ดีเอสไอภาค 7 สนธิกำลัง จนท.กาญจน์ ทวงคืนผืนป่า ถูกบุกรุก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ดีเอสไอภาค 7 สนธิกำลัง จนท.กาญจน์ ทวงคืนผืนป่า ถูกบุกรุก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.พ. 2559 19:59
597 ครั้ง


(ภาพจาก : ชุดปฏิบัติการกรมป่าไม้)

ดีเอสไอภาค 7 สนธิกำลังป่าไม้ ทหาร ตำรวจ ปทส. ฝ่ายปกครอง นำกำลังทวงคืนผืนป่ากาญจนบุรี หลังเข้าตรวจอายัดมาแล้ว 4 แปลง จาก 11 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 600 ไร่ พบบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติช่องอินทรีย์ ด้านตะวันออก และป่าดอนแสลบ-เลาขวัญทั้งหมด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ. 59 พ.ต.ท.อานนท์ อุนทริจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI ร.ต.อ.กฤชณัท เลิศล้ำ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการ นายสุรเดช อัคราช ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่า และควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) นายวิวรรธน์ มองเห็นทวีโชค หน.หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ที่ 13 กรมป่าไม้ ร.ต.ต.สุวัฒน์ ห้วยหงษ์ทอง เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.5 บก.ปทส.) ร.ต.ไพบูลย์ ธรรมจาดี หน.ชุดประสานงานประจำพื้นที่ ร้อย รส.ร.9 พัน 2 กรมทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอห้วยกระเจา ร่วมประชุมที่ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี

โดยประชุมเพื่อวางแผนเข้าตรวจสอบพื้นที่ร้องเรียนว่ามีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติช่องอินทรีย์ ด้านตะวันออก และป่าดอนแสลบ-เลาขวัญ ในพื้นที่ หมู่ 8 และ ต.วังไผ่ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี พื้นที่บุกรุกจำนวน 11 แปลง ประมาณ 600 ไร่ โดยมีนางโยษิตา เหล่าทรัพย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 นายอดุลย์ ใจชื้น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.วังไผ่ อ.ห้วยกระเจา และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจยึดพื้นที่ทั้งหมด

ในการประชุม พ.ต.ท.อานนท์ อุนทริจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการคดีพิเศษภาค 7 กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กล่าวว่า วันที่ 26 ส.ค. 58 ที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวแล้ว 1 ครั้ง จากการตรวจสอบพื้นที่ในครั้งนั้น สามารถตรวจยึดพื้นที่ได้จำนวน 4 แปลง ประมาณ 300 ไร่ จากทั้งหมด 11 แปลง ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้มีการนำพิกัดภาพถ่ายทางดาวเทียมเพื่อตรวจหาค่าพิกัดพื้นที่ที่ยังไม่ได้ตรวจยึดที่เหลืออีก 7 แปลง ประมาณอีก 300 ไร่เช่นกัน ซึ่งผลการตรวจสอบค่าพิกัด จนเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พื้นที่ที่เหลืออีก 7 แปลง บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติช่องอินทรีย์ ด้านตะวันออกและป่าดอนแสลบ-เลาขวัญ ดังนั้นจึงนำกำลังเข้ามาตรวจยึดพื้นที่ทั้งหมด ให้กลับไปเป็นของรัฐ และจะได้รายงานให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษทราบต่อไป สำหรับพื้นที่ที่ถูกตรวจยึดอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้

ด้านนายสุรเดช อัคราช ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) กล่าวว่า การทวงคืนผืนป่าในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ คสช. ที่เน้นดำเนินการในพื้นที่บุกรุกของกลุ่มนายทุน กลุ่มทุน ผู้มีอิทธิพล โดยต้องไม่ทำให้กระทบต่อประชาชนผู้ยากจน ที่ไร้ที่ดินทำกันหรือผู้ยากไร้ โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคือข้อ 1. พื้นที่ที่ถูกบุกรุก ตั้งแต่ 25 ไร่ขึ้นไปหากเป็นของชาวบ้านในพื้นที่ต้องอยู่ในเงื่อนไขของมติ ครม. 30 มิ.ย.2541 ส่วนพื้นที่ถูกบุกรุกน้อยกว่า 25 ไร่ แต่มีรูปแบบในการดำเนินการในลักษณะกลุ่มทุนจากต่างถิ่น เช่น มีการสร้างบ้านพักตากอากาศในราคาที่แพง หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ เช่นการมุ่งหวังพื้นที่เพื่อนำไปพัฒนาให้เป็นบ้านพักตากอากาศ หรือโรงแรม และรีสอร์ต ก็จำเป็นจะต้องดำเนินการตรวจยึดคืนทันที สำหรับพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจยึดในครั้งนี้มีทั้งหมด 7 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ พบว่ากลุ่มนายทุนที่เข้ามาบุกรุกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบุคคลในพื้นที่ เพื่อนำไปปลูกพืชเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และยางพารา.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    100.0%
  • ไม่ชอบ
    0.0%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    0.0%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement