเบาะแส พิสูจน์ว่าเป็นใคร - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ท่อนขาซ้ายโผล่ ลอยเจ้าพระยาอีก ตร.ยังมืดเบาะแส พิสูจน์ว่าเป็นใคร

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 4 ก.พ. 2559 07:26
1,333 ครั้ง


“พงศพัศ พงษ์เจริญ” รอง ผบ.ตร. ตั้งชุดสืบสวนทีมใหญ่มี “ปัญญา มาเม่น” ที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นหัวหน้า เร่งคลี่คลายคดีฆ่าหั่นศพทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา เบาะแสยังมืดมน ตรวจดีเอ็นเอไม่ใช่หนุ่มพนักงานโรงแรมที่ จ.ระยอง ส่วนที่ จ.ปทุมธานี เจอชิ้นส่วนเพิ่มอีกหนึ่งลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา คราวนี้เป็นท่อนขาด้านซ้าย คาดเป็นของเหยื่อรายเดียวกัน ขณะที่ชุดสืบสวน บช.น. ปฏิเสธข่าวอาจเป็นชิ้นส่วนศพของนักข่าวจีนที่หายตัวไป

จากเหตุสยองพบชิ้นส่วนมนุษย์เพศชายถูกฆ่าหั่นแยกชิ้นส่วน โดยคนร้ายนำไปทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยาจนลอยเกลื่อนมีผู้พบเห็นในหลายพื้นที่ใน กทม. จ.นนทบุรี และจ.ปทุมธานี รวม 6 ชิ้น ส่วนใหญ่เป็นองคาพยพด้านขวา คาดเป็นของคนคนเดียวกัน ตำรวจสันนิษฐานคนร้ายลงมือสุดอำมหิตเพื่อต้องการให้เหยื่อคลายความลับบางอย่าง ก่อนนำชิ้นส่วนศพทิ้งแม่น้ำ อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบว่าผู้ตายเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ เพื่อเป็นเบาะแสคลี่คลายคดี

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 ก.พ. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.นต.รพ.ตร. ร่วมแถลงผลการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของชิ้นส่วนมนุษย์ที่คนร้ายนำมาทิ้งลงในแม่น้ำเจ้าพระยา พล.ต.อ.พงศพัศเปิดเผยว่า ผลเบื้องต้นจากการตรวจชิ้นส่วนมนุษย์ทั้ง 4 ชิ้น ส่วนหัว ลำตัว แขนขวา และท่อนขาขวา ที่ส่งมาก่อนหน้านี้ จากบาดแผลและกระดูกสามารถเชื่อมต่อบรรจบติดกัน ส่วนผลตรวจดีเอ็นเอพบชิ้นส่วนทั้งหมดเป็นของบุคคลเดียวกัน สำหรับชิ้นส่วนหน้าแข้งล่างถึงเท้าทั้ง 2 ข้าง ถูกส่งมาภายหลังต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอยืนยันอีกครั้ง ส่วนอัตลักษณ์บุคคลที่ตรวจพบมีลักษณะเป็นผู้ชาย ไม่สามารถระบุสัญชาติ อายุประมาณ 40 ปีเศษ สูงประมาณ 165 ซม. ผมดำ มีหนวดเคราสั้นสีดำและหงอก ฟันเรียงครบปกติไม่มีการอุดฟัน ลำตัวมีขนดก มีแผลเป็นจากรอยการผ่าตัดไส้ติ่ง ด้านขวา เบื้องต้นตามชิ้นส่วนไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด

พล.ต.อ.พงศพัศเปิดเผยต่ออีกว่า รอยตัด ชิ้นส่วนและการชำแหละที่พบ เกิดจากการถูกเครื่องตัดขนาดใหญ่ เนื่องจากบาดแผลค่อนข้างเรียบ คาดผู้ก่อเหตุมีมากกว่าหนึ่งคน หรือไม่ก็เป็นคนที่ตัวใหญ่มาก เนื่องจากต้องหั่นแยกชิ้นส่วนและนำมาโยนทิ้ง ผู้ตายอาจถูกฆ่าก่อนหั่นแยกส่วน จะเกี่ยวข้องกับขบวนการคนร้ายข้ามชาติหรือไม่ต้องรอการตรวจสอบของพนักงานสอบสวน ประสานงานกรมเจ้าท่าเพื่อวิเคราะห์กระแสน้ำ ศพน่าจะถูกโยนทิ้งจากสะพานในพื้นที่ของ บช.ภ.1 ในเขต จ.ปทุมธานี หรือ จ.นนทบุรี และจุดที่ฆ่ากับจุดทิ้งชิ้นส่วนอยู่ไม่ไกลกัน ต้องตรวจสอบว่าชิ้นส่วนถูกทิ้งจากจุดเดียวกันหรือแยกทิ้งหลายจุด นอกจากนี้ เตรียมนำเทคนิคทำภาพเชิงซ้อนจากกะโหลกศีรษะเพื่อหาเค้าโครงผู้เสียชีวิต รวมทั้งให้กองทะเบียนประวัติอาชญากรสเกตช์ภาพผู้เสียชีวิตเพื่อช่วยหาเบาะแสอีกทาง

“ขณะนี้ชุดสืบสวนนำข้อมูลจากคดีฆ่าหั่นศพในอดีตมาวิเคราะห์เทียบเคียงหาแผนประทุษกรรม ทั้งจากคนใกล้ชิดและชาวต่างชาติ ส่วนผลตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอของนายศรี ขันติเนตร บิดาพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง ที่หายตัวไปกับชิ้นส่วนศพที่พบ ปรากฏว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน” พล.ต.อ.พงศพัศกล่าว

พล.ต.ต.นพ.พรชัยเผยว่า กรณีนี้ศพแช่น้ำมาเป็นเวลานาน เริ่มเน่าเปื่อยส่งผลต่อชิ้นเนื้อ ทำให้สีผิวเปลี่ยน ทราบเพียงเป็นเพศชาย ไม่ทราบสัญชาติ มีสุขภาพดี ไม่มีการทำทันตกรรม พบรอยแผลเป็นจากการผ่าตัดไส้ติ่ง ไม่สามารถระบุได้ว่าผ่าตัดเมื่อใด ส่วนผมสีดำสามารถพบได้ทั้งในคนเอเชียและยุโรป ขณะนี้ตรวจสอบที่ชั้นเนื้อยังไม่ได้เลาะถึงชั้นกะโหลก จึงไม่สามารถดูโครงสร้างว่าเป็นชาวเอเชียหรือยุโรป การตรวจสอบต้องใช้เวลา ขณะนี้ยังไม่มีญาติมาติดต่อขอดูชิ้นส่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันเดียวกัน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. มีคำสั่งแต่งตั้งพล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ประกอบด้วยชุดสืบสวนคลี่คลายคดีของ บช.น. บช.ภ.1 บช.ก. สตม. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. เข้าร่วมคลี่คลายคดีนี้

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวถึงผลตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนศพที่พบว่าน่าเป็นของคนเดียวกัน มีแนวโน้มเป็นชาวเอเชีย 90 เปอร์เซ็นต์ ตรวจสอบประวัติจากลายนิ้วมือยังไม่ปรากฏว่าเคยกระทำความผิดมาก่อน ความสำคัญอยู่ที่การพิสูจน์ตัวบุคคล คาดจะมีความชัดเจนในเร็ววัน เบื้องต้นผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน เพราะยังสามารถเก็บวัตถุพยานต่างๆ ได้ แผลจากการตัดชิ้นส่วนศพบางชิ้นน่าจะมาจากเลื่อยเพราะมีรอยแหว่งของเนื้อ การทิ้งชิ้นส่วนศพยังตั้งไว้หลายประเด็น คือ อาจทิ้งลงมาจากสะพาน อีกกรณีคือนั่งเรือทิ้งชิ้นส่วนศพที่ละจุด เพราะส่วนมนุษย์ทั้ง 3 ชิ้น มีระยะห่างกันถึง 25 กม. ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างประสานกับกรมอุทก-ศาสตร์ ขอข้อมูลกระแสน้ำขึ้นน้ำลง เพื่อจะนำมาวิเคราะห์ว่าชิ้นส่วนศพถูกทิ้งมาจากที่ใด

อีกด้าน เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ร.ต.อ.สวิช สืบเพ็ง พงส.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ท่าเรือ บ.ปทุมธานีบริวเวอรี่ จก. หมู่ 2 ต.บางคูวัด อ.เมืองปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด แพทย์เวรสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เบื้องต้นพบเป็นท่อนขาข้างซ้าย คล้ายของมนุษย์เพศชาย ชิ้นส่วนถูกตัดด้วยของมีคมตั้งแต่บริเวณหน้าขาถึงกลางหน้าแข้ง ยาวประมาณ 45 ซม. สภาพเน่าเปื่อยอยู่ในถุงขยะสีดำลอยติดอยู่ในกอผักตบชวา

สอบสวนนายณัฐวุฒิ เจติยะกุล อายุ 55 ปี ช่างซ่อมบำรุง ของบริษัทแห่งหนึ่ง ให้การว่า ขณะซ่อมรถโฟร์กลิฟต์อยู่บนเรือขนสินค้าได้กลิ่นเน่าเหม็นอย่างรุนแรง จึงเดินหาต้นตอของกลิ่น กระทั่งพบชิ้นส่วนมนุษย์โผล่จากถุงขยะสีดำอยู่ในกอผักตบชวาลอยมาติดข้างเรือ สันนิษฐานว่าเป็นชิ้นส่วนมนุษย์เพศชายคนเดียวกับที่ถูกฆ่าหั่นศพโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา ชิ้นส่วนลอยกระจัดกระจายตามทิศทางการขึ้นลงของน้ำในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ส่งชิ้นส่วนให้สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตร. ชันสูตรหาหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่ บก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ผกก.สส.บก.น.7 พ.ต.ท.พลวรรธ์ พุ่มสวัสดิ์ สว.สส.สน.คลองตัน พ.ต.ต.ภานุภัทร กิตติพันธุ์ สว.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ สว.สส.สน.ลุมพินี เข้าร่วมประชุมความคืบหน้าการคลี่คลายคดี ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ภายหลัง พล.ต.ต.สุวัฒน์ เผยว่า การประชุมวันนี้เป็นการประชุมทีมงานฝ่ายสืบสวนของ บช.น. ซึ่งเป็นชุดเล็ก ส่วนชุดทำงานใหญ่จะเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คดีมีพื้นที่ทับซ้อนหลายท้องที่ จนถึงขณะนี้มีหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ชัดเจน 2 ส่วน คือ ผลลายพิมพ์นิ้วมือกับดีเอ็นเอที่ทราบว่าชิ้นส่วนแต่ละชิ้นเป็นของคนเดียวกัน ตอนนี้พุ่งเป้าสืบสวนหาว่าผู้ตายเป็นใครและรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดให้ได้มากที่สุด เพราะเวลาผ่านไปนานข้อมูลภาพอาจถูกลบ สำหรับกรณีสำนักข่าวต่างประเทศนำเสนอข่าวว่ามีผู้สื่อข่าวชาวจีนชื่อนายหลี่ ซิน อายุ 37 ปี เข้ามาในประเทศไทยแล้วหายตัวไป ตรวจสอบยืนยันแล้วว่าเดินทางออกจากประเทศไทย ผ่านด่านชายแดนด้าน จ.หนองคาย ไปตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค. ก่อนพบชิ้นส่วนศพนานกว่า 2 สัปดาห์ ไม่น่าเกี่ยวข้องกัน

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    0.0%
  • ไม่ชอบ
    100.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement